จัดยาผู้สูงอายุที่บ้านให้ไม่ลืมและไม่ซ้ำ ใช้ระบบ 4 อย่างร่วมกัน คือกล่องยารายสัปดาห์ที่แบ่งช่องตามมื้อ ตารางยาหนึ่งแผ่นที่ระบุชื่อยา เวลา และเหตุผลที่กิน สัญญาณเตือนเวลาที่ดังทุกมื้อ และสมุดบันทึกว่ากินแล้วหรือยัง ระบบนี้ใช้เวลาจัดสัปดาห์ละ 15 นาที และป้องกันความผิดพลาดที่พาผู้สูงอายุเข้าโรงพยาบาลบ่อยที่สุดอย่างหนึ่ง คือกินยาซ้ำหรือลืมกินยาความดัน เบาหวาน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ในบทความเรื่องสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาจ้างผู้ดูแล สัญญาณข้อแรกคือเรื่องยาเริ่มไม่ตรง บทความนี้เจาะวิธีแก้โดยเฉพาะ สำหรับครอบครัวที่ยังดูแลเองและอยากวางระบบให้ปลอดภัยก่อนที่จะต้องพึ่งคนอื่น
1. ทำไมยาของผู้สูงอายุถึงพลาดง่าย
ผู้สูงอายุจำนวนมากกินยาวันละ 5 ถึง 10 ชนิดจากแพทย์หลายคน มีทั้งยาก่อนอาหาร หลังอาหาร ก่อนนอน และยาที่กินเฉพาะบางวัน ความจำระยะสั้นที่ถดถอยตามวัยทำให้จำไม่ได้ว่ากินมื้อนี้ไปแล้วหรือยัง จึงเกิดทั้งกินซ้ำและลืมกิน
ยาที่อันตรายที่สุดเมื่อพลาดคือยาความดัน ยาเบาหวาน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด กินซ้ำอาจทำให้ความดันหรือน้ำตาลต่ำจนล้ม ลืมกินทำให้ค่าที่คุมไว้แกว่งและเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
2. ระบบ 4 อย่างที่ใช้ร่วมกัน
กล่องยารายสัปดาห์
เลือกกล่องที่แบ่ง 7 วัน และแต่ละวันแบ่งช่องตามมื้อ เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน จัดยาล่วงหน้าทั้งสัปดาห์ในวันเดียว ช่องที่ว่างคือหลักฐานว่ากินแล้ว ช่องที่ยังมียาคือยังไม่กิน ท่านและครอบครัวเห็นได้ทันทีโดยไม่ต้องจำ
ตารางยาหนึ่งแผ่น
เขียนชื่อยา ขนาด เวลากิน และเหตุผลสั้น ๆ เช่น ยาความดัน ยาเบาหวาน ติดที่ตู้เย็นหรือข้างกล่องยา และพกสำเนาไปทุกนัดแพทย์ ตารางนี้ช่วยชีวิตได้เมื่อต้องเข้าห้องฉุกเฉินและไม่มีใครจำชื่อยาได้
สัญญาณเตือนเวลา
ตั้งนาฬิกาปลุกหรือแอปในโทรศัพท์ให้ดังทุกมื้อ ถ้าท่านใช้โทรศัพท์ไม่คล่อง ใช้นาฬิกาปลุกธรรมดาหรือกล่องยาแบบมีเสียงเตือน สำคัญคือต้องดังในที่ที่ท่านอยู่ ไม่ใช่ในห้องอื่น
สมุดบันทึก
จดสั้น ๆ ว่ามื้อไหนกินแล้ว โดยเฉพาะยาที่กินเฉพาะบางวันหรือยาที่ปรับขนาดตามค่าตรวจ สมุดนี้เป็นสิ่งที่แพทย์อยากเห็นที่สุดในนัดถัดไป
3. จัดยาอย่างไรให้ปลอดภัย
- จัดในที่สว่าง ไม่รีบ และไม่จัดพร้อมกันหลายคน เพื่อไม่ให้ยาปนกัน
- จัดจากซองยาของโรงพยาบาลโดยตรง อ่านฉลากทุกซองแม้จะเป็นยาเดิม เพราะแพทย์อาจปรับขนาด
- ยาที่ต้องเก็บในตู้เย็นหรือยาที่แตกง่ายอย่าใส่กล่อง ให้จดในตารางแทน
- ตรวจวันหมดอายุทุกครั้งที่จัด และเก็บยาที่หยุดใช้แล้วออกจากบ้าน
- ถ้ามียาหลายแพทย์ ให้เภสัชกรหรือแพทย์คนเดียวทบทวนยาทั้งหมดอย่างน้อยปีละครั้ง เพราะยาบางคู่ห้ามกินร่วมกัน
4. ถ้าท่านลืมกินหรือกินซ้ำ ทำอย่างไร
อย่าเดาเอง แต่ละยามีคำแนะนำต่างกัน บางชนิดให้กินทันทีที่นึกได้ บางชนิดให้ข้ามมื้อนั้นไปเลย และห้ามกินสองเท่าเพื่อชดเชย ให้โทรถามเภสัชกรหรือโรงพยาบาลที่จ่ายยา และจดคำตอบไว้ในตารางเพื่อครั้งต่อไป
ถ้ากินยาความดันหรือยาเบาหวานซ้ำแล้วท่านเวียนหัว เหงื่อออก ใจสั่น หรือซึม ให้วัดความดันหรือน้ำตาลถ้ามีเครื่อง และโทร 1669 เมื่ออาการรุนแรง
5. สัญญาณว่าระบบเริ่มไม่พอ
- พบยาเหลือในช่องที่ควรว่างบ่อยขึ้น หรือช่องว่างก่อนเวลา
- ท่านสับสนเรื่องวันและเวลา จนไม่รู้ว่าวันนี้ควรกินช่องไหน
- ท่านเริ่มซ่อนยาหรือปฏิเสธการกินยา
- มียาฉีดที่ต้องให้ตรงเวลา เช่น อินซูลิน และไม่มีใครในบ้านฉีดได้
ถึงจุดนี้การมีคนช่วยเป็นทางออกที่ปลอดภัยกว่าการเพิ่มนาฬิกาปลุก นักบริบาลกะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวันจัดยาและกำกับการกินตามตารางที่แพทย์สั่งได้ ส่วนยาฉีดหรือการประเมินอาการหลังกินยาต้องเป็นพยาบาลวิชาชีพ มาเป็นครั้งเริ่ม 1,200 บาท หรือเป็นกะ 3,500 บาทต่อวัน
6. เริ่มระบบนี้ในสุดสัปดาห์เดียว
รวบรวมยาทุกซองในบ้านมาวางบนโต๊ะ ทำตารางยาหนึ่งแผ่นจากฉลาก โทรถามเภสัชกรเรื่องยาที่ไม่แน่ใจ ซื้อกล่องยารายสัปดาห์ จัดยาสัปดาห์แรกไปพร้อมกับท่านเพื่อให้ท่านเข้าใจระบบ แล้วตั้งเวลาเตือน ทั้งหมดใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมง และเป็นสองชั่วโมงที่คุ้มที่สุดในการดูแลคุณพ่อคุณแม่
ติดต่อ KIN HomeCare โทร 061-881-9399 สำหรับดูแลผู้สูงอายุ พยาบาลที่บ้าน และเช่าอุปกรณ์ หรือ 095-767-6307 สำหรับกายภาพบำบัดที่บ้าน · LINE @KINHOMECARE · ให้บริการทั่วประเทศ ปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย
เขียนโดย พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883 พยาบาลวิชาชีพ ผู้จัดการสาขา KIN สุขุมวิท 107 · ตรวจสอบและรับรองโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 · ราคาอ้างอิงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 อาจเปลี่ยนแปลง โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคล


