บริการเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาลของ KIN HomeCare คิดเป็นกะเหมือนการดูแลที่บ้าน นักบริบาลกะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน กะ 24 ชั่วโมง 2,500 บาทต่อวัน ขั้นต่ำ 3 วัน และพยาบาลวิชาชีพกะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวันสำหรับเคสที่มีสาย มีแผล หรือต้องเฝ้าสัญญาณชีพ ราคาไม่รวมค่ารักษาพยาบาล ต่างจากบริการพาไปโรงพยาบาลตามนัดซึ่งคิดต่อครั้ง 1,300 บาทเมื่อครอบครัวจัดรถเอง หรือ 1,500 บาทรวมรถของ KIN

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน ปัญหาที่ครอบครัวเจอไม่ใช่ค่ารักษา แต่คือใครจะอยู่เฝ้า ลางานหลายวันติดกันทำไม่ได้ทุกคน และการสลับกันเฝ้าทำให้ทุกคนในบ้านเหนื่อยพร้อมกัน บทความนี้อธิบายว่าคนเฝ้าไข้มืออาชีพทำอะไรได้บ้าง ควรเลือกนักบริบาลหรือพยาบาล และเตรียมอะไรก่อนส่งคนเข้าไปเฝ้า

1. เฝ้าไข้ กับ พาไปโรงพยาบาล คนละบริการ

บริการพาไปโรงพยาบาลคือรับจากบ้าน อยู่ด้วยระหว่างตรวจ แล้วพากลับ จบภายในวัน คิดต่อครั้ง 1,300 บาทเมื่อครอบครัวจัดรถเอง หรือ 1,500 บาทเมื่อใช้รถของ KIN เหมาะกับวันนัดตรวจตามปกติ

บริการเฝ้าไข้คือมีคนอยู่กับท่านที่โรงพยาบาลต่อเนื่องเป็นกะเมื่อต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ว่าจะกลางวันหรือค้างคืน คิดเป็นกะเหมือนบริการดูแลที่บ้าน บทความนี้พูดถึงบริการนี้

2. ราคาเฝ้าไข้ คิดอย่างไร

  • นักบริบาล กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน ขั้นต่ำ 3 วัน เหมาะกับเฝ้ากลางวันหรือกลางคืนช่วงเดียว
  • นักบริบาล กะ 24 ชั่วโมง 2,500 บาทต่อวัน ขั้นต่ำ 3 วัน อยู่ประจำที่โรงพยาบาลทั้งวันทั้งคืน
  • พยาบาลวิชาชีพ กะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวัน สำหรับเคสที่มีสายให้อาหาร สายสวน แผลที่ต้องดู หรือต้องเฝ้าสัญญาณชีพ
  • ต้องการครบ 24 ชั่วโมงด้วยพยาบาล จัดผลัดสองกะ สอบถามเป็นรายเคส

ราคาไม่รวมค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลและค่าอาหารของเจ้าหน้าที่ ควรสอบถามเรื่องค่าเดินทางถ้าโรงพยาบาลอยู่นอกกรุงเทพฯ และปริมณฑล KIN ให้บริการทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพัทยา ชลบุรี

3. คนเฝ้าไข้ทำอะไรได้บ้าง

นักบริบาลที่เฝ้าไข้จะช่วยกิจวัตรที่พยาบาลของโรงพยาบาลไม่มีเวลาทำให้ทุกคนไข้ตลอดเวลา

  • พลิกตะแคงตามเวลา กันแผลกดทับ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่นอนโรงพยาบาล
  • ป้อนอาหาร ช่วยดื่มน้ำ และสังเกตการสำลัก
  • พาเข้าห้องน้ำหรือช่วยเรื่องขับถ่ายบนเตียง เปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดตัว
  • เฝ้าไม่ให้ท่านดึงสายน้ำเกลือหรือสายอื่นออกโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่สับสนตอนกลางคืน
  • กดเรียกพยาบาลเมื่ออาการเปลี่ยน และรายงานครอบครัวทาง LINE ตามที่ตกลง
  • เป็นเพื่อนคุย ลดความกลัวและความสับสนจากการอยู่ในที่ไม่คุ้นเคย

สิ่งที่คนเฝ้าไข้ทำไม่ได้คือสั่งการรักษาหรือแก้ไขคำสั่งของแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาล ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการรักษาต้องผ่านทีมของโรงพยาบาลเสมอ

4. เลือกนักบริบาลหรือพยาบาลวิชาชีพ

ส่วนใหญ่นักบริบาลเพียงพอ เพราะที่โรงพยาบาลมีพยาบาลประจำวอร์ดดูแลเรื่องการรักษาอยู่แล้ว สิ่งที่ครอบครัวต้องการคือคนช่วยกิจวัตรและเป็นเพื่อน

ควรเลือกพยาบาลวิชาชีพเมื่อคุณพ่อคุณแม่อยู่ในภาวะที่อาการเปลี่ยนได้เร็วและครอบครัวต้องการคนที่อ่านสัญญาณชีพเป็นและตัดสินใจเรียกทีมโรงพยาบาลได้แม่น เช่น หลังผ่าตัดใหญ่วันแรก ๆ ผู้ที่มีภาวะสับสนรุนแรง หรือผู้ที่ครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดและไม่มีใครมาได้เลย

5. ก่อนส่งคนเข้าเฝ้า ต้องเตรียมอะไร

  • ถามโรงพยาบาลเรื่องกฎการเฝ้าไข้ ห้องรวมมักให้ญาติเฝ้าได้จำนวนจำกัด บางแห่งต้องทำบัตรญาติ และเวลาเปลี่ยนคนเฝ้า
  • แจ้งพยาบาลประจำวอร์ดว่ามีผู้ดูแลจากภายนอกมาเฝ้า พร้อมชื่อและเบอร์ติดต่อ
  • เตรียมของใช้ส่วนตัวของท่าน ผ้าอ้อม ทิชชูเปียก และของที่ท่านคุ้นเคย เช่น หมอนหรือผ้าห่มจากบ้าน
  • จดข้อมูลสำคัญให้คนเฝ้า อาหารที่แพ้ นิสัย สิ่งที่ทำให้ท่านสงบ และเบอร์ลูกหลานที่ติดต่อได้ทันที
  • ตกลงวิธีรายงาน เช่น ส่งข้อความสรุปเช้าและเย็น หรือโทรทันทีเมื่อมีเหตุ

6. หลังออกจากโรงพยาบาล ต่อได้เลยไม่ต้องเริ่มใหม่

ข้อดีของการใช้ทีมเดียวกับที่บ้านคือ คนที่เฝ้าไข้อยู่แล้วรู้จักท่าน รู้อาการ และรู้สิ่งที่แพทย์สั่งตอนออกจากโรงพยาบาล เปลี่ยนจากเฝ้าที่โรงพยาบาลเป็นดูแลต่อที่บ้านได้ทันทีในราคากะเดียวกัน ไม่ต้องเล่าประวัติใหม่ ไม่ต้องให้ท่านปรับตัวกับคนใหม่ในช่วงที่อ่อนแอที่สุด

ถ้าต้องเตรียมบ้านเพิ่ม เช่น เตียงปรับระดับ ที่นอนกันแผลกดทับ หรือรถเข็น ทีมเดียวกันจัดส่งให้ก่อนวันกลับบ้านได้ เพื่อให้วันแรกที่บ้านราบรื่น

ติดต่อ KIN HomeCare โทร 061-881-9399 สำหรับดูแลผู้สูงอายุ พยาบาลที่บ้าน และเช่าอุปกรณ์ หรือ 095-767-6307 สำหรับกายภาพบำบัดที่บ้าน · LINE @KINHOMECARE · ให้บริการทั่วประเทศ ปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย

เขียนโดย พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883 พยาบาลวิชาชีพ ผู้จัดการสาขา KIN สุขุมวิท 107 · ตรวจสอบและรับรองโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 · ราคาอ้างอิงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 อาจเปลี่ยนแปลง โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคล