ลาออกมาดูแลพ่อแม่ดีไหม ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกบ้าน แต่มีวิธีคิดที่ทำให้ไม่ต้องเสียใจทีหลัง คือคิดตัวเลขให้ครบ 4 ก้อนก่อนยื่นใบลาออก ได้แก่ รายได้ที่หายไป สวัสดิการและเงินสะสมที่หายไป ความยากในการกลับเข้าทำงาน และค่าดูแลที่ยังต้องจ่ายอยู่ดีแม้ลูกจะอยู่บ้าน แล้วนำไปเทียบกับการจ้างผู้ดูแลเฉพาะช่วงที่ขาด หลายครอบครัวพบทางเลือกกลางที่ดูแลท่านได้ดีโดยไม่ต้องทิ้งงาน ขณะที่บางครอบครัวพบว่าการลาออกช่วงหนึ่งคือคำตอบที่เหมาะจริง ๆ

คุณแม่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้สามวัน วันลาพักร้อนหมดไปแล้ว หัวหน้าส่งข้อความมาถามว่า "จะเข้ามาวันไหน" คืนนั้นลูกนั่งอยู่ข้างเตียงแม่ มีประโยคเดียววนอยู่ในหัวว่า "ลาออกเลยดีไหม" ด้านหนึ่งคือความรู้สึกผิดถ้าจะปล่อยแม่ไว้กับคนอื่น อีกด้านคือความกลัวว่าเงินเก็บจะพอไปถึงเมื่อไร ทั้งสองความรู้สึกมีเหตุผล และทั้งคู่ควรได้คำตอบด้วยตัวเลขที่คิดอย่างใจเย็น ไม่ใช่ด้วยความเหนื่อยของคืนเดียว

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • อย่าตัดสินใจลาออกในช่วงวิกฤตหลังออกจากโรงพยาบาล ให้ใช้ 30 วันแรกเป็นช่วงเก็บข้อมูลก่อน
  • ตอบคำถาม 5 ข้อบนกระดาษให้ได้ โดยเฉพาะ "ท่านต้องการคนกี่ชั่วโมงต่อวัน" และ "นานแค่ไหน"
  • ต้นทุนการลาออกมี 4 ก้อน ไม่ใช่แค่เงินเดือน และการลาออกไม่ได้ทำให้ค่าดูแลเป็นศูนย์
  • ถ้าต้นทุนการลาออกต่อเดือนสูงกว่าค่าจ้างผู้ดูแลเฉพาะกะที่ขาด การทำงานต่อแล้วจ้างเสริมมักคุ้มกว่าในเชิงเงิน
  • ทางเลือกกลางมีหลายแบบ เช่น เจรจาเวลางาน จ้างเฉพาะกะ แบ่งภาระพี่น้องทั้งเงินและเวลา หรือใช้บริการเฉพาะงาน
  • ถ้าเลือกลาออก ให้วางวันพัก คนสำรอง และทางกลับไปทำงานไว้ตั้งแต่วันแรก

1. คำถาม 5 ข้อก่อนตัดสินใจลาออกมาดูแลพ่อแม่

เขียนคำตอบ 5 ข้อนี้บนกระดาษก่อนยื่นใบลาออก ถ้าตอบไม่ได้ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป แปลว่ายังมีข้อมูลไม่พอสำหรับการตัดสินใจแบบถาวร

  1. ท่านต้องการคนอยู่ด้วยกี่ชั่วโมงต่อวัน และช่วงไหน กลางวันอย่างเดียว กลางคืนอย่างเดียว หรือตลอด 24 ชั่วโมง และกลางคืนต้องมีคนตื่นดูแลหรือไม่
  2. สถานการณ์นี้น่าจะนานแค่ไหน มีวันสิ้นสุด เช่น ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด หรือยาวโดยไม่มีกำหนด ให้ถามแพทย์ตรง ๆ ว่าท่านน่าจะต้องการความช่วยเหลือระดับนี้นานเท่าไร
  3. งานไหนที่ต้องเป็นลูกเท่านั้น การอาบน้ำ ป้อนข้าว หรือพาเดิน คนที่ฝึกมาทำแทนได้ แต่การอยู่เป็นเพื่อน การตัดสินใจเรื่องสำคัญ และความอบอุ่นแบบลูก ไม่มีใครทำแทนได้
  4. ถ้าลาออก ครอบครัวอยู่ได้กี่เดือนโดยไม่มีรายได้ก้อนนี้ และถ้าสถานการณ์ยาวกว่านั้นจะทำอย่างไร
  5. ถ้าวันหนึ่งอยากกลับไปทำงาน จะกลับได้ยากง่ายแค่ไหน ในสายงานและช่วงวัยของคุณ

ข้อ 3 มักเปลี่ยนมุมมองมากที่สุด เพราะทำให้เห็นว่าสิ่งที่ลูกอยากให้ท่านจริง ๆ อาจไม่ต้องแลกด้วยงานทั้งหมด งานดูแลร่างกายส่งต่อให้มืออาชีพได้ ส่วนเวลาที่เป็นลูก คุณเก็บไว้ทำเองได้

2. ตัวเลข 4 ก้อนที่ต้องคิดก่อนลาออก

ต้นทุนของการลาออกมากกว่าเงินเดือนที่หายไป ให้คิดให้ครบ 4 ก้อน และแปลงทุกก้อนเป็น "ต่อเดือน" จะได้เทียบกับค่าจ้างผู้ดูแลได้ตรง ๆ

ก้อนที่ 1: รายได้ที่หายไป (เรียกว่า A)

เงินเดือนหลังหักภาษี รวมโบนัส ค่าล่วงเวลา และรายได้เสริมที่ได้จากงานนี้ แล้วเฉลี่ยเป็นต่อเดือน หลายคนคิดแค่เงินเดือน ทำให้ตัวเลขนี้ต่ำกว่าความจริง

ก้อนที่ 2: สวัสดิการและเงินสะสมที่หายไป (เรียกว่า B)

เงินที่นายจ้างสมทบให้ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสุขภาพกลุ่มที่ต้องไปซื้อเองแทน และสิทธิประกันสังคมที่อาจเปลี่ยนไปหลังลาออก สิทธิของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ให้ตรวจสิทธิของตัวเองกับฝ่ายบุคคลและหน่วยงานประกันสังคมก่อนลาออก แล้วประเมินออกมาเป็นตัวเลขต่อเดือน

ก้อนที่ 3: ต้นทุนการกลับเข้าทำงาน (เรียกว่า C)

ช่วงว่างในประวัติงาน ทักษะที่อาจตามไม่ทัน และเงินเดือนตอนกลับไปที่อาจไม่เท่าเดิม ก้อนนี้คิดเป็นตัวเลขแน่นอนไม่ได้ แต่ควรถามตัวเองตรง ๆ ว่า ถ้าหยุดไปหนึ่งปีหรือสามปี จะกลับมาที่ระดับเดิมได้ไหม

ก้อนที่ 4: ค่าดูแลที่ยังต้องจ่ายอยู่ดี (เรียกว่า D)

ลาออกแล้วค่าดูแลไม่ได้เป็นศูนย์ ยังมีผ้าอ้อม อุปกรณ์ ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล กายภาพบำบัด และค่าจ้างคนมาช่วยในวันที่ลูกป่วยเอง ติดธุระ หรือต้องพักจริง ๆ ก้อนนี้เกิดขึ้นทั้งตอนที่ลูกทำงานและตอนที่ลูกลาออก จึงไม่ควรนับเป็นเงินที่ "ประหยัดได้" จากการลาออก

สิ่งที่หลายบ้านไม่รู้: การลาออกทำให้บ้านมีคนดูแล 1 คน แต่ไม่มีคนสำรอง วันที่ลูกไม่สบายหรือหมดแรง ครอบครัวก็ต้องหาคนมาแทนอยู่ดี

3. ตัวอย่างการคำนวณ: ลาออก เทียบกับทำงานต่อแล้วจ้างผู้ดูแลเฉพาะกะที่ขาด

ให้ใส่ตัวเลขของคุณแทนตัวแปร ถ้า A + B สูงกว่าค่าจ้างผู้ดูแลเฉพาะช่วงที่คุณไม่อยู่ การทำงานต่อแล้วจ้างเสริมจะทำให้ครอบครัวมีเงินเหลือมากกว่า แต่ตัวเลขเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของการตัดสินใจ

สูตร 4 บรรทัด

  1. ต้นทุนการลาออกต่อเดือน = A (รายได้สุทธิต่อเดือน) + B (สวัสดิการและเงินสะสมต่อเดือน)
  2. ค่าจ้างผู้ดูแลเฉพาะช่วงที่คุณไปทำงาน = E
  3. ส่วนต่างต่อเดือน = (A + B) − E
  4. ถ้าส่วนต่างเป็นบวก การทำงานต่อทำให้ครอบครัวมีเงินเหลือเท่ากับส่วนต่างนั้นทุกเดือน โดยยังไม่นับก้อน C ที่ได้คืนมาด้วย

กรณี ก: ท่านต้องการคนอยู่ด้วยเฉพาะตอนกลางวัน

ตัวอย่างนี้ใช้ราคาของ KIN HomeCare นักบริบาลกะกลางวัน 12 ชั่วโมง รายเดือน 30,000 บาท (ผู้ดูแลหยุด 1 วันต่อสัปดาห์) ดังนั้น E = 30,000 และส่วนต่าง = A + B − 30,000 ถ้า A + B มากกว่า 30,000 บาท ครอบครัวยังมีเงินเหลือทุกเดือน และลูกยังได้ดูแลท่านเองช่วงเย็น กลางคืน และวันหยุด ถ้า A + B น้อยกว่า การลาออกอาจคุ้มกว่าในเชิงเงิน แต่ยังต้องคิดก้อน C ประกอบ

กรณี ข: ท่านต้องการคนตลอด 24 ชั่วโมง แต่กลางคืนหลับได้

ใช้นักบริบาลอยู่ประจำกะ 24 ชั่วโมง รายเดือน 36,000 บาท ผู้ดูแลพักตามช่วงที่ท่านพัก ดังนั้น E = 36,000 แต่ถ้ากลางคืนต้องมีคนตื่นดูแลทั้งคืน ต้องใช้นักบริบาลกะ 12 ชั่วโมง 2 ท่าน ค่าใช้จ่ายจึงเป็นสองเท่าของกะ 12 ชั่วโมง บางบ้านเลือกให้ลูกรับช่วงกลางคืนเองแล้วจ้างเฉพาะกลางวัน ซึ่งทำได้ แต่ถ้าต้องตื่นทุกคืนแล้วยังไปทำงาน จะทำได้ไม่นาน ต้องมีคนสลับเวรกลางคืนด้วย

กรณี ค: ช่วงสั้นที่มีวันสิ้นสุด

เช่น ช่วงพักฟื้นที่แพทย์ประเมินว่าใช้เวลาไม่นาน ให้ใช้วันลาหรือขอลาพักบางส่วน แล้วจ้างนักบริบาลรายสัปดาห์ (กะ 12 ชั่วโมง 12,000 บาทต่อสัปดาห์) เฉพาะสัปดาห์ที่คุณต้องกลับไปทำงาน กรณีนี้การลาออกมักเป็นราคาที่แพงเกินไปสำหรับปัญหาที่มีวันจบ

สิ่งที่สูตรไม่ได้นับ

ก้อน C ความเหนื่อยของคุณ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และความสุขของคุณพ่อคุณแม่ หลังได้ตัวเลขแล้ว ให้ชั่งน้ำหนักเรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเอง ตัวอย่างในหัวข้อนี้ใช้ตัวแปรเพื่อช่วยคิด ไม่ใช่คำแนะนำด้านการเงินหรือกฎหมาย

4. กรณีที่การลาออกมาดูแลพ่อแม่สมเหตุสมผล

การลาออกหรือหยุดงานยาวมีเหตุผลชัดเจนในบางสถานการณ์ เช่น ช่วงระยะท้ายของชีวิต ช่วงสั้นที่นายจ้างไม่ให้ลา หรือเมื่อ A + B ใกล้เคียงหรือน้อยกว่าค่าจ้างผู้ดูแลอยู่แล้ว และสำคัญไม่แพ้กัน คือเมื่อคุณอยากทำเองและพร้อมจริง

  • ช่วงระยะท้ายของชีวิต เวลาที่เหลืออยู่ด้วยกันมีค่าเกินกว่าจะคิดเป็นเงิน แม้จะลาออก ก็ยังควรมีผู้ช่วยบางกะให้คุณได้พัก และถ้าท่านต้องการงานพยาบาลเฉพาะ ให้พยาบาลวิชาชีพดูแลส่วนนั้น
  • ช่วงสั้นที่ลาไม่ได้ ถ้านายจ้างไม่อนุญาตให้ลาพัก และช่วงที่ต้องดูแลมีวันจบชัด การลาออกแล้วค่อยหางานใหม่อาจเหมาะ ถ้าสายงานของคุณกลับเข้าได้ไม่ยาก
  • รายได้ใกล้เคียงหรือน้อยกว่าค่าจ้างผู้ดูแล ถ้า A + B ใกล้เคียงหรือน้อยกว่า E การลาออกไม่ได้ทำให้ครอบครัวเสียเงินมากขึ้น
  • คุณอยากทำเองและพร้อม มีเงินสำรองพอ มีรายได้ทางอื่น และรู้ตัวว่าต้องการอยู่กับพ่อแม่ช่วงนี้ ไม่มีใครมีสิทธิ์ตัดสินการเลือกนี้ ขอเพียงวางแผนวันพักและใจของตัวเองไว้ด้วยตามหัวข้อที่ 7

5. ทางเลือกกลางที่ไม่ต้องเสียงาน

ก่อนลาออก ให้ลองเจรจางานและจัดคนเฉพาะช่วงที่ขาดก่อน หลายครอบครัวดูแลได้ดีด้วยการผสม 2–3 ทางเลือกด้านล่างเข้าด้วยกัน

เจรจากับนายจ้างด้วยข้อเสนอที่มีวันทบทวน

ขอลดเวลางาน ทำงานจากบ้านบางวัน ลาพักเฉพาะช่วง หรือย้ายไปตำแหน่งที่ยืดหยุ่นกว่า ถ้าเสนอเป็นแผนที่มีวันทบทวน นายจ้างจะตัดสินใจได้ง่ายกว่าคำขอแบบปลายเปิด ตัวอย่างประโยค

"ผมยังอยากทำงานที่นี่ต่อครับ ช่วงสองเดือนนี้คุณแม่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ผมขอเสนอทำงานจากบ้านสัปดาห์ละสองวัน งานทุกชิ้นส่งตามกำหนดเดิม และขอนัดทบทวนกับพี่อีกครั้งเมื่อครบสองเดือนครับ"

จ้างเฉพาะกะที่ขาด

  • กะกลางวัน 08:00–20:00 น. ตรงกับช่วงที่คุณทำงาน 1,800 บาทต่อวัน
  • กะกลางคืน 20:00–08:00 น. ราคาเดียวกัน ให้คุณได้นอนเต็มคืนและไปทำงานไหว
  • จ้างรายวันขั้นต่ำ 3 วัน ถ้าต้องการคนช่วงกลางวันเฉพาะบางวันในสัปดาห์ Day Care ที่ศูนย์ไม่มีขั้นต่ำ ทางเลือกช่วงกลางวันทั้งหมดเรียงตามงบอยู่ใน ผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียวตอนกลางวัน และถ้ายังลังเลระหว่างแบบไป-กลับกับอยู่ประจำ อ่าน การดูแลรายวันแบบไป-กลับหรืออยู่ประจำ

แบ่งภาระพี่น้องเป็นทั้งเวลาและเงิน

การแบ่งเวรเป็นตารางที่เขียนไว้ช่วยได้มาก ดูวิธีได้ใน ผู้ดูแลหมดไฟ สัญญาณที่มองข้ามและทางออก แต่พี่น้องที่อยู่ไกลหรือไม่มีเวลาก็ช่วยได้ด้วยเงิน ประชุมครอบครัวครั้งเดียวให้ได้คำตอบ 5 เรื่อง

  • ท่านต้องการอะไรบ้าง (ใช้คำตอบจากคำถามข้อ 1–3)
  • ใครให้เวลาได้เท่าไร
  • ใครร่วมจ่ายเท่าไร ในสัดส่วนที่ยุติธรรมกับรายได้ของแต่ละคน
  • ใครตัดสินใจเรื่องไหน
  • จะทบทวนกันเมื่อไร

ถ้ามีพี่น้องคนหนึ่งลาออกมาดูแลเต็มเวลา การที่คนอื่นร่วมจ่าย "ค่าดูแล" ให้คนนั้นเป็นเรื่องที่คุยได้และควรคุย เพราะเขากำลังแบกต้นทุน A + B + C แทนทั้งบ้าน

ใช้บริการเฉพาะงาน ไม่ต้องลาทั้งวัน

  • วันนัดแพทย์ บริการพาไปโรงพยาบาล 1,800 บาท ระยะเวลา 8 ชั่วโมง รับที่บ้าน อยู่ด้วยตลอด และพากลับ (ค่ารถคิดแยก) ดูที่ บริการพาไปโรงพยาบาล
  • กายภาพบำบัดที่บ้าน 1,800 บาทต่อครั้ง ครั้งแรก 1,500 บาท ถึง 31 ธันวาคม 2569 ไม่ต้องลางานพาท่านไปศูนย์

6. 30 วันแรกหลังออกจากโรงพยาบาล: ใช้เป็นช่วงเก็บข้อมูลก่อนตัดสินใจถาวร

ช่วงแรกหลังออกจากโรงพยาบาลมักหนักที่สุดและเปลี่ยนเร็วที่สุด จึงไม่ควรใช้ช่วงนี้ตัดสินใจเรื่องอาชีพแบบถาวร ให้วางแผน 30 วันเพื่อเก็บข้อมูลจริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ

  • สัปดาห์ที่ 1 ใช้วันลาอยู่กับท่านเอง เรียนงานดูแลจากทีมโรงพยาบาลก่อนกลับบ้าน และจดทุกวันว่าท่านต้องการความช่วยเหลืออะไร ช่วงไหน กี่ชั่วโมง
  • สัปดาห์ที่ 2 ให้ผู้ดูแลเริ่มงานแบบระยะสั้นก่อน เช่น จ้างนักบริบาลรายสัปดาห์ (กะ 12 ชั่วโมง 12,000 บาท หรือกะ 24 ชั่วโมง 16,000 บาท) ขณะที่คุณยังอยู่บ้านคอยสอนกิจวัตรของท่าน
  • สัปดาห์ที่ 3 กลับไปทำงานบางวัน ดูว่าระบบเดินได้เมื่อคุณไม่อยู่หรือไม่
  • สัปดาห์ที่ 4 ประชุมครอบครัวด้วยข้อมูลจริง คือ ชั่วโมงดูแลที่ต้องการ ค่าใช้จ่ายจริง และสภาพใจของคุณ แล้วเลือกระหว่างทำงานต่อพร้อมจ้างเสริม ลดเวลางาน หรือลาออก

บางอย่างที่ดูเป็นไปไม่ได้ในสัปดาห์แรก อาจเข้าที่ในสัปดาห์ที่สามหรือสี่ และบางอย่างที่คิดว่าไหว ก็อาจเพิ่งเห็นว่าไม่ไหวตอนนั้น ข้อมูล 30 วันจึงเชื่อถือได้มากกว่าความรู้สึกในคืนแรก

7. ภาระใจของคนที่ดูแลเต็มเวลา ที่ตัวเลขไม่ได้บอก

คนที่ลาออกมาดูแลเต็มเวลามักเหนื่อยจากการไม่มีวันพักและการขาดโลกของตัวเอง มากกว่าเหนื่อยจากงานดูแล ถ้าเลือกลาออก ให้วางวันพัก คนสำรอง และทางกลับไปทำงานไว้ตั้งแต่วันแรก

  • วันพักประจำสัปดาห์ เช่น ให้ท่านไป Day Care ที่ศูนย์สัปดาห์ละวัน (ไม่มีขั้นต่ำ) หรือให้พี่น้องรับเวรหนึ่งวัน วันนั้นต้องเป็นของคุณจริง ๆ
  • พักยาวเป็นระยะ จ้างนักบริบาลช่วงสั้น ๆ (รายวันขั้นต่ำ 3 วัน) เพื่อให้คุณได้พักหรือไปทำธุระของตัวเอง
  • คงสายสัมพันธ์กับงาน รับงานอิสระเล็ก ๆ เรียนออนไลน์ หรือติดต่อคนในวงการไว้ ให้ประวัติงานไม่ขาดช่วงยาว
  • การเงินของตัวเอง แยกเงินส่วนตัวออกจากเงินดูแลพ่อแม่ และออมต่อเนื่องแม้จะน้อย
  • ความเป็นลูก เมื่อเป็นผู้ดูแลตลอดวัน บางครั้งเราเผลอเสียเวลาเป็นลูกไป ให้มีช่วงที่นั่งคุย ดูทีวี หรือกินข้าวด้วยกันโดยไม่มีงานดูแลแทรก

ถ้าเริ่มหงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ หรือรู้สึกผิดทุกครั้งที่อยากพัก นั่นคือสัญญาณที่ต้องเติมคนช่วย ไม่ใช่สัญญาณว่าคุณไม่เก่งพอ

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  1. ลาออกในสัปดาห์แรกหลังออกจากโรงพยาบาล ตัดสินใจจากช่วงที่หนักที่สุด ซึ่งอาจไม่ใช่ภาพระยะยาว แก้ด้วยแผน 30 วันก่อนตัดสินใจถาวร
  2. คิดแค่เงินเดือน ลืมก้อน B และ C ทำให้ต้นทุนการลาออกดูต่ำกว่าความจริง แก้ด้วยการคิดครบ 4 ก้อนเป็นต่อเดือน
  3. คิดว่าลาออกแล้วค่าดูแลเป็นศูนย์ สุดท้ายยังต้องจ่ายก้อน D และจ้างคนแทนวันที่ลูกป่วย แก้ด้วยการตั้งงบก้อน D ไว้ตั้งแต่ต้น
  4. ให้คนเดียวแบกทั้งหมด เพราะไม่ได้คุยกับพี่น้องตรง ๆ แก้ด้วยการประชุมครอบครัว 5 เรื่อง และพูดเรื่องเงินให้ชัด
  5. ไม่ตั้งวันทบทวน ทางออกชั่วคราวกลายเป็นถาวรโดยไม่มีใครตั้งใจ แก้ด้วยการกำหนดวันทบทวนทุก 3 เดือน
  6. ไม่ถามคุณพ่อคุณแม่ บางท่านไม่อยากให้ลูกทิ้งงานเพราะตัวเอง และรู้สึกผิดทุกวันที่เห็นลูกอยู่บ้าน แก้ด้วยการถามความรู้สึกของท่านก่อนตัดสินใจ

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

เมื่อท่านต้องการการดูแลมากกว่าที่ลูกทำได้โดยไม่ทิ้งงานหรือไม่ทิ้งสุขภาพตัวเอง เช่น ต้องมีคนตลอด 24 ชั่วโมง ลูกนอนไม่พอติดต่อกันหลายสัปดาห์ หรือต้องกลับไปทำงานตามกำหนด ผู้ดูแลมืออาชีพเติมเฉพาะช่วงที่ขาดได้ ไม่จำเป็นต้องจ้างเต็มเวลาทุกบ้าน

  • นักบริบาลกะ 12 ชั่วโมง (กลางวัน 08:00–20:00 น. หรือกลางคืน 20:00–08:00 น.) 1,800 บาทต่อวัน รายสัปดาห์ 12,000 บาท รายเดือน 30,000 บาท (หยุด 1 วันต่อสัปดาห์) หรือเหมาวันหยุด 36,000 บาท
  • นักบริบาลอยู่ประจำกะ 24 ชั่วโมง 2,500 บาทต่อวัน รายสัปดาห์ 16,000 บาท รายเดือน 36,000 บาท หรือเหมาวันหยุด 41,000 บาท ผู้ดูแลพักตามช่วงที่ท่านพัก ครอบครัวจัดที่นอนให้ผู้ดูแล และค่าอาหารของผู้ดูแลรวมในราคาแล้ว
  • งานดูแลที่ต้องฝึกเฉพาะ เช่น ดูดเสมหะ ดูแลท่อเจาะคอ ฉีดอินซูลิน หรือทำแผลทั่วไปที่ไม่ลึก ใช้นักบริบาลที่ผ่านการฝึกงานนั้น ภายใต้การกำกับของทีมพยาบาลวิชาชีพ ราคาเท่านักบริบาลทั่วไป
  • งานหัตถการทางการพยาบาล เช่น เปลี่ยนสายให้อาหารหรือสายสวนปัสสาวะ ใช้พยาบาลวิชาชีพ กะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวัน หรือรายครั้งเริ่ม 1,200 บาท
  • ลองระยะสั้นก่อนผูกรายเดือน จ้างรายสัปดาห์ตามราคาด้านบน เหมาะกับสัปดาห์ที่ 2 ของแผน 30 วัน
  • จ้างรายวันขั้นต่ำ 3 วัน มัดจำ 2,000 บาท (เป็นค่าสรรหา จึงไม่คืนเมื่อยกเลิก) ค่าเดินทางคิดตามพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งก่อนยืนยันงาน

ราคาทั้งหมดดูได้ที่หน้า ราคาบริการ และรายละเอียดงานของนักบริบาลอยู่ที่ บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

คำถามที่พบบ่อย

ลาออกมาดูแลพ่อแม่ดีไหม

ขึ้นกับตัวเลข 4 ก้อนและระยะเวลาที่ท่านต้องการการดูแล ถ้าเป็นช่วงสั้นที่มีวันจบแต่นายจ้างไม่ให้ลา หรือรายได้ของคุณน้อยกว่าค่าจ้างผู้ดูแล การลาออกอาจเหมาะ ถ้ายาวโดยไม่มีกำหนดและรายได้สูงกว่าค่าจ้างผู้ดูแล การทำงานต่อแล้วจ้างเสริมมักยั่งยืนกว่า

ดูแลพ่อแม่หรือทำงานต่อ เลือกอย่างไร

ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หลายบ้านใช้ทางเลือกกลาง เช่น เจรจาทำงานจากบ้านบางวัน จ้างผู้ดูแลเฉพาะกะที่ขาด และให้พี่น้องร่วมจ่าย ให้เริ่มจากตอบคำถาม 5 ข้อ แล้วคิดตัวเลขตามสูตรในบทความนี้

ค่าจ้างคนดูแลผู้สูงอายุต่อเดือนเท่าไร

30,000 บาทต่อเดือน สำหรับนักบริบาลกะ 12 ชั่วโมงของ KIN HomeCare (หยุด 1 วันต่อสัปดาห์) และ 36,000 บาทต่อเดือน สำหรับนักบริบาลอยู่ประจำกะ 24 ชั่วโมง ส่วนแบบรายเดือนเหมาวันหยุดอยู่ที่ 36,000 บาทและ 41,000 บาทตามลำดับ บวกค่าเดินทางตามพื้นที่

ลาออกมาดูแลแม่ ประกันสังคมยังได้อยู่ไหม

ขึ้นกับสิทธิและเงื่อนไขของแต่ละคน ควรสอบถามหน่วยงานประกันสังคมหรือฝ่ายบุคคลก่อนยื่นใบลาออก ว่าสิทธิของคุณจะเปลี่ยนอย่างไรและมีทางเลือกอะไรบ้าง แล้วนำผลที่ได้มาคิดเป็นก้อน B

ทำงานที่บ้านไปด้วย ดูแลพ่อแม่ไปด้วยได้ไหม

ได้ ถ้าท่านช่วยตัวเองได้พอสมควรและไม่ต้องการความช่วยเหลือบ่อย แต่ถ้าท่านต้องมีคนพยุงเข้าห้องน้ำหรือดูแลใกล้ชิดตลอดวัน ทั้งงานและการดูแลจะสะดุด ให้จ้างผู้ดูแลกะกลางวันในช่วงที่งานหนัก หรือให้ท่านไป Day Care บางวัน

พี่น้องคนหนึ่งลาออกมาดูแลพ่อแม่ คนอื่นควรช่วยจ่ายไหม

ควรคุยกันตรง ๆ เพราะคนที่ลาออกกำลังแบกรายได้ที่หายไป สวัสดิการที่หายไป และความเสี่ยงในการกลับเข้าทำงานแทนทั้งบ้าน การตกลง "ค่าดูแล" ตามสัดส่วนรายได้ของพี่น้องแต่ละคน ช่วยให้ภาระยุติธรรมและความสัมพันธ์ไม่ร้าว

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ไม่ว่าคุณจะเลือกลาออก ทำงานต่อ หรือหาทางตรงกลาง เราเคารพการตัดสินใจของคุณ และอยากให้เป็นการตัดสินใจที่มีข้อมูลครบ ถ้าอยากรู้ว่ากะไหนที่ท่านต้องการจริง และค่าใช้จ่ายจะออกมาเท่าไร เล่าให้ทีมเราฟังได้ เราช่วยคิดให้ตรงกับชีวิตจริงของบ้านคุณ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับการดูแลที่ดี และคุณยังมีชีวิตของตัวเองอยู่ด้วย

  • โทร 061-881-9399
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าท่านต้องการการดูแลแบบไหน และควรจ้างกะใดบ้าง
  • ดูโปรไฟล์ผู้ดูแลก่อนตัดสินใจ เลือกเพศผู้ดูแลได้ และเริ่มงานได้ตามปกติภายใน 2–3 วัน

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ