เตรียมผู้ป่วยกลับบ้าน ให้ราบรื่น เริ่มจากถามทีมรักษา 12 ข้อก่อนออกจากโรงพยาบาล ครอบคลุมอาการที่ต้องกลับมาโรงพยาบาล ยาใหม่และยาที่ต้องหยุด วันนัด อาหาร การเดินและข้อห้าม อุปกรณ์ที่ต้องมี งานดูแลเฉพาะที่ครอบครัวต้องฝึกทำ และเบอร์ที่ติดต่อได้นอกเวลา จากนั้นขอเอกสารสรุปการรักษาและรายการยาติดมือกลับบ้าน จัดห้องนอน ทางเดิน และห้องน้ำให้พร้อมภายใน 48 ชั่วโมงก่อนวันกลับ แล้วตัดสินใจล่วงหน้าว่าคืนแรกต้องมีคนเฝ้าทั้งคืนหรือไม่
ช่วงเวลาที่ครอบครัวสับสนที่สุดมักไม่ใช่ตอนคุณพ่อคุณแม่นอนโรงพยาบาล แต่เป็นวันที่แพทย์บอกว่า "พรุ่งนี้กลับบ้านได้" ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว พยาบาลอธิบายเรื่องยาและการดูแลระหว่างที่ลูกกำลังจัดการค่าใช้จ่ายและหารถ พอถึงบ้านตอนค่ำ ค่อยนึกได้ว่าลืมถามว่ายาเดิมตัวไหนต้องหยุด หรือถ้าท่านมีไข้ตอนตีสองต้องโทรหาใคร บทความนี้เรียงสิ่งที่ต้องถาม ต้องขอ และต้องเตรียม ตามลำดับเวลาจริงตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาลจนถึง 7 วันแรกที่บ้าน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ถามทีมรักษา 12 ข้อ และจดคำตอบลงสมุดเล่มเดียว ถ้าเป็นไปได้ให้คนในบ้านที่จะดูแลจริงเป็นคนฟัง
- ขอเอกสารติดมือ 5 อย่าง คือ สรุปการรักษา รายการยา ใบนัด คำแนะนำการดูแลที่เขียนไว้ และเบอร์ติดต่อหอผู้ป่วย
- เตรียมบ้านภายใน 48 ชั่วโมงก่อนกลับ ย้ายห้องนอนลงชั้นล่างถ้าท่านขึ้นบันไดลำบาก เคลียร์ทางเดิน จัดห้องน้ำ และติดไฟกลางคืน
- งานดูแลเฉพาะ เช่น สายให้อาหาร สายสวนปัสสาวะ หรือแผล ต้องได้ฝึกทำจริงต่อหน้าพยาบาลก่อนกลับ ไม่ใช่ดูอย่างเดียว
- คืนแรกควรมีคนเฝ้าทั้งคืน ถ้าท่านสับสน ต้องลุกเข้าห้องน้ำกลางคืน เดินไม่มั่นคง หรือต้องพลิกตัว
- 7 วันแรกสังเกตความสับสนที่เกิดใหม่ การกินดื่ม การขับถ่าย ไข้ อาการเวียนศีรษะเวลาลุก และผิวบริเวณที่ถูกกดทับ
1. ก่อนออกจากโรงพยาบาล ควรถามหมออะไร 12 คำถามที่ต้องได้คำตอบ
คำตอบสั้นคือ ให้ถามเรื่องที่ครอบครัวต้องตัดสินใจเองเมื่อกลับถึงบ้าน คือ อาการแบบไหนต้องกลับโรงพยาบาล ยา การกินอยู่ งานดูแลเฉพาะ และช่องทางติดต่อ เขียนคำถามเตรียมไว้ก่อนวันกลับ แล้วขอเวลาแพทย์หรือพยาบาลคุยให้ครบก่อนวันจำหน่าย

อาการและยา
- อาการแบบไหนต้องพากลับโรงพยาบาลทันที และแบบไหนโทรถามก่อนได้ ขอให้แพทย์ยกตัวอย่างอาการที่เจาะจงกับโรคของท่าน แล้วจดแยกเป็น 2 รายการ
- ยาใหม่มีตัวไหนบ้าง และยาเดิมตัวไหนต้องหยุดหรือเปลี่ยนขนาด นำยาที่บ้านทั้งหมดไปให้พยาบาลหรือเภสัชกรดูได้ จะชัดกว่าการจำชื่อยา
- ยาแต่ละตัวกินเวลาไหน ถ้าลืมกินต้องทำอย่างไร และผลข้างเคียงอะไรที่ต้องเฝ้าดู โดยเฉพาะยาที่ทำให้ง่วงหรือเวียนศีรษะ เพราะเพิ่มโอกาสล้ม
- นัดครั้งถัดไปวันไหน ต้องงดอาหาร เจาะเลือด หรือเตรียมอะไรก่อนมาไหม และถ้ามาตามนัดไม่ได้ต้องเลื่อนอย่างไร
การกินอยู่ในแต่ละวัน
- กินอาหารอะไรได้ ต้องงดอะไร ต้องจำกัดน้ำหรือไม่ และอาหารต้องบด ต้องข้น หรือต้องนั่งตัวตรงขณะกินหรือเปล่า
- ลุกเดินเองได้แค่ไหน ต้องมีคนประคองไหม มีท่าไหนห้ามทำ เช่น ห้ามก้ม ห้ามยกของ ห้ามลงน้ำหนักขาข้างไหน
- อาบน้ำได้เมื่อไร แผลหรือสายโดนน้ำได้ไหม และต้องดูแลผิวบริเวณไหนเป็นพิเศษ
- ท่านควรได้ฟื้นฟูต่อไหม เช่น กายภาพบำบัด และถ้าควร ต้องเริ่มเมื่อไร ทำที่ไหน
งานดูแลและการติดต่อ
- ต้องมีอุปกรณ์อะไรที่บ้านก่อนวันกลับ เช่น เตียงปรับระดับ รถเข็น เก้าอี้นั่งถ่าย หรือเครื่องผลิตออกซิเจน และถ้าต้องใช้ออกซิเจน อัตราไหลเท่าไรและใช้ช่วงไหน
- งานดูแลเฉพาะ ใครเป็นคนสอน และขอฝึกทำจริงได้เมื่อไร เช่น ให้อาหารทางสายยาง ดูแลสายสวนปัสสาวะ ทำแผลทั่วไปที่ไม่ลึก หรือฉีดอินซูลิน ส่วนแผลลึกหรือซับซ้อนและการเปลี่ยนสาย ให้ถามว่าต้องใช้พยาบาลวิชาชีพมาทำที่บ้านไหม
- นอกเวลาราชการ ถ้ามีปัญหาโทรหาใคร เบอร์อะไร ทั้งหอผู้ป่วย ห้องฉุกเฉิน หรือทีมเยี่ยมบ้านของโรงพยาบาลถ้ามี
- ท่านต้องมีคนอยู่ด้วยตลอดเวลาไหม และกลางคืนต้องมีคนเฝ้าหรือเปล่า คำตอบข้อนี้ช่วยให้วางแผนคนดูแลได้ตรงความจริง
เคล็ดลับ: ขออนุญาตอัดเสียงหรือให้พยาบาลเขียนคำแนะนำลงกระดาษ และให้คนที่จะดูแลท่านจริงที่บ้านเป็นคนฟัง ถ้าจ้างผู้ดูแลแล้ว ให้ผู้ดูแลได้ฟังหรืออ่านคำแนะนำชุดเดียวกัน
2. เอกสารที่ต้องขอติดมือกลับบ้าน
เอกสารเหล่านี้ทำให้คนที่ดูแลต่อที่บ้าน แพทย์ที่อื่น หรือเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน รู้ประวัติของท่านทันที ตรวจก่อนออกจากหอผู้ป่วยว่าได้ครบ
- สรุปการรักษาหรือใบสรุปการจำหน่าย บอกว่าเข้าโรงพยาบาลด้วยเรื่องอะไร ได้รับการรักษาอะไร
- รายการยาที่ต้องกินต่อ พร้อมเวลาและวิธีกิน และรายการยาที่ให้หยุด
- ใบนัด พร้อมสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนมา
- คำแนะนำการดูแลที่เขียนไว้ เช่น วิธีทำแผล ข้อห้าม อาการที่ต้องกลับมา
- ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล ถ้าครอบครัวต้องใช้ลางานหรือยื่นเรื่องกับประกันของท่าน ขอพร้อมกันในวันจำหน่ายจะง่ายกว่ากลับมาขอทีหลัง
- เบอร์ติดต่อหอผู้ป่วยและห้องฉุกเฉิน
ถ่ายรูปเอกสารทุกแผ่นเก็บไว้ในโทรศัพท์ของลูกหลานทุกคน และวางฉบับจริงไว้ในแฟ้มเดียวข้างเตียง วันที่ต้องเรียกรถฉุกเฉินหรือไปโรงพยาบาลอื่น แฟ้มนี้ช่วยได้มาก
3. ผู้ป่วยกลับบ้าน ต้องเตรียมอะไร เตรียมบ้านภายใน 48 ชั่วโมงก่อนวันกลับ
ให้เตรียมบ้านเสร็จก่อนวันกลับอย่างน้อย 2 วัน เพราะอุปกรณ์บางชิ้นต้องรอจัดส่ง และบางอย่างต้องลองใช้ก่อน ลำดับความสำคัญคือ ที่นอน ทางเดิน ห้องน้ำ และแสงไฟกลางคืน
ห้องนอน
- ย้ายห้องนอนลงชั้นล่างชั่วคราว ถ้าท่านขึ้นบันไดลำบาก หรือแพทย์ให้จำกัดการเดิน
- เตียงควรปรับความสูงได้ ให้ท่านนั่งแล้วเท้าวางราบบนพื้น และคนดูแลไม่ต้องก้มมาก ถ้าท่านต้องนอนเตียงเป็นส่วนใหญ่ เตียงไฟฟ้าที่ยกหัวได้ช่วยเรื่องการกินและการหายใจ
- วางเตียงให้เดินเข้าได้ทั้งสองข้าง จะพลิกตัวและเปลี่ยนผ้าอ้อมได้สะดวก
- ของที่ใช้บ่อยวางในระยะเอื้อม ทั้งน้ำ แว่น โทรศัพท์ และกริ่งเรียก
ถ้าเตียงมีราวกั้น อ่านเรื่องข้อดีข้อเสียก่อนใช้ใน ราวกั้นเตียงกับการป้องกันผู้สูงอายุตกเตียง
ทางเดินและห้องน้ำ
- เก็บพรม สายไฟ และของวางพื้นที่ทำให้สะดุดออกจากทางเดินเตียงถึงห้องน้ำ
- ติดราวจับในห้องน้ำ วางแผ่นกันลื่น และเตรียมเก้าอี้อาบน้ำ
- ถ้าห้องน้ำไกลหรือแคบ เตรียมเก้าอี้นั่งถ่ายหรือกระโถนไว้ข้างเตียงสำหรับกลางคืน
- เตรียมรองเท้าที่พื้นไม่ลื่นและสวมพอดี
แสงไฟกลางคืนและของใช้
- ติดไฟนำทางจากเตียงถึงห้องน้ำ หรือไฟหัวเตียงที่เปิดง่าย
- เตรียมของใช้ชุดแรก ได้แก่ ผ้าอ้อมหรือแผ่นรองซับ ถุงมือ กล่องยาแบ่งมื้อ ปรอทวัดไข้ และอาหารอ่อนที่ท่านกินได้
- ถ้าต้องใช้เครื่องผลิตออกซิเจนหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ตรวจปลั๊กและตำแหน่งวางก่อนวันกลับ
รายการอุปกรณ์เต็มแบบแบ่งตามความเร่งด่วน และการวางงบเดือนแรก อยู่ใน คู่มือดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน ส่วนเตียงและรถเข็นให้เช่า จัดส่ง ติดตั้ง และสาธิตการใช้งานถึงบ้าน ดูได้ที่ เช่าอุปกรณ์ดูแลผู้สูงอายุ
4. วันกลับบ้าน วางแผนการเดินทางอย่างไร
วันกลับบ้านให้ตกลงเวลาออกจากโรงพยาบาลให้ชัด เพราะขั้นตอนรับยาและชำระเงินมักใช้เวลานานกว่าที่คิด และท่านอาจเหนื่อยจากการรอ
- ท่านนั่งรถยนต์ได้ไหม ถ้าลุกนั่งและหมุนตัวขึ้นรถได้ รถยนต์ของครอบครัวใช้ได้ ถ้านั่งทรงตัวไม่ได้ ต้องนอนตลอด หรือใช้ออกซิเจนระหว่างทาง ให้ถามทีมรักษาว่าควรใช้รถพยาบาลหรือไม่
- ต้องมีกี่คนช่วย อย่างน้อยหนึ่งคนขับรถ อีกหนึ่งคนนั่งดูแลท่าน
- เตรียมของในรถ ผ้าห่มบาง น้ำ ถุงอาเจียน แผ่นรองซับ และยาที่ต้องกินระหว่างวัน
- ถึงบ้านแล้ว ให้ท่านพักบนเตียงหรือเก้าอี้ที่มีพนักพิงก่อน อย่าเพิ่งพาเดินดูบ้าน
ถ้าไม่มีใครลางานไปรับได้ ทีม KIN HomeCare มีบริการผู้ดูแลอยู่ด้วยตลอดทางและรถพยาบาลรับส่ง (ค่ารถคิดแยก) บอกเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าว่าเป็นวันรับกลับจากโรงพยาบาล เพื่อนัดเวลาและจุดรับให้ตรงกัน รายละเอียดอยู่ที่ บริการพาไปโรงพยาบาลและเฝ้าไข้
5. คืนแรกที่บ้าน ต้องมีคนเฝ้าทั้งคืนไหม
ไม่จำเป็นทุกบ้าน แต่ควรมีคนเฝ้าทั้งคืนถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง คืนแรกเป็นคืนที่เสี่ยง เพราะร่างกายท่านยังอ่อนแรงจากการนอนโรงพยาบาล ยาบางตัวเพิ่งเริ่ม และความสับสนเฉียบพลันซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่นอนโรงพยาบาล มักเป็นมากขึ้นช่วงกลางคืน

สัญญาณว่าคืนแรกควรมีคนเฝ้าทั้งคืน
- ท่านสับสน จำเวลาหรือสถานที่ไม่ได้ หรือสับสนมากขึ้นตอนเย็น
- ท่านต้องลุกเข้าห้องน้ำกลางคืนบ่อย โดยเฉพาะถ้าเพิ่งได้ยาขับปัสสาวะหรือยานอนหลับ
- ท่านเดินไม่มั่นคง เคยล้มมาก่อน หรือเพิ่งผ่าตัด
- ท่านขยับตัวเองไม่ได้และต้องมีคนพลิกตัว
- ท่านมีสายให้อาหาร สายสวนปัสสาวะ หรือใช้ออกซิเจนที่อาจหลุดหรือพันกัน
- คนที่อยู่บ้านด้วยคือคู่สมรสที่อายุมากหรือมีโรคประจำตัวเอง
คนเฝ้าคืนแรกควรทำอะไร
- ให้ท่านนั่งพักที่ขอบเตียงสักครู่ก่อนลุกยืน ถ้าเวียนศีรษะให้นั่งหรือนอนลงก่อน เพราะความดันตกเวลาเปลี่ยนท่าทำให้ล้มได้
- ประคองทุกครั้งที่ลุกเข้าห้องน้ำ เปิดไฟนำทางไว้
- ให้ยาตามเวลาในรายการยา จดทุกครั้ง
- สังเกตการหายใจ ความสับสน และการขับถ่าย จดสิ่งผิดปกติพร้อมเวลา
ถ้าลูกหลานต้องทำงานวันรุ่งขึ้นและไม่มีใครผลัดเวร การจ้างนักบริบาลกะกลางคืน 20:00–08:00 ในช่วงสัปดาห์แรก เป็นทางเลือกที่ทำให้ท่านปลอดภัยและคนในบ้านได้นอน สิ่งที่ควรรู้คือ กะ 24 ชั่วโมงแบบอยู่ประจำ ผู้ดูแลจะพักตามช่วงที่ท่านพัก ถ้าต้องมีคนตื่นดูแลทั้งคืนจริง ๆ ต้องเป็นกะ 12 ชั่วโมงกลางคืนโดยเฉพาะ
6. 7 วันแรกหลังกลับบ้าน เฝ้าดูอะไร
สัปดาห์แรกเป็นช่วงที่ครอบครัวต้องสังเกตมากที่สุด ให้จดลงสมุดทุกวัน ถ้าเห็นอาการในรายการนี้ ให้โทรปรึกษาหอผู้ป่วยหรือแพทย์ที่ดูแลภายในวันนั้น อย่ารอถึงวันนัด โดยเฉพาะความสับสนที่เกิดใหม่ ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่ออกเลย และท้องผูกหลายวันร่วมกับท้องอืดแน่น ถ้าอาการรุนแรงดูหัวข้อถัดไป
- ความสับสนที่เกิดใหม่ ซึม หรือพูดไม่รู้เรื่องมากกว่าก่อนเข้าโรงพยาบาล
- การกินและดื่ม กินได้น้อยลงเรื่อย ๆ หรือกลืนแล้วสำลัก
- การขับถ่าย ปัสสาวะน้อยลงมาก หรือไม่ถ่ายอุจจาระหลายวัน
- ไข้และแผล แผลบวมแดง มีหนอง หรือมีไข้
- การลุกเดิน เวียนศีรษะเวลาลุก ขาอ่อนแรงกว่าเดิม หรือเกือบล้ม
- ผิวบริเวณที่ถูกกดทับ ก้นกบ สะโพก ส้นเท้า มีรอยแดงที่กดแล้วไม่จาง
- ยา กินครบตามรายการไหม มียาเก่าหลุดมาปนหรือเปล่า
หลายท่านกลับมาถึงบ้านแล้วลุกไม่ไหวหรือเดินได้น้อยกว่าก่อนเข้าโรงพยาบาล อ่านสาเหตุและวิธีเริ่มฟื้นฟูได้ที่ ผู้สูงอายุกลับจากโรงพยาบาลแล้วเดินไม่ได้ ส่วนการจัดยาหลายตัวให้ไม่สับสน ดู ระบบจัดยาผู้สูงอายุที่บ้าน
อาการที่ต้องโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที
- หมดสติ ไม่รู้สึกตัว หรือไม่หายใจ
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หรือหายใจมีเสียงดัง
- ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น
- เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง
- แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือชักต่อเนื่อง
- สับสนขึ้นมาอย่างกะทันหัน
โทร 1669 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าอาการเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤตตามการคัดแยกของโรงพยาบาล ผู้ป่วยทุกสิทธิเข้ารักษาที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุดได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน จนพ้นภาวะวิกฤตหรือไม่เกิน 72 ชั่วโมง หลังจากนั้นเป็นไปตามสิทธิการรักษาของผู้ป่วย
ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ
- ให้คนที่ไม่ได้ดูแลจริงเป็นคนฟังคำแนะนำ ข้อมูลตกหล่นเมื่อเล่าต่อ ให้คนที่จะดูแลที่บ้านฟังเอง หรือขอเป็นลายลักษณ์อักษร
- กินยาเก่าที่บ้านต่อไปพร้อมยาใหม่ บางตัวเป็นยาที่แพทย์ให้หยุด แยกยาเก่าออกและให้พยาบาลหรือเภสัชกรตรวจ
- ดูพยาบาลทำแผลหรือให้อาหารทางสายยางแค่ครั้งเดียว พอทำเองที่บ้านจึงไม่มั่นใจ ขอฝึกทำจริงอย่างน้อยหนึ่งรอบต่อหน้าพยาบาล
- เตรียมเตียงและอุปกรณ์หลังท่านถึงบ้านแล้ว คืนแรกจึงต้องนอนบนที่นอนเดิมที่ลุกยาก เตรียมให้เสร็จก่อนวันกลับ
- คิดว่าอาการสับสนเป็นเพราะอายุ ความสับสนที่เกิดขึ้นกะทันหันไม่ใช่เรื่องปกติของวัย ต้องแจ้งแพทย์
- ลูกคนเดียวเฝ้าทั้งคืนหลายคืนติดกัน แล้วไปทำงานต่อ คนเฝ้าที่อดนอนพลาดง่าย ควรแบ่งเวรตั้งแต่คืนแรก
เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย
หลายบ้านรับคุณพ่อคุณแม่กลับได้เองเมื่อเตรียมตัวดี แต่ถ้าไม่มีใครลางานไปรับ ไม่มีคนเฝ้ากลางคืน หรือท่านต้องการการดูแลที่ครอบครัวยังไม่มั่นใจ ช่วงสัปดาห์แรกคือช่วงที่การมีมืออาชีพช่วยคุ้มค่าที่สุด เพราะเป็นช่วงปรับตัวทั้งของท่านและของบ้าน
- พาไปและรับกลับจากโรงพยาบาล ค่าผู้ดูแล 1,800 บาทต่อ 8 ชั่วโมง รับที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล อยู่ด้วยตลอดจนส่งถึงบ้าน เกินเวลาคิดชั่วโมงละ 200 บาท ค่ารถคิดแยก ถ้าใช้รถพยาบาลของ KIN เริ่มต้น 2,000 บาทตามระยะทาง ไม่รวมค่ารักษา ค่ายา และค่าที่จอดรถ ใช้บริการเดียวกันได้ในวันนัดติดตามอาการ
- นักบริบาลกะกลางคืน 20:00–08:00 1,800 บาทต่อวัน จ้างรายวันขั้นต่ำ 3 วัน เหมาะกับคืนแรก ๆ ที่ต้องมีคนตื่นประคองเข้าห้องน้ำ พลิกตัว และสังเกตอาการ ถ้าต้องการคนอยู่ประจำทั้งวัน กะ 24 ชั่วโมง 2,500 บาทต่อวัน หรือรายสัปดาห์ 12,000 บาท (กะ 12 ชั่วโมง) และ 16,000 บาท (กะ 24 ชั่วโมง) ดูที่ บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
- พยาบาลเยี่ยมบ้าน 1,800 บาทต่อครั้ง ช่วยทบทวนยา ประเมินผิวและแผล และสอนงานดูแลที่บ้านจริง หัตถการทางการพยาบาล เช่น เปลี่ยนสายให้อาหารทางจมูก 1,600 บาท เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ 2,200 บาท
- เช่าเตียงและรถเข็นส่งถึงบ้านก่อนวันกลับ เตียงไฟฟ้าชุดพร้อมที่นอนเริ่ม 4,500 บาทต่อเดือน รถเข็นรายวัน 900 บาท รายสัปดาห์ 1,600 บาท รายเดือน 3,000 บาท ส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าจัดส่ง 1,200 บาทต่อเที่ยว ฟรีเมื่อเช่า 3 เดือนขึ้นไป
คำถามที่พบบ่อย
ก่อนออกจากโรงพยาบาล ควรถามหมออะไรบ้าง
ถามอย่างน้อย 5 เรื่อง คือ อาการที่ต้องกลับมาโรงพยาบาล ยาใหม่และยาที่ต้องหยุด วันนัดครั้งถัดไป ข้อห้ามเรื่องการกินและการเคลื่อนไหว และเบอร์ติดต่อนอกเวลา ถ้ามีงานดูแลเฉพาะอย่างสายยางหรือแผล ให้ขอฝึกทำจริงก่อนกลับด้วย
ผู้ป่วยกลับบ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง
เตรียมที่นอนที่ลุกนั่งง่าย ถ้าขึ้นบันไดลำบากให้ย้ายลงชั้นล่าง เคลียร์ทางเดินถึงห้องน้ำ ติดราวจับและแผ่นกันลื่น ติดไฟนำทางกลางคืน และเตรียมยา ผ้าอ้อม และของใช้ชุดแรกไว้ก่อนวันกลับ
ควรเตรียมบ้านล่วงหน้ากี่วัน
ควรเสร็จก่อนวันกลับอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพราะเตียงหรือรถเข็นต้องรอจัดส่ง และควรลองปรับระดับเตียงหรือกางรถเข็นให้คล่องก่อนวันจริง
คืนแรกที่กลับบ้าน ต้องมีคนเฝ้าไหม
ควรมี ถ้าท่านสับสน ต้องลุกเข้าห้องน้ำกลางคืน เดินไม่มั่นคง ต้องพลิกตัว หรือมีสายและออกซิเจน ถ้าท่านช่วยตัวเองได้ดีและไม่มีข้อเหล่านี้ อาจแค่ให้คนนอนห้องใกล้กันและมีกริ่งเรียก
รับผู้ป่วยกลับบ้าน ไม่มีคนไปรับทำอย่างไร
ใช้บริการพาไปและรับกลับจากโรงพยาบาลได้ KIN HomeCare คิดค่าผู้ดูแล 1,800 บาทต่อ 8 ชั่วโมง ค่ารถคิดแยก ถ้าท่านต้องนอนตลอดทางหรือใช้ออกซิเจน ให้ถามทีมรักษาก่อนว่าควรใช้รถพยาบาลหรือไม่
กลับบ้านแล้วสับสนตอนกลางคืน ปกติไหม
ความสับสนเฉียบพลันพบได้บ่อยในผู้สูงอายุหลังนอนโรงพยาบาลและมักเป็นมากขึ้นช่วงกลางคืน แต่ไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรรอดูเอง ถ้าสับสนขึ้นมากะทันหัน ต้องติดต่อแพทย์หรือพาไปโรงพยาบาล เพราะอาจเกิดจากการติดเชื้อ ยา ขาดน้ำ หรือสาเหตุอื่น
ปรึกษาทีม KIN HomeCare
ถ้าแพทย์เพิ่งบอกว่าคุณพ่อคุณแม่กลับบ้านได้ และยังไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมคนหรืออุปกรณ์อะไร โทรหรือไลน์มาเล่าสถานการณ์ได้ทันที ทีมช่วยวางแผนตั้งแต่วันรับกลับ คืนแรก ไปจนถึงสัปดาห์แรกที่บ้าน
- พาไปโรงพยาบาล ดูแลที่บ้าน พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ โทร 061-881-9399
- กายภาพบำบัดที่บ้าน โทร 095-767-6307
- LINE @KINHOMECARE
- ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน ให้บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ เริ่มงานได้ปกติภายใน 2–3 วัน ถ้าวันกลับใกล้แล้ว แจ้งทีมเร็วที่สุดเพื่อจัดคิว
ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่
เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ





