ผู้สูงอายุออกจากโรงพยาบาลแล้วเดินไม่ได้ หรือลุกไม่ขึ้น สาเหตุที่พบบ่อยคือภาวะร่างกายถดถอยจากการนอนนาน (แต่ถ้าเดินแย่ลงใหม่หลังกลับบ้าน ให้ทบทวนยา ข้อห้าม และอาการกับทีมรักษาด้วย เพราะอาจมาจากโรคเดิม ยา หรือการติดเชื้อ) คือกล้ามเนื้อขาและลำตัวอ่อนแรงลง การทรงตัวแย่ลง และหน้ามืดง่ายเวลาเปลี่ยนท่า ซึ่งเกิดได้แม้นอนโรงพยาบาลเพียงไม่กี่วัน ข่าวดีคือภาวะนี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นได้ถ้าเริ่มขยับอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันแรกที่กลับบ้าน แต่ต้องแยกให้ออกก่อนว่าไม่ใช่อาการของโรคใหม่ เพราะ ถ้าอ่อนแรงซีกเดียว หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที ต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่รอฟื้นฟูที่บ้าน
ภาพที่หลายบ้านเจอคือ คุณพ่อเดินเข้าโรงพยาบาลเองด้วยอาการไข้หรือปอดติดเชื้อ นอนอยู่ห้าหกวัน อาการโรคดีขึ้นจนหมออนุญาตให้กลับ แต่พอถึงบ้าน ท่านลุกจากเตียงไม่ไหว ยืนแล้วขาสั่น ต้องมีคนหิ้วปีกไปห้องน้ำ ลูกหลานตกใจว่าทำไมหายป่วยแล้วแต่กลับเดินไม่ได้ บทความนี้จะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น อาการแบบไหนอันตราย ประเมินที่บ้านอย่างไรว่าท่านอยู่ระดับไหน และสองสัปดาห์แรกควรทำอะไรทุกวัน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- การนอนบนเตียงนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทรงตัวแย่ลง และหน้ามืดง่ายเวลาลุก ยิ่งอยู่บนเตียงนาน ยิ่งกลับมาทำกิจวัตรเดิมได้ยาก
- อ่อนแรงซีกเดียว หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด สับสนขึ้นมาทันที เจ็บหน้าอก หรือหอบเหนื่อย ไม่ใช่ความอ่อนแรงธรรมดา ให้โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที
- เมื่อทีมรักษาอนุญาตและไม่มีอาการเตือน เริ่มฟื้นฟูที่บ้านด้วยการพาท่าน "ออกจากเตียง" ให้มากที่สุด ใส่เสื้อผ้าปกติ นั่งกินข้าวที่โต๊ะ ลุกนั่งบ่อย ๆ และเดินระยะสั้นโดยมีคนประกบ
- ลุกเปลี่ยนท่าช้า ๆ จากนอนเป็นนั่ง พักสักครู่ แล้วค่อยยืน เพื่อลดอาการหน้ามืด
- อาหารที่มีโปรตีนและน้ำที่เพียงพอเป็นวัตถุดิบของกล้ามเนื้อ ถ้าแพทย์จำกัดน้ำหรืออาหาร ให้ทำตามแพทย์
- ถ้าท่านยืนเองไม่ได้ เคยล้มหลังกลับบ้าน หรือผ่านไปราวสองสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น ควรให้นักกายภาพบำบัดประเมินที่บ้าน
1. ทำไมนอนโรงพยาบาลไม่กี่วัน กลับมาแล้วลุกไม่ขึ้น
คำตอบสั้นคือ ร่างกายผู้สูงอายุ "ถอยหลัง" เร็วมากเมื่อไม่ได้ใช้งาน โรงพยาบาลในสหราชอาณาจักรหลายแห่งอธิบายภาวะนี้กับครอบครัวตรง ๆ ว่า การนอนบนเตียงนานทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และยิ่งนอนนาน ก็ยิ่งยากที่จะลุกขึ้นมาทำสิ่งที่เคยทำได้ที่บ้าน
ในโรงพยาบาล ท่านอาจนอนเกือบทั้งวันเพราะเพลีย มีสายน้ำเกลือ มีสายวัดต่าง ๆ หรือทีมกลัวว่าจะล้ม ผลที่ตามมามีหลายด้านพร้อมกัน
- กล้ามเนื้อลีบและแรงลดลง โดยเฉพาะต้นขาและสะโพกที่ใช้ลุกยืน
- การทรงตัวแย่ลง ยืนแล้วโยก ต้องจับอะไรไว้ตลอด
- หน้ามืดเวลาลุก เพราะร่างกายไม่ได้ปรับความดันเลือดตามท่าทางมาหลายวัน บางท่านยืนแล้วมึนหรือเกือบเป็นลม
- ท้องผูก ปัสสาวะผิดปกติ และเบื่ออาหาร ซึ่งทำให้ยิ่งอ่อนเพลีย
- อารมณ์หดหู่และความคิดความจำแย่ลงชั่วคราว โดยเฉพาะท่านที่มีภาวะสมองเสื่อมอยู่เดิม
- เสี่ยงลิ่มเลือดที่ขาและการติดเชื้อ มากขึ้นเมื่อไม่ค่อยได้ขยับ
ยังมีปัจจัยซ้อนกันอีก เช่น ร่างกายยังเพลียจากตัวโรค ยาบางชนิดทำให้ง่วงหรือเวียนศีรษะ และช่วงป่วยท่านกินได้น้อย ผู้สูงอายุจึงขาอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัดหลังกลับบ้าน ทั้งที่ก่อนป่วยยังเดินไปตลาดได้
ถ้าครอบครัวยังอยู่ในช่วงเตรียมรับท่านกลับบ้าน อ่านเพิ่มได้ที่ คำถามที่ควรถามหมอและพยาบาลก่อนรับคุณพ่อคุณแม่กลับจากโรงพยาบาล เพราะการถามเรื่องการเดินและข้อห้ามไว้ตั้งแต่ก่อนกลับ จะทำให้เริ่มฟื้นฟูที่บ้านได้เร็วและปลอดภัยขึ้น
2. อาการแบบไหนไม่ใช่แค่อ่อนแรง ต้องไปโรงพยาบาลทันที
ความอ่อนแรงจากการนอนนานมักเป็น ทั้งสองข้างพอ ๆ กัน ค่อย ๆ ดีขึ้นทีละน้อย และท่านยังพูดคุยรู้เรื่องเหมือนเดิม ถ้าอาการไม่เข้าลักษณะนี้ อย่าเพิ่งสรุปว่า "แค่ขาไม่มีแรง" เพราะอาจเป็นโรคใหม่ที่ต้องรักษาเร่งด่วน
โทร 1669 ทันที ถ้าพบอาการเหล่านี้ ซึ่งเข้ากลุ่มอาการฉุกเฉินวิกฤต
- แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก หน้าเบี้ยว ปากตก พูดไม่ชัด หรือชัก
- หมดสติ ปลุกไม่ตื่น หรือซึมลงร่วมกับเหงื่อแตก ตัวเย็น
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หรือเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน
ติดต่อแพทย์หรือไปโรงพยาบาลโดยเร็ว ไม่ต้องรอวันนัด ถ้าพบอาการเหล่านี้
- สับสนขึ้นมาทันที จำคนในบ้านไม่ได้ พูดไม่รู้เรื่อง ต่างจากเมื่อวานชัดเจน (ถ้าซึมลงจนปลุกยาก หรือมีอ่อนแรงครึ่งซีกร่วมด้วย โทร 1669 ทันที) ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ ยา น้ำตาลในเลือดผิดปกติ หรือโรคทางสมอง
- มีไข้ หนาวสั่น ร่วมกับอ่อนแรงลงเร็วกว่าวันก่อน ๆ
- ขาข้างเดียวบวม ปวดตื้อ ๆ หรือผิวบริเวณน่องแดงคล้ำ ซึ่งอาจเป็นลิ่มเลือดที่ขา ถ้ามีหอบเหนื่อยหรือเจ็บหน้าอกร่วมด้วยให้โทร 1669
- ล้มแล้วศีรษะกระแทก ปวดสะโพกจนลงน้ำหนักไม่ได้ หรือหลังล้มแล้วซึมลง
- อ่อนแรงมากขึ้นทุกวัน ทั้งที่พยายามพาขยับแล้ว
จำง่าย ๆ ว่า "อ่อนแรงจากการนอนนาน จะค่อย ๆ ดีขึ้น" ถ้าอาการใหม่เกิดขึ้นทันที หรือแย่ลงเรื่อย ๆ ให้โทรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ควรเตรียมข้อมูลไว้ล่วงหน้าว่าจะโทรหาใคร บอกอะไร และจะไปโรงพยาบาลไหน ดูขั้นตอนเตรียมตัวได้ใน แผนรับมือเหตุฉุกเฉินและการโทร 1669 สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ
3. ประเมินที่บ้านใน 10 นาที ว่าคุณพ่อคุณแม่อยู่ระดับไหน
ก่อนเริ่มฝึก ครอบครัวควรรู้ว่าท่านทำอะไรได้เองแล้วบ้าง เพื่อเลือกกิจกรรมให้พอดี ไม่หักโหมจนล้ม และไม่ประคบประหงมจนกล้ามเนื้อไม่ได้ทำงาน ทำการประเมินนี้ในช่วงที่ท่านตื่นตัวดี หลังกินข้าวแล้วสักพัก และต้องมีผู้ใหญ่ยืนอยู่ข้างท่านตลอด
ลองดูทีละขั้น หยุดทันทีถ้าท่านบอกว่าหน้ามืด เวียนหัว หรือเหนื่อยมาก
- จากท่านอนหงาย ท่านพลิกตะแคงและดันตัวขึ้นนั่งเองได้ไหม
- นั่งห้อยขาขอบเตียง เท้าวางราบกับพื้น ท่านนั่งตัวตรงได้เองโดยไม่ต้องมีคนจับไหม
- จากเก้าอี้ที่มีพนักแขน ท่านลุกขึ้นยืนได้เองไหม หรือต้องมีคนช่วยดึง
- เมื่อยืนแล้ว ท่านยืนนิ่งได้โดยไม่โยกไหม
- ท่านเดินไปได้สักสองสามก้าวโดยมีคนประกบข้างไหม
จากนั้นจับคู่กับระดับที่ใกล้เคียงที่สุด
- ระดับ 1 ลุกนั่งเองได้ ยืนและเดินได้แต่ช้า ไม่มั่นคง ท่านยังมีแรงพอ ส่วนใหญ่ต้องการคนประกบเวลาเดิน และอุปกรณ์ช่วยเดินชั่วคราว ครอบครัวเริ่มฝึกตามหัวข้อถัดไปได้เลย
- ระดับ 2 ยืนได้ถ้ามีคนช่วย ลุกเองไม่ได้ ต้องมีคนพยุง แต่พอยืนแล้วทรงตัวได้บ้าง ระดับนี้เสี่ยงล้มสูงที่สุด เพราะท่านอยากเดินเองแต่แรงยังไม่พอ ควรให้นักกายภาพบำบัดประเมินเพื่อสอนวิธีช่วยพยุงที่ถูกต้อง
- ระดับ 3 ยืนไม่ได้ หรือนั่งทรงตัวเองไม่ได้ ต้องเริ่มจากการฝึกบนเตียงและการนั่ง การย้ายตัวต้องทำอย่างระมัดระวัง ระดับนี้ควรมีนักกายภาพวางแผนตั้งแต่ต้น และครอบครัวอาจต้องมีคนช่วยดูแลต่อเนื่อง
จดผลพร้อมวันที่ แล้วประเมินซ้ำทุกสองสามวัน การเห็นความก้าวหน้าเป็นกำลังใจทั้งกับท่านและคนดูแล
4. สองสัปดาห์แรกที่บ้าน ทำอะไรทุกวัน
หลักคือ พาท่านออกจากเตียงให้มากที่สุดเท่าที่ปลอดภัย และให้ท่านทำเองมากที่สุดเท่าที่ทำได้ แม้จะช้ากว่าที่ลูกทำให้ก็ตาม โรงพยาบาลหลายแห่งแนะนำครอบครัวว่า การชวนท่านลุก แต่งตัว และนั่งนอกเตียง ช่วยให้ท่านพึ่งพาตัวเองได้ คงแรงกล้ามเนื้อไว้ และฟื้นจากความเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น

ย้ายชีวิตประจำวันออกจากเตียง
- เช้ามาเปลี่ยนจากชุดนอนเป็นเสื้อผ้าอยู่บ้านปกติ และใส่รองเท้าหรือรองเท้าแตะที่มีพื้นกันลื่นรัดส้น
- ทุกมื้อให้ท่านนั่งกินที่โต๊ะหรือเก้าอี้ ไม่กินบนเตียง
- กลางวันให้นั่งเก้าอี้ดูโทรทัศน์หรือคุยกับหลาน แทนการนอนทั้งวัน
- เข้าห้องน้ำด้วยการเดินโดยมีคนประกบ ถ้ายังเดินไกลไม่ไหว ใช้เก้าอี้นั่งถ่ายข้างเตียงเฉพาะช่วงกลางคืน
ลุกเปลี่ยนท่าช้า ๆ สามจังหวะ
อาการหน้ามืดเวลาลุกพบบ่อยหลังนอนนาน คำแนะนำของระบบสาธารณสุขอังกฤษ (NHS) คือให้ลุกจากเตียงอย่างช้า ๆ จากนอนเป็นนั่ง แล้วค่อยจากนั่งเป็นยืน ในทางปฏิบัติที่บ้านทำได้แบบนี้
- ก่อนลุก ให้ท่านกระดกข้อเท้าขึ้นลงและกำแบมือบนเตียงสักพัก
- พลิกตะแคง ใช้แขนดันตัวขึ้นนั่งห้อยขาขอบเตียง นั่งพักจนหายมึน
- เท้าวางราบ โน้มตัวไปข้างหน้า แล้วค่อยลุกขึ้นยืน โดยมีคนยืนประกบ
- ยืนนิ่ง ๆ สักครู่ก่อนออกเดิน ถ้าเวียนหัวให้นั่งลงทันที
ฝึกลุกยืนจากเก้าอี้ วันละหลายรอบ
การลุกยืนจากเก้าอี้เป็นท่าฝึกที่ได้ผลกับชีวิตจริงมาก เพราะเป็นท่าเดียวกับที่ต้องใช้ตอนลุกจากโซฟา ลุกจากชักโครก และลุกจากเตียง เลือกเก้าอี้ที่มั่นคง ไม่มีล้อ ไม่ลื่นไถล นั่งแล้วเท้าวางราบกับพื้น ช่วงแรกที่ขายังอ่อนมาก ใช้เก้าอี้ที่มีพนักแขนให้ท่านดันตัวขึ้นได้ แล้วค่อยลดการใช้มือลงเมื่อแรงขาดีขึ้น
- นั่งค่อนมาที่ขอบเก้าอี้ เท้าห่างกันประมาณความกว้างสะโพก
- โน้มลำตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย "จมูกไปก่อนเข่า" แล้วลุกขึ้นช้า ๆ ด้วยแรงขา
- ยืนตรง แล้วค่อย ๆ นั่งลงอย่างควบคุม ไม่ทิ้งตัว
- เริ่มทีละไม่กี่ครั้งตามที่ท่านไหว ทำหลายรอบกระจายทั้งวัน เช่น ก่อนกินข้าวทุกมื้อ ดีกว่าทำรวดเดียวจนหมดแรง
ขยับข้อทุกวัน แม้วันที่ยังลุกไม่ไหว
ถ้าวันไหนท่านเพลียมาก ยังควรขยับข้อบนเตียงหรือบนเก้าอี้ เช่น กระดกข้อเท้าขึ้นลง เหยียดงอเข่าทีละข้าง ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ และหมุนไหล่เบา ๆ การขยับขาบ่อย ๆ ยังช่วยการไหลเวียนเลือดในขาด้วย
เดินระยะสั้น บ่อยครั้ง มีคนประกบ
เริ่มจากเดินในห้อง ไปห้องน้ำ ไปโต๊ะกินข้าว ค่อย ๆ เพิ่มระยะเมื่อท่านไม่เหนื่อยหอบและไม่เวียนหัว คนประกบควรยืนเยื้องด้านหลังฝั่งขาที่อ่อนกว่า มือหนึ่งจับที่เอวหรือเข็มขัดพยุงเดิน อีกมืออยู่ใกล้ไหล่ท่าน ห้ามดึงแขนหรือหิ้วใต้รักแร้ เพราะเสี่ยงไหล่บาดเจ็บ และถ้าท่านทรุด คนดูแลจะรับน้ำหนักไม่ไหว
ตัวอย่างหนึ่งวันในช่วงสองสัปดาห์แรก
- เช้า ลุกสามจังหวะ เข้าห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า นั่งกินข้าวเช้าที่โต๊ะ
- สาย ฝึกลุกยืนจากเก้าอี้หนึ่งรอบ เดินในบ้านระยะสั้น แล้วนั่งพักบนเก้าอี้
- กลางวัน นั่งกินข้าวที่โต๊ะ งีบบนเตียงได้ไม่นานเกินไป
- บ่าย ขยับข้อบนเก้าอี้ เดินอีกรอบ อาจออกไปนั่งหน้าบ้าน
- เย็น ฝึกลุกยืนอีกรอบก่อนมื้อเย็น นั่งกินข้าวพร้อมครอบครัว
- ก่อนนอน พาเข้าห้องน้ำ เปิดไฟนำทางจากเตียงไปห้องน้ำ วางของจำเป็นไว้ใกล้มือ
5. อาหารและน้ำ คือวัตถุดิบของกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อจะกลับมาแข็งแรงได้ต้องมีทั้งการใช้งานและวัตถุดิบ ช่วงหลังป่วยผู้สูงอายุมักกินได้น้อย ถ้ากินไม่พอ การฝึกจะเหนื่อยเร็วและได้ผลช้า
- ให้มีโปรตีนทุกมื้อ เช่น ปลา ไก่ ไข่ เต้าหู้ นม หรือถั่ว ปรุงให้นิ่ม เคี้ยวง่าย
- แบ่งมื้อเล็กหลายมื้อ ถ้าท่านกินมื้อใหญ่ไม่ไหว เสริมด้วยของว่างที่มีโปรตีนระหว่างมื้อ
- ดื่มน้ำให้พอ การขาดน้ำทำให้หน้ามืดและท้องผูกง่ายขึ้น วางแก้วน้ำไว้ใกล้มือท่านเสมอ
- ถ้ามีโรคหัวใจ โรคไต หรือแพทย์สั่งจำกัดน้ำ จำกัดโปรตีน หรือให้อาหารเฉพาะ ให้ทำตามแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเป็นหลัก ไม่ต้องเพิ่มเอง
- สังเกตการกลืน ถ้าท่านไอหรือสำลักขณะกิน ให้แจ้งแพทย์
6. อุปกรณ์ช่วยชั่วคราว และจัดบ้านให้เดินปลอดภัย
อุปกรณ์ช่วงนี้มีไว้ ให้ท่านลุกเดินได้อย่างปลอดภัย ไม่ใช่ให้นั่งเฉย ๆ หลายชิ้นใช้แค่ช่วงสั้น จึงควรคิดก่อนซื้อว่าจะใช้นานแค่ไหน

- วอล์คเกอร์ เหมาะกับช่วงแรกที่ท่านทรงตัวไม่ดีทั้งสองข้าง ต่อมาอาจเปลี่ยนเป็นไม้เท้าเมื่อแข็งแรงขึ้น KIN HomeCare ไม่มีวอล์คเกอร์ให้เช่า หาซื้อได้ตามร้านอุปกรณ์การแพทย์ วิธีเลือกแบบและปรับความสูงอยู่ใน คู่มือเลือกไม้เท้าและวอล์คเกอร์
- เข็มขัดพยุงเดิน ช่วยให้คนประกบมีจุดจับที่มั่นคงแทนการดึงแขน ควรให้นักกายภาพสอนวิธีใช้ก่อน
- รถเข็น ใช้สำหรับระยะไกล เช่น ไปตามนัดแพทย์ แต่ในบ้านควรให้ท่านเดินเท่าที่ทำได้ ไม่ใช่นั่งรถเข็นแทนการเดินทั้งหมด
- เตียงปรับระดับ ช่วยให้ลุกนั่งง่ายขึ้น ความสูงเตียงที่เหมาะคือเมื่อท่านนั่งขอบเตียงแล้วเท้าวางราบกับพื้นพอดี เข่างอเป็นมุมฉาก หรือประมาณ 40–50 เซนติเมตร
- เก้าอี้ที่มีพนักแขนและมั่นคง วางไว้ในจุดที่ท่านนั่งบ่อย
รถเข็นและเตียงปรับระดับ ถ้าต้องใช้ช่วงสั้น ๆ การเช่ามักคุ้มกว่าซื้อ ดูรุ่นและราคาได้ที่ หน้าเช่าอุปกรณ์ มีทั้งให้เช่าและจำหน่าย ราคาจำหน่ายสอบถาม 061-881-9399
จัดบ้านเพิ่มอีกนิดก็ลดโอกาสล้มได้มาก
- เก็บพรม สายไฟ และของวางพื้นออกจากทางเดินหลักระหว่างเตียง ห้องน้ำ และโต๊ะกินข้าว
- ติดไฟนำทางจากเตียงไปห้องน้ำสำหรับกลางคืน
- วางโทรศัพท์ แว่นตา น้ำดื่ม ไว้ในระยะเอื้อมจากเตียง
- ถ้าห้องนอนอยู่ชั้นบน พิจารณาย้ายลงชั้นล่างชั่วคราว อ่านวิธีตัดสินใจได้ใน บ้าน 2 ชั้น พ่อแม่ขึ้นบันไดไม่ไหว เลือกทางไหนดี
7. เมื่อไรควรให้นักกายภาพบำบัดประเมินที่บ้าน
ถ้าท่านอยู่ระดับ 2 หรือ 3 ตั้งแต่วันแรก ควรให้นักกายภาพประเมินโดยเร็ว เพราะช่วงแรกเสี่ยงล้มสูงและเป็นช่วงที่การฝึกคุ้มค่ามาก ส่วนระดับ 1 ครอบครัวเริ่มเองได้ แต่ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญเมื่อพบสัญญาณเหล่านี้
- ผ่านไปราวสองสัปดาห์แล้ว ยังลุกยืนเองไม่ได้ หรือเดินได้ไม่ไกลกว่าเดิม
- ท่านล้ม หรือเกือบล้มหลายครั้ง
- ครอบครัวไม่แน่ใจว่าจะช่วยพยุงอย่างไร หรือคนดูแลเริ่มปวดหลัง
- แพทย์สั่งข้อห้าม เช่น ห้ามลงน้ำหนักขาเต็มที่ ซึ่งต้องฝึกให้ตรงกับคำสั่ง
- ท่านไม่ยอมลุกเพราะกลัวล้ม หรือหมดกำลังใจ
- บ้านมีบันได ห้องน้ำอยู่ไกล หรือพื้นต่างระดับที่ต้องวางแผนเฉพาะ
นักกายภาพจะสอนครอบครัวให้ฝึกต่อในวันที่ไม่ได้มา เพื่อให้ท่านได้ขยับทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะวันที่มีนัด
ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ
- ให้ท่านนอนพักให้เต็มที่ก่อน "หายเหนื่อยแล้วค่อยเดิน" ยิ่งนอนนาน กล้ามเนื้อยิ่งอ่อน วิธีที่ได้ผลกว่าคือพักเป็นช่วงสั้น สลับกับลุกขยับบ่อย ๆ
- ทำทุกอย่างแทนท่าน เช่น ป้อนข้าว ยกท่านลุก เข็นรถเข็นเข้าห้องน้ำทุกครั้ง ทำให้ท่านไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อ ให้ท่านทำเองก่อน แล้วช่วยเฉพาะส่วนที่ไม่ไหว
- ดึงแขนหรือหิ้วใต้รักแร้เวลาพยุง เสี่ยงไหล่ท่านบาดเจ็บและคนดูแลปวดหลัง ให้จับที่เอวหรือเข็มขัดพยุงเดินแทน
- ให้ลุกพรวดพราดตอนกลางคืน ช่วงตื่นใหม่ ๆ เป็นช่วงที่หน้ามืดและล้มบ่อย ให้ลุกสามจังหวะทุกครั้ง และเปิดไฟก่อนลุก
- ปล่อยให้กินน้อยดื่มน้อยเพราะกลัวเข้าห้องน้ำบ่อย ทำให้หน้ามืด ท้องผูก และไม่มีแรง ควรจัดทางไปห้องน้ำให้สะดวกแทนการงดน้ำ
- มองข้ามอาการใหม่ว่าเป็นแค่ความอ่อนเพลีย อ่อนแรงซีกเดียว สับสนขึ้นมาทันที หรือขาข้างเดียวบวม ต้องพบแพทย์ ไม่ใช่รอฝึกที่บ้าน
เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย
ถ้าท่านยืนเองไม่ได้ เคยล้มหลังกลับบ้าน หรือครอบครัวต้องทำงานประจำจนไม่มีใครพาขยับได้ทั้งวัน การมีมืออาชีพเข้ามาช่วยในช่วงนี้อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ได้มาก เพราะเวลาไม่กี่สัปดาห์แรกคือช่วงที่ทุกวันมีความหมาย ทั้งนี้ผลการฟื้นฟูของแต่ละท่านไม่เท่ากัน ขึ้นกับโรคเดิม อายุ และสภาพร่างกายก่อนป่วย
- กายภาพบำบัดที่บ้าน นักกายภาพบำบัดไปประเมินการลุก การยืน การเดิน และสภาพบ้าน วางโปรแกรมฝึกเป็นขั้น สอนครอบครัวพยุงอย่างปลอดภัย และแนะนำอุปกรณ์ที่เหมาะ ค่าบริการ 1,800 บาทต่อครั้ง ครั้งแรก 1,500 บาท ถึง 31 ธันวาคม 2569 แพ็กเกจ 10 ครั้ง 15,000 บาท ดูรายละเอียดที่ กายภาพบำบัดที่บ้าน
- นักบริบาลช่วงพักฟื้น ช่วยพาเดินและฝึกตามแผนที่นักกายภาพวางไว้ทุกวัน พาเข้าห้องน้ำ ดูแลเรื่องอาหารและยาตามแพทย์สั่ง กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน ขั้นต่ำ 3 วัน หรือรายสัปดาห์ 12,000 บาท ถ้าท่านลุกเข้าห้องน้ำบ่อยตอนกลางคืน มีกะกลางคืน 20:00–08:00 ราคาเดียวกัน ดูที่ ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
- เช่าเตียงผู้ป่วยไฟฟ้า พร้อมที่นอน เริ่ม 4,500 บาทต่อเดือน ส่ง ติดตั้ง และสาธิตการใช้งานถึงบ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
หลายครอบครัวใช้ทั้งสองอย่างคู่กัน คือนักกายภาพมาประเมินและวางแผนเป็นระยะ ส่วนนักบริบาลหรือคนในบ้านฝึกตามแผนทุกวัน ซึ่งทำให้ท่านได้ขยับสม่ำเสมอโดยไม่ต้องจ้างนักกายภาพทุกวัน
คำถามที่พบบ่อย
ผู้สูงอายุออกจากโรงพยาบาลแล้วเดินไม่ได้ จะกลับมาเดินได้ไหม
หลายท่านกลับมาลุกเดินได้ดีขึ้นเมื่อได้ขยับอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่มีใครบอกล่วงหน้าได้แน่นอนว่าจะกลับไปเหมือนเดิมแค่ไหน เพราะขึ้นกับโรคที่ป่วย สภาพร่างกายก่อนป่วย และการฝึกหลังกลับบ้าน สิ่งที่ครอบครัวทำได้คือเริ่มขยับตั้งแต่วันแรกอย่างปลอดภัย และให้นักกายภาพประเมินถ้าไม่ดีขึ้น
นอนโรงพยาบาลแล้วกล้ามเนื้ออ่อนแรง ต้องใช้เวลากี่วันถึงจะฟื้น
ไม่มีตัวเลขตายตัว บางท่านดีขึ้นชัดในไม่กี่วัน บางท่านต้องใช้หลายสัปดาห์ ให้ดูแนวโน้มแทน ถ้าแต่ละสัปดาห์ทำได้มากขึ้นถือว่ามาถูกทาง ถ้าผ่านไปราวสองสัปดาห์ยังเหมือนเดิมหรือแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์หรือให้นักกายภาพประเมิน
ผู้สูงอายุขาอ่อนแรง ลุกไม่ขึ้น ควรให้นอนพักก่อนไหม
ไม่ควรให้นอนทั้งวัน การพักเป็นช่วงสั้น ๆ ได้ แต่ควรสลับกับการลุกนั่ง นั่งเก้าอี้ และเดินระยะสั้นหลายครั้งต่อวัน เพราะการนอนนานคือสาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงต่อเนื่อง ยกเว้นแพทย์สั่งให้นอนพักด้วยเหตุผลเฉพาะ
กลับบ้านแล้วลุกไม่ไหว ยืนแล้วหน้ามืด ทำอย่างไร
ให้ลุกช้า ๆ เป็นขั้น จากนอนเป็นนั่ง พักจนหายมึน แล้วค่อยยืน ขยับข้อเท้าก่อนลุก และดื่มน้ำให้พอ ถ้าหน้ามืดบ่อย เป็นลม หรือเพิ่งเริ่มยาใหม่ ควรแจ้งแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวกับยาหรือความดันเลือด
ผู้สูงอายุอ่อนแรงแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
อ่อนแรงครึ่งซีก หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด หมดสติ เจ็บหน้าอก หรือหอบเหนื่อยรุนแรง ให้โทร 1669 ทันที ส่วนอาการสับสนที่เกิดขึ้นทันที มีไข้หนาวสั่น หรือขาข้างเดียวบวมปวด ควรพบแพทย์โดยเร็วโดยไม่ต้องรอวันนัด
KIN มีวอล์คเกอร์ให้เช่าไหม
ไม่มี วอล์คเกอร์หาซื้อได้ตามร้านอุปกรณ์การแพทย์ KIN HomeCare มีรถเข็นและเตียงไฟฟ้าให้เช่า และนักกายภาพช่วยแนะนำได้ว่าควรซื้อแบบไหน
ปรึกษาทีม KIN HomeCare
ถ้าคุณพ่อคุณแม่เพิ่งกลับจากโรงพยาบาลแล้วลุกเดินไม่ไหว และครอบครัวไม่แน่ใจว่าควรเริ่มตรงไหน โทรมาเล่าอาการคร่าว ๆ ได้เลย ถ้าส่งคลิปสั้น ๆ ตอนท่านลุกจากเตียงหรือเดินในบ้านมาทาง LINE ทีมจะแนะนำได้ตรงขึ้น
- กายภาพบำบัดที่บ้าน โทร 095-767-6307 (สำรอง 061-881-9399)
- นักบริบาลดูแลช่วงพักฟื้น และเช่าอุปกรณ์ โทร 061-881-9399
- LINE @KINHOMECARE
- ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าท่านควรเริ่มด้วยบริการแบบไหน ให้บริการถึงบ้านทั่วประเทศ
ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่
เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ





