ข้อตกลงก่อนจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุ ที่ควรคุยให้ชัดก่อนวันเริ่มงานมี 9 เรื่อง ได้แก่ กะทำงาน การพักของผู้ดูแล อาหารและที่นอน ค่าบริการ มัดจำและวันหยุด งานที่ผู้ดูแลทำได้ วันเริ่มงานและการเลือกผู้ดูแล การเปลี่ยนตัวเมื่อไม่เหมาะ พื้นที่และค่าเดินทาง และเอกสารที่ขอได้ ถ้าตกลงครบทั้ง 9 ข้อนี้ตั้งแต่แรก จะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาและข้อขัดแย้งที่ทำให้การจ้างผู้ดูแลที่บ้านสะดุดได้มาก

หลายบ้านที่จ้างผู้ดูแลแล้วต้องเปลี่ยนคนหรือเลิกกลางทาง ไม่ได้มีปัญหาที่ฝีมือการดูแล แต่มาสะดุดกับเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ถามกันวันแรก เช่น ผู้ดูแลจะนอนตรงไหน ใครเตรียมอาหาร วันหยุดใครดูแลคุณพ่อคุณแม่แทน หรืองานที่ต้องใช้ทักษะพิเศษใครเป็นคนทำ เมื่อเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงกลางคืนขณะที่ทุกคนเหนื่อยล้า ก็กลายเป็นความอึดอัดของทั้งสองฝ่าย บทความนี้จึงรวบรวมเช็กลิสต์ 9 ข้อพร้อมเงื่อนไขจริงของ KIN HomeCare ในแต่ละข้อ ให้คุณลูกหยิบไปถามได้ทั้งกับเราและกับที่อื่น

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • กะ: กะ 12 ชั่วโมงมี 2 ช่วง คือ 08:00–20:00 น. และ 20:00–08:00 น. ส่วนกะ 24 ชั่วโมงคือผู้ดูแล 1 ท่านอยู่ประจำ ถ้าต้องมีคนตื่นดูแลตลอดคืน ให้ใช้กะ 12 ชั่วโมง 2 ท่านแทน
  • ราคา: รายวันขั้นต่ำ 3 วัน กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน กะ 24 ชั่วโมง 2,500 บาทต่อวัน รายเดือนเริ่ม 30,000 บาท จ้างรายวันมัดจำ 2,000 บาท ยกเลิกแล้วไม่คืน
  • ที่พักและอาหาร: อาหารของผู้ดูแลรวมอยู่ในราคาแล้ว ครอบครัวเตรียมเฉพาะที่นอน
  • ขอบเขตงาน: งานประจำวันนักบริบาลทำได้ งานที่ต้องฝึกเฉพาะ เช่น ดูดเสมหะ ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกงานนั้น ส่วนหัตถการทางการพยาบาลเป็นงานของพยาบาลวิชาชีพ
  • เปลี่ยนตัว: ถ้าผู้ดูแลปฏิบัติงานไม่ตรงมาตรฐานหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เปลี่ยนได้ 1 ครั้งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเหตุผลเป็นเพียงความชอบส่วนตัว ขอเปลี่ยนไม่ได้ จึงควรดูโปรไฟล์และเล่านิสัยท่านให้ทีมฟังก่อน
  • เอกสาร: ออกใบเสร็จและใบกำกับภาษีได้ แต่ไม่ออกใบรับรองแพทย์ และเบิกประกันไม่ได้

1. กะทำงานและการพักของผู้ดูแล (ข้อ 1–2)

เริ่มจากคำถามว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องการคนดูแลตอนไหนบ้าง แล้วค่อยเลือกกะให้ตรง เพราะกะที่เลือกผิดคือต้นเหตุของความคาดหวังที่ไม่ตรงกันบ่อยที่สุด

ข้อ 1: กะ 12 ชั่วโมง หรือ 24 ชั่วโมง

  • กะ 12 ชั่วโมง มี 2 ช่วง คือกลางวัน 08:00–20:00 น. และกลางคืน 20:00–08:00 น. ถ้าบ้านต้องการเวลาอื่น ขอปรับได้ในบางกรณี ให้แจ้งทีมตอนนัดหมาย
  • กะ 24 ชั่วโมง ผู้ดูแล 1 ท่านอยู่ประจำตลอดวัน

เกณฑ์ที่ช่วยเลือกกะได้ง่ายที่สุดคือ ในแต่ละคืนคุณพ่อคุณแม่ต้องมีคนตื่นมาดูแลกี่ครั้ง ถ้ากลางคืนท่านนอนหลับได้ตลอด ไม่ต้องพลิกตัว ไม่สับสน ไม่ลุกเข้าห้องน้ำบ่อย กะ 24 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่ถ้าท่านต้องได้รับการดูแลหลายครั้งต่อคืน ควรใช้กะ 12 ชั่วโมง 2 ท่าน สลับกะกลางวันกับกะกลางคืน จะได้มีคนที่พักผ่อนมาเต็มที่และตื่นดูแลได้จริงทั้งสองช่วง

รายละเอียดการเลือกกะ อ่านต่อได้ที่ กะดูแลผู้สูงอายุรายวัน 12 และ 24 ชั่วโมง

ข้อ 2: ผู้ดูแลกะ 24 ชั่วโมงพักตอนไหน

ผู้ดูแลกะ 24 ชั่วโมงพักตามช่วงที่คุณพ่อคุณแม่พัก เช่น กลางคืนหลัง 22:00 น. นั่นแปลว่าช่วงที่ท่านหลับ ผู้ดูแลก็พักไปด้วย ไม่ได้ตื่นเฝ้าตลอดทั้งคืน

ลูกสาวนั่งคุยกับนักบริบาลชุดฟ้าที่โต๊ะกินข้าว มีสมุดเปล่าวางอยู่บนโต๊ะ
ก่อนวันเริ่มงาน นั่งคุยเรื่องกะ เวลาพัก และหน้าที่ของแต่ละคนให้ชัด แล้วจดลงสมุดเล่มเดียวกัน

ข้อควรระวังคือ ถ้าตกลงว่าเป็นกะ 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ในความเป็นจริงต้องมีคนตื่นทั้งคืน ผู้ดูแลจะไม่ได้พักเลย และหลายวันติดกันจะเหนื่อยจนงานดูแลตกลง ทั้งที่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ ให้ตอบคำถามข้อ 1 ตรง ๆ ก่อนเลือกกะ ถ้าต้องมีคนตื่นตลอดคืน ให้เลือกกะ 12 ชั่วโมง 2 ท่านตั้งแต่ต้น

2. อาหารและที่นอนของผู้ดูแล (ข้อ 3)

เรื่องนี้ดูเล็กแต่เป็นเรื่องที่ครอบครัวถามกันมากที่สุดในวันแรก

  • อาหารของผู้ดูแล: ผู้ดูแลจัดหาเอง ค่าอาหารรวมอยู่ในค่าบริการแล้ว ครอบครัวไม่ต้องเตรียมหรือจ่ายเพิ่ม
  • ที่นอนของผู้ดูแล: ครอบครัวเตรียมให้

สำหรับกะ 24 ชั่วโมง ควรเตรียมที่นอนไว้ในจุดที่ผู้ดูแลได้ยินเสียงเรียกจากคุณพ่อคุณแม่ และพักผ่อนได้จริง ไม่ใช่มุมที่ต้องเก็บของทุกเช้า ที่นอนที่สบายและพักผ่อนได้จริงจะช่วยให้ผู้ดูแลมีแรงดูแลท่านในวันถัดไป ส่วนกะ 12 ชั่วโมง ให้เตรียมที่นั่งพักสั้น ๆ สำหรับช่วงที่ท่านหลับกลางวัน หรือช่วงพักตามความเหมาะสม

ถ้าที่บ้านมีพื้นที่จำกัด เช่น ห้องเดียวหรือคอนโด ให้บอกทีมตอนนัดหมาย จะได้คุยกันล่วงหน้าว่าจัดที่ให้ผู้ดูแลพักอย่างไรโดยไม่ลำบากทั้งสองฝ่าย

3. ค่าจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุ มัดจำ และวันหยุด (ข้อ 4)

ราคานี้เป็นค่าบริการนักบริบาลที่บ้านของ KIN HomeCare ณ เดือนกันยายน 2569

รายวัน (ขั้นต่ำ 3 วัน)

  • กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน
  • กะ 24 ชั่วโมง 2,500 บาทต่อวัน

รายสัปดาห์ (7 วัน)

  • กะ 12 ชั่วโมง 12,000 บาท
  • กะ 24 ชั่วโมง 16,000 บาท

รายเดือน แบบผู้ดูแลมีวันหยุดสัปดาห์ละ 1 วัน

  • กะ 12 ชั่วโมง 30,000 บาท
  • กะ 24 ชั่วโมง 36,000 บาท

รายเดือน แบบเหมาวันหยุด ดูแลต่อเนื่องทุกวัน

  • กะ 12 ชั่วโมง 36,000 บาท
  • กะ 24 ชั่วโมง 41,000 บาท

จ้างผู้ดูแลที่บ้าน วันหยุด: เรื่องที่ต้องตกลงให้ชัด

ถ้าเลือกรายเดือนแบบมีวันหยุด วันที่ผู้ดูแลหยุด ครอบครัวต้องดูแลคุณพ่อคุณแม่เอง ก่อนตกลง ให้ถามตัวเองว่า ในวันนั้นมีใครในบ้านว่างและไหวจริงไหม ถ้าที่บ้านไม่มีใครรับช่วงได้ ให้เลือกแบบเหมาวันหยุด ซึ่งผู้ดูแลจะดูแลต่อเนื่องทุกวัน

ตัวอย่างการเทียบราคาแบบง่าย ๆ ถ้าจ้างรายวันกะ 12 ชั่วโมงต่อเนื่อง 30 วัน จะเป็น 1,800 บาท × 30 วัน ซึ่งสูงกว่ารายเดือนเหมาวันหยุด 36,000 บาทอยู่มาก ถ้ารู้ว่าต้องใช้ต่อเนื่องเป็นเดือน การเลือกรายเดือนจะคุ้มกว่า ส่วนรายวันเหมาะกับช่วงสั้น ๆ เช่น ช่วงหลังออกจากโรงพยาบาล หรือช่วงลองดูว่าแบบไหนเหมาะกับท่าน

อีกกรณีที่ครอบครัวมักคิดไม่ถึง คือต้องมีคนตื่นดูแลตลอดคืน จึงใช้กะ 12 ชั่วโมง 2 ท่าน ค่าใช้จ่ายรายเดือนคือ 30,000 บาทต่อท่าน คูณ 2 ท่าน (แบบมีวันหยุด) เมื่อเทียบกับกะ 24 ชั่วโมง 1 ท่าน 36,000 บาท ในแบบมีวันหยุด ผู้ดูแลแต่ละท่านหยุดสัปดาห์ละ 1 วัน ช่วงกะของท่านที่หยุด ครอบครัวต้องดูแลเอง กะ 24 ชั่วโมง 1 ท่านก็หยุดสัปดาห์ละ 1 วันเช่นกัน ซึ่งครอบครัวต้องดูแลเองทั้งวัน ถ้าต้องการให้มีคนดูแลต่อเนื่องทุกวัน ให้เทียบแบบเหมาวันหยุดแทน คือกะ 12 ชั่วโมง 36,000 บาทต่อท่าน คูณ 2 ท่าน เทียบกับกะ 24 ชั่วโมง 1 ท่าน 41,000 บาท ตัวเลขสองแบบนี้ต่างกันเพราะงานที่ได้ต่างกัน ไม่ใช่ราคาแพงหรือถูกกว่า ให้เลือกจากความต้องการจริงของท่านเป็นหลัก

มัดจำและการชำระเงิน (จ้างรายวัน)

  • ขั้นต่ำ 3 วัน
  • มัดจำ 2,000 บาท เป็นค่าสรรหาผู้ดูแลโดยทีมพยาบาล ยกเลิกแล้วไม่คืนมัดจำ
  • ชำระค่าบริการก่อนวันเริ่มงานอย่างน้อย 1 วัน

การจ้างรายสัปดาห์และรายเดือน สอบถามเงื่อนไขมัดจำกับเจ้าหน้าที่ตอนนัดหมาย เพราะยังเป็นข้อที่ตกลงเป็นรายกรณี

4. ผู้ดูแลทำงานอะไรได้บ้าง (ข้อ 5)

ข้อนี้สำคัญที่สุดในเช็กลิสต์ เพราะเป็นข้อที่ตัดสินว่าผู้ดูแลที่มาจะตรงกับงานที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการหรือไม่ เส้นแบ่งที่เข้าใจง่ายที่สุดคือ งานที่โรงพยาบาลสอนให้ครอบครัวทำต่อเองที่บ้านได้ นักบริบาลที่ผ่านการฝึกทำแทนได้ ส่วนหัตถการที่ต้องใช้ทักษะทางการพยาบาลเป็นงานของพยาบาลวิชาชีพ แบ่งเป็น 3 ระดับ

ระดับที่ 1: งานดูแลประจำวัน นักบริบาลทำได้

  • อาบน้ำ เช็ดตัว ป้อนอาหารและยา
  • ให้อาหารทางสายยาง
  • พลิกตัว วัดสัญญาณชีพ พาเดิน
  • เปลี่ยนผ้าอ้อม

ระดับที่ 2: งานดูแลที่ต้องฝึกเฉพาะ

ได้แก่ ดูดเสมหะ ดูแลท่อเจาะคอ ฉีดอินซูลิน และทำแผลทั่วไปที่ไม่ลึก ในระดับที่ครอบครัวทำให้กันเองที่บ้านได้ งานกลุ่มนี้ทำโดย นักบริบาลที่ผ่านการฝึกงานนั้น ภายใต้การกำกับของทีมพยาบาลวิชาชีพ โดยทีมพยาบาลประเมินรายบุคคลก่อนมอบงาน ราคาเท่านักบริบาลทั่วไป

ข้อสำคัญคือ ไม่ใช่นักบริบาลทุกท่านที่ผ่านการฝึกทุกงาน ครอบครัวจึงควรแจ้งงานเหล่านี้ตั้งแต่ตอนนัดหมาย ทีมจะจัดผู้ดูแลที่ผ่านการฝึกงานนั้นให้ ถ้าไม่แจ้งไว้ล่วงหน้า แล้วมาพบว่าต้องดูดเสมหะกลางคืนวันแรก จะเสียทั้งเวลาและความสบายใจ

ระดับที่ 3: หัตถการทางการพยาบาล ต้องเป็นพยาบาลวิชาชีพ

  • ใส่หรือเปลี่ยนสายให้อาหารทางจมูก
  • เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ
  • ฉีดยาอื่นที่ไม่ใช่อินซูลิน
  • ทำแผลลึกหรือแผลซับซ้อน

งานกลุ่มนี้ครอบครัวเลือกได้ 2 แบบ ดูรายละเอียดที่ บริการพยาบาลดูแลที่บ้าน

  1. ให้นักบริบาลอยู่ประจำ แล้วเรียกพยาบาลวิชาชีพไปที่บ้านเฉพาะวันที่ต้องทำ หัตถการรายครั้งเริ่มที่ 1,200 บาท (เช่น ทำแผล 1,200 บาท เปลี่ยนสายให้อาหารทางจมูก 1,600 บาท เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ 2,200 บาท)
  2. ให้พยาบาลวิชาชีพอยู่ดูแลตลอดกะ กะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวัน

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าคุณพ่อคุณแม่ควรใช้พยาบาลหรือนักบริบาล อ่านเทียบกันได้ที่ ค่าพยาบาลดูแลที่บ้านกับนักบริบาล ต่างกันอย่างไร

เรื่องยา: ตกลงให้ชัดว่าใครทำอะไร

ผู้ดูแลช่วยป้อนยาได้เฉพาะตามรายการยาที่แพทย์สั่งและจัดไว้ให้เรียบร้อยแล้ว โดยครอบครัวหรือพยาบาลเป็นผู้รับผิดชอบระบบจัดยา ผู้ดูแลไม่ปรับชนิด ขนาด หรือเวลายาเอง และ การปรับชนิดหรือขนาดยาเป็นเรื่องของแพทย์เท่านั้น ก่อนเริ่มงาน ควรจัดรายการยาที่ท่านกินอยู่ให้เป็นระบบ และให้ผู้ดูแลทราบว่ามื้อไหนกินอะไร วิธีจัดยาที่ใช้ได้จริงอยู่ที่ ระบบจัดยาผู้สูงอายุที่บ้าน

5. วันเริ่มงาน การเลือกผู้ดูแล และการเปลี่ยนตัว (ข้อ 6–7)

ข้อ 6: เริ่มงานได้เร็วแค่ไหน และเลือกผู้ดูแลได้ไหม

  • เริ่มงานเมื่อไร: ปกติภายใน 2–3 วัน งานด่วนไม่คิดค่าบริการเพิ่ม
  • ดูโปรไฟล์ก่อนได้: มีโปรไฟล์ผู้ดูแลให้ครอบครัวดูก่อนเริ่มงาน
  • เลือกเพศได้: ขอเลือกเพศผู้ดูแลได้ แต่ผู้ดูแลชายมีจำนวนน้อย ถ้าต้องการผู้ดูแลชาย ให้บอกแต่เนิ่น ๆ

ข้อ 7: ถ้าผู้ดูแลไม่เหมาะ เปลี่ยนได้ไหม

ถ้าผู้ดูแลปฏิบัติงานไม่ตรงตามมาตรฐาน หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ครอบครัวขอ เปลี่ยนได้ 1 ครั้ง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ข้อที่ต้องเข้าใจคือ ถ้าผู้ดูแลทำงานได้ตามมาตรฐาน แต่ เหตุผลของครอบครัวเป็นเพียงความชอบส่วนตัว จะขอเปลี่ยนไม่ได้ ดังนั้นการเลือกให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงสำคัญ แนะนำให้ทำ 2 อย่างก่อนเริ่มงาน

  1. ดูโปรไฟล์ผู้ดูแลให้ละเอียด
  2. เล่านิสัย ความชอบ และเรื่องที่กังวลของคุณพ่อคุณแม่ให้ทีมทราบ เช่น ท่านชอบคุยหรือชอบเงียบ ตื่นกี่โมง ไม่ชอบอะไร ทีมจะได้เลือกคนที่เข้ากันได้ตั้งแต่แรก

นอกจากนี้ ควรบอกท่านล่วงหน้าว่าจะมีผู้ดูแลมา ให้ท่านมีโอกาสรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ ท่านจะยอมรับคนใหม่ได้ง่ายกว่าการที่ต้องเจอคนแปลกหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว ถ้าคุณลูกยังลังเลว่าถึงเวลาจ้างหรือยัง อ่านสัญญาณได้ที่ 5 สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาจ้างผู้ดูแล

6. พื้นที่บริการ ค่าเดินทาง และเอกสาร (ข้อ 8–9)

ข้อ 8: พื้นที่และค่าเดินทาง

KIN HomeCare ให้บริการดูแลถึงบ้าน ทั่วประเทศ ค่าเดินทางคิดตามพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบก่อนยืนยันงาน ไม่มีตัวเลขกลางที่ตายตัว จึงควรถามค่าเดินทางให้ชัดในวันที่คุยกับทีม ครอบครัวในชลบุรีและพัทยา อ่านข้อมูลเฉพาะพื้นที่ได้ที่ ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ชลบุรี พัทยา

ข้อ 9: ใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ และการเบิกประกัน

  • ใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี: ออกให้ได้
  • ใบรับรองแพทย์: ไม่ออกให้ เพราะเป็นบริการดูแลที่บ้าน
  • เบิกประกัน: เบิกไม่ได้

ถ้าครอบครัวต้องใช้ใบเสร็จเพื่อยื่นเรื่องอื่น เช่น ลดหย่อนภาษีหรือเบิกกับที่ทำงาน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า จะได้ออกเอกสารให้ตรงกับชื่อและรายละเอียดที่ต้องใช้

7. นอกเหนือจาก 9 ข้อ: ตกลงวิธีสื่อสารประจำวัน

9 ข้อข้างบนเป็นเรื่องที่ต้องตกลงกับทีม ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ครอบครัวควรคุยกันเองและคุยกับผู้ดูแลในวันแรก เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้การดูแลราบรื่นในระยะยาว

นักบริบาลชุดฟ้าเล่าให้ลูกชายฟังหน้าห้องนอนคุณพ่อ โดยถือกระดาษเปล่าไว้ในมือ
ตกลงกันว่าจะสื่อสารกันอย่างไรทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นบอกปากเปล่า จดในสมุด หรือส่งข้อความ
  • ตกลงช่องทางและเวลารายงาน: เช่น เล่าสั้น ๆ ตอนเปลี่ยนกะ หรือจดลงสมุดเล่มเดียวที่วางไว้ข้างเตียง เรื่องที่ควรจดคือ ท่านกินอะไรไปเท่าไร นอนหลับเป็นอย่างไร ขับถ่ายอย่างไร ยามื้อไหนให้ไปแล้ว และมีอะไรผิดปกติหรือไม่ การมีช่องทางเดียวที่ทุกคนใช้ ดีกว่าให้ผู้ดูแลต้องเล่าซ้ำกับสมาชิกครอบครัวหลายคน
  • ตกลงว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจ: ในบ้านที่มีพี่น้องหลายคน ให้เลือกคนหนึ่งเป็นผู้ติดต่อหลักกับผู้ดูแล เพื่อไม่ให้ผู้ดูแลได้รับคำสั่งที่ขัดกันจากหลายทาง
  • เขียนเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ที่เห็นชัด: เบอร์ญาติ เบอร์แพทย์ที่ดูแลท่าน โรงพยาบาลที่ไปประจำ และรายการยาปัจจุบัน ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ดูแลต้องรู้ทันทีว่าโทรหาใคร และเมื่อไรต้องโทร 1669 อ่านแผนรับมือได้ที่ แผนฉุกเฉิน 1669 สำหรับผู้สูงอายุ
  • บอกกฎของบ้านสั้น ๆ ให้ชัด: เช่น เรื่องของมีค่าที่เก็บไว้ที่ไหน การใช้โทรศัพท์ในเวลางาน การมีแขกมาเยี่ยม การถ่ายรูปท่านลงโซเชียล การเข้าออกห้องต่าง ๆ บอกกันตรง ๆ ตั้งแต่วันแรกอย่างสุภาพ ดีกว่ารู้สึกไม่สบายใจแล้วเก็บไว้
  • จดข้อตกลงที่คุยกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร: ไม่ว่าจะจ้างผ่านที่ไหน ควรจดสิ่งที่ตกลงกันไว้ในกระดาษหน้าเดียว ทั้งกะ วันหยุด งานที่ทำ เบอร์ติดต่อ และให้ทั้งครอบครัวกับผู้ดูแลเห็นตรงกัน
  • นัดทบทวนหลังสัปดาห์แรก: นั่งคุยกัน 10–15 นาทีว่าอะไรราบรื่น อะไรอยากปรับ ผู้ดูแลจะได้รู้ว่าครอบครัวต้องการอะไรและกล้าบอกปัญหาก่อนสะสม

8. เช็กลิสต์ 9 ข้อ สำหรับถามก่อนวันเริ่มงาน

คัดลอกไปถามเจ้าหน้าที่หรือเก็บไว้ในโทรศัพท์ได้เลย

  1. กะไหน: กะ 12 ชั่วโมง (08:00–20:00 หรือ 20:00–08:00) หรือกะ 24 ชั่วโมง 1 ท่าน ถ้าต้องมีคนตื่นตลอดคืน ใช้กะ 12 ชั่วโมง 2 ท่าน
  2. ผู้ดูแลกะ 24 ชั่วโมงพักตอนไหน: พักตามช่วงที่คุณพ่อคุณแม่พัก เช่น หลัง 22:00 น.
  3. อาหารและที่นอน: อาหารผู้ดูแลรวมในค่าบริการ ครอบครัวเตรียมที่นอน
  4. ค่าบริการ มัดจำ วันหยุด: รายวันขั้นต่ำ 3 วัน มัดจำ 2,000 บาท ยกเลิกไม่คืน ชำระก่อนเริ่มงาน 1 วัน รายเดือนแบบมีวันหยุด ครอบครัวดูแลเองในวันที่ผู้ดูแลหยุด
  5. งานที่ต้องทำ: แจ้งงานที่ต้องฝึกเฉพาะ เช่น ดูดเสมหะ ดูแลเจาะคอ ฉีดอินซูลิน ทำแผลทั่วไป ตั้งแต่ตอนนัดหมาย และหัตถการทางการพยาบาลเป็นงานพยาบาลวิชาชีพ
  6. เริ่มงานเมื่อไร: ปกติ 2–3 วัน งานด่วนไม่คิดเพิ่ม ดูโปรไฟล์ก่อนได้ เลือกเพศได้
  7. เปลี่ยนผู้ดูแล: ไม่ตรงมาตรฐานหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสม เปลี่ยนได้ 1 ครั้งไม่มีค่าใช้จ่าย เหตุผลเป็นเพียงความชอบส่วนตัว ขอเปลี่ยนไม่ได้
  8. พื้นที่และค่าเดินทาง: ทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่แจ้งค่าเดินทางตามพื้นที่ก่อนยืนยันงาน
  9. เอกสาร: ใบเสร็จและใบกำกับภาษีได้ ใบรับรองแพทย์ไม่ออกให้ เบิกประกันไม่ได้

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • เลือกกะ 24 ชั่วโมงทั้งที่ต้องมีคนตื่นทั้งคืน: ผู้ดูแลพักตามช่วงที่ท่านพัก จึงไม่ได้ตื่นเฝ้าตลอด ถ้าท่านต้องได้รับการดูแลหลายครั้งต่อคืน ให้เลือกกะ 12 ชั่วโมง 2 ท่านตั้งแต่แรก
  • เลือกรายเดือนแบบมีวันหยุดโดยไม่มีคนรับช่วง: พอถึงวันที่ผู้ดูแลหยุด ก็ไม่มีใครดูแลท่าน วางคนรับช่วงไว้ก่อน หรือเลือกแบบเหมาวันหยุดถ้าในบ้านไม่มีใคร
  • ไม่แจ้งงานที่ต้องฝึกเฉพาะตอนนัดหมาย: เช่น ดูดเสมหะหรือฉีดอินซูลิน ทำให้ได้ผู้ดูแลที่ยังไม่ได้ฝึกงานนั้น แจ้งตั้งแต่ตอนนัด ทีมจะจัดคนที่ผ่านการฝึกให้
  • ข้ามการดูโปรไฟล์และไม่เล่านิสัยท่านให้ทีมฟัง: เพราะถ้าผู้ดูแลทำงานตามมาตรฐานแต่ไม่เข้ากันในเรื่องความชอบส่วนตัว จะขอเปลี่ยนไม่ได้ การเลือกที่ดีตั้งแต่แรกจึงสำคัญกว่าการหวังแก้ทีหลัง
  • ไม่เตรียมที่นอนให้ผู้ดูแล: ผู้ดูแลที่ไม่ได้พักจะดูแลท่านได้ไม่เต็มที่ ที่นอนเป็นส่วนที่ครอบครัวเตรียมให้ อย่าลืมเตรียมก่อนวันแรก
  • เข้าใจว่ายกเลิกแล้วได้มัดจำคืน: การจ้างรายวัน มัดจำ 2,000 บาทไม่คืน เพราะเป็นค่าสรรหาผู้ดูแลโดยทีมพยาบาล อ่านเงื่อนไขนี้ให้ครบก่อนชำระ

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

ถ้าคุณลูกกำลังดูแลท่านเองแล้วเริ่มเหนื่อยเกินกำลัง เช่น นอนไม่พอหลายคืนติดกัน ต้องลางานบ่อย หรือท่านต้องการการดูแลที่เกินความรู้ที่มี นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาหาคนช่วย การมีผู้ดูแลมืออาชีพไม่ได้แปลว่าคุณลูกดูแลไม่ดี แต่ช่วยให้ทั้งท่านและครอบครัวมีแรงดูแลกันได้นานขึ้น อ่านสัญญาณของการหมดไฟได้ที่ สัญญาณผู้ดูแลหมดไฟและทางออก

  • นักบริบาลดูแลที่บ้าน กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน กะ 24 ชั่วโมง 2,500 บาทต่อวัน จ้างรายวันขั้นต่ำ 3 วัน หรือเลือกรายสัปดาห์และรายเดือนตามตารางข้างบน ถ้าอยากลองระยะสั้นก่อน ให้เริ่มจากรายวัน 3 วันหรือรายสัปดาห์ ดูรายละเอียดที่ บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
  • พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้านหรืออยู่ประจำ สำหรับงานที่เป็นหัตถการ พยาบาลกะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวัน หัตถการรายครั้งเริ่ม 1,200 บาท หรือพยาบาลเยี่ยมบ้าน 1,800 บาทต่อครั้ง ดูที่ พยาบาลดูแลที่บ้าน

ทางเลือกทั้งหมดนี้ ทีมยินดีช่วยประเมินให้ก่อนตัดสินใจ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา

คำถามที่พบบ่อย

จ้างคนดูแลผู้สูงอายุ ต้องตกลงอะไรบ้าง

ควรตกลงอย่างน้อย 9 เรื่อง คือ กะทำงาน การพักของผู้ดูแล อาหารและที่นอน ค่าบริการมัดจำและวันหยุด งานที่ผู้ดูแลทำได้ วันเริ่มงานและการเลือกผู้ดูแล การเปลี่ยนตัว พื้นที่และค่าเดินทาง และเอกสาร รายละเอียดของแต่ละข้อดูได้ในเช็กลิสต์ข้างบน

ผู้ดูแลกะ 24 ชั่วโมงได้นอนไหม

ได้ ผู้ดูแลพักตามช่วงที่คุณพ่อคุณแม่พัก เช่น กลางคืนหลัง 22:00 น. ถ้าต้องมีคนตื่นเฝ้าตลอดคืน ควรใช้กะ 12 ชั่วโมง 2 ท่านแทน

ต้องเตรียมอาหารให้ผู้ดูแลไหม

ไม่ต้อง ผู้ดูแลจัดหาอาหารเอง และค่าอาหารรวมอยู่ในค่าบริการแล้ว ครอบครัวเตรียมเฉพาะที่นอนให้ผู้ดูแล

ยกเลิกแล้วได้มัดจำคืนไหม

ไม่ได้ สำหรับการจ้างรายวัน มัดจำ 2,000 บาทไม่คืนเมื่อยกเลิก เพราะเป็นค่าสรรหาผู้ดูแลโดยทีมพยาบาล ส่วนการจ้างรายสัปดาห์และรายเดือน สอบถามเงื่อนไขกับเจ้าหน้าที่ตอนนัดหมาย

ผู้ดูแลดูดเสมหะหรือฉีดอินซูลินได้ไหม

ได้ ถ้าเป็นนักบริบาลที่ผ่านการฝึกงานนั้น ภายใต้การกำกับของทีมพยาบาลวิชาชีพ ครอบครัวควรแจ้งตั้งแต่ตอนนัดหมาย ทีมจะจัดคนที่ผ่านการฝึกให้ ส่วนการใส่หรือเปลี่ยนสายให้อาหารทางจมูกและเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ ต้องเป็นพยาบาลวิชาชีพ

ไม่ถูกใจผู้ดูแล เปลี่ยนได้ไหม

ถ้าผู้ดูแลปฏิบัติงานไม่ตรงตามมาตรฐาน หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เปลี่ยนได้ 1 ครั้งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเหตุผลเป็นเพียงความชอบส่วนตัว ขอเปลี่ยนไม่ได้ จึงควรดูโปรไฟล์และเล่านิสัยคุณพ่อคุณแม่ให้ทีมทราบก่อนเริ่มงาน

เริ่มงานได้เร็วที่สุดเมื่อไร ถ้าต้องการด่วน

ปกติเริ่มงานภายใน 2–3 วัน และงานด่วนไม่คิดค่าบริการเพิ่ม ให้โทรบอกทีมว่าต้องการเริ่มเมื่อไร ทีมจะแจ้งว่าจัดผู้ดูแลได้ทันหรือไม่

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าบ้านของคุณควรเลือกกะไหน หรืออยากให้ช่วยดูว่างานที่ท่านต้องการอยู่ในระดับไหน เล่าสภาพของคุณพ่อคุณแม่ให้ทีมฟังได้เลย ทีมจะช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน และส่งโปรไฟล์ผู้ดูแลให้ดูก่อนเริ่มงาน

  • ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน พยาบาลที่บ้าน และเช่าอุปกรณ์ โทร 061-881-9399
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน ให้บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เขียนโดย พว.อรฤทัย บุญตวง (ว.5311192883) · ตรวจทานโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ (ว.40854) · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ