เรียกรถพยาบาล 1669 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และรถปฏิบัติการฉุกเฉินในระบบ 1669 โดยทั่วไปไม่เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ป่วยฉุกเฉิน ส่วนค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลเป็นไปตามสิทธิที่แต่ละคนมี และถ้าอาการเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤตตามการคัดแยกของโรงพยาบาล จะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิ UCEP บ้านที่มีผู้สูงอายุควรเตรียมแผนฉุกเฉินไว้ก่อนเกิดเหตุ 4 เรื่อง คือ รู้อาการที่ต้องโทรทันที รู้ว่าจะพูดอะไรกับเจ้าหน้าที่ มีแผ่นข้อมูลติดตู้เย็นกับกระเป๋าฉุกเฉิน และซ้อมแบ่งหน้าที่กับทุกคนในบ้านรวมถึงผู้ดูแล
ตีสองคืนวันเสาร์ คุณพ่อลุกมาบอกว่าแน่นหน้าอก เหงื่อแตก ลูกชายโทรหาพี่สาวก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าหนักพอจะเรียกรถพยาบาลไหม และกลัวว่าจะเสียเงินเท่าไร พอโทร 1669 ติด เจ้าหน้าที่ถามว่าคุณพ่อกินยาอะไรอยู่ แพ้ยาอะไรไหม และให้บอกทางเข้าบ้าน ลูกชายตอบได้ไม่ครบ ชื่อยาอยู่ในถุงยาที่ไม่รู้ว่าวางไว้ตรงไหน นาทีที่เสียไปไม่ได้เกิดจากความไม่ใส่ใจ แต่เกิดจากไม่มีใครเตรียมไว้ บทความนี้คือแผนที่ครอบครัวทำเสร็จได้ในบ่ายวันเดียว แล้วใช้ได้ทุกครั้งที่จำเป็น
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- โทร 1669 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง รถปฏิบัติการฉุกเฉินในระบบโดยทั่วไปไม่เก็บค่าบริการจากผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเลย ค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลเป็นไปตามสิทธิ
- โทรทันทีเมื่อท่านหมดสติ ไม่หายใจ หอบเหนื่อยรุนแรง ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือชักต่อเนื่อง
- บอกเจ้าหน้าที่: เกิดอะไรขึ้น สถานที่พร้อมจุดสังเกต จำนวนผู้ป่วย อาการ อันตรายรอบตัว และเบอร์ติดต่อกลับ แล้ว อย่าวางสายจนเจ้าหน้าที่บอก
- UCEP: ถ้าเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤตตามการคัดแยกของโรงพยาบาล ทุกสิทธิเข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน จนพ้นภาวะวิกฤตหรือไม่เกิน 72 ชั่วโมง
- ติด แผ่นข้อมูลฉุกเฉิน ที่ตู้เย็น วางกระเป๋าฉุกเฉินไว้ใกล้ประตู และซ้อมแบ่งหน้าที่กับทุกคนในบ้าน
- ไปตามนัดแพทย์หรือเรื่องที่ไม่เร่งด่วน ไม่ใช่งานของ 1669 ให้นัดบริการพาไปโรงพยาบาลไว้ล่วงหน้าแทน
1. 1669 คืออะไร และเรียก 1669 เสียเงินไหม
1669 คือหมายเลขแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และรถปฏิบัติการฉุกเฉินในระบบ 1669 โดยทั่วไปไม่เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ป่วยฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวอาจต้องจ่ายจึงอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นไปตามสิทธิของคุณพ่อคุณแม่
แยกให้ชัด อะไรไม่เสียเงิน อะไรขึ้นกับสิทธิ
- ค่าโทร 1669 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
- รถปฏิบัติการฉุกเฉินในระบบ 1669 โดยทั่วไปไม่เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ป่วยฉุกเฉิน
- ค่ารักษาที่โรงพยาบาล เป็นไปตามสิทธิที่ท่านมี เช่น บัตรทอง ประกันสังคม สิทธิข้าราชการ หรือประกันสุขภาพส่วนตัว และถ้าอาการเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต จะใช้สิทธิ UCEP ตามหัวข้อที่ 5
- รถพยาบาลเอกชนที่ครอบครัวติดต่อเอง ค่าบริการเป็นไปตามผู้ให้บริการแต่ละราย
ไม่แน่ใจว่าฉุกเฉินไหม โทรได้หรือเปล่า
โทรได้ ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทร 1669 แล้วเล่าอาการตามจริง ให้เจ้าหน้าที่ช่วยประเมิน ดีกว่านั่งรอดูอาการจนเสียเวลาสำคัญ ความกังวลเรื่องเงินไม่ควรเป็นเหตุให้ลังเล เพราะค่าโทรไม่เสียเงิน และรถในระบบโดยทั่วไปไม่เก็บค่าบริการในกรณีฉุกเฉิน
2. อาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
โทร 1669 ทันทีเมื่อพบอาการฉุกเฉินวิกฤต 6 กลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่ใช้ในเกณฑ์สิทธิ UCEP
- หมดสติ ไม่รู้สึกตัว หรือไม่หายใจ
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง
- ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น
- เจ็บหน้าอกเฉียบพลันและรุนแรง
- แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือชักต่อเนื่อง
- อาการรุนแรงอื่นที่กระทบการหายใจ การไหลเวียนเลือด หรือสมอง
สิ่งที่หลายบ้านไม่รู้ คือผู้สูงอายุจำนวนมากไม่บ่นเจ็บและไม่บอกว่าเหนื่อย แต่แสดงออกด้วยการซึมลง สับสน หรือพูดน้อยลงกะทันหัน ถ้าท่านเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างรวดเร็วแบบนี้ ให้โทรปรึกษา 1669 อย่ารอให้อาการชัดกว่านี้
ถ้าบ้านมีเครื่องวัดความดันหรือเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ตัวเลขช่วยให้เล่าอาการได้ชัดขึ้น แต่ห้ามเสียเวลาวัดซ้ำไปมาก่อนโทร เกณฑ์ตัวเลขและวิธีวัดที่ถูกอยู่ใน วัดความดันที่บ้านอย่างไรให้แม่น และ วิธีอ่านเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วสำหรับผู้สูงอายุ
ถ้าลังเลระหว่าง "โทรเลย" กับ "รอดูอาการอีกหน่อย" ในกลุ่มอาการเหล่านี้ ให้โทรเลย
3. การเรียกรถพยาบาล 1669 ต้องพูดอะไรกับเจ้าหน้าที่
บอกให้ครบ 6 เรื่อง คือ เกิดอะไรขึ้น อยู่ที่ไหน มีคนป่วยกี่คน อาการเป็นอย่างไร มีอันตรายรอบตัวไหม และเบอร์ที่ติดต่อกลับได้ จากนั้นทำตามคำแนะนำ และอย่าวางสายจนกว่าเจ้าหน้าที่จะบอก
- เกิดอะไรขึ้น เช่น คุณพ่อแน่นหน้าอก เหงื่อแตก เริ่มเป็นเมื่อไร
- สถานที่ พร้อมจุดสังเกต บ้านเลขที่ ซอย หมู่บ้าน ใกล้ร้านหรือวัดอะไร ประตูรั้วสีอะไร
- จำนวนผู้ป่วย ส่วนใหญ่ที่บ้านคือ 1 คน แต่ต้องบอกให้ชัด
- อาการ ท่านรู้สึกตัวไหม ตอบคำถามได้ไหม หายใจไหม
- อันตรายรอบตัว หรือสิ่งที่เป็นอุปสรรค เช่น สุนัขดุ ทางเข้าแคบ บ้านอยู่ชั้นบนไม่มีลิฟต์
- เบอร์ที่ติดต่อกลับได้ เบอร์ที่โทรอยู่ และเบอร์ญาติอีกคน
ตัวอย่าง: "แจ้งเหตุฉุกเฉินค่ะ คุณพ่ออายุ (…) ปี แน่นหน้าอก เหงื่อแตก เริ่มเมื่อ (…) ตอนนี้รู้สึกตัว ตอบได้ แต่หอบ อยู่บ้านเลขที่ (…) ซอย (…) ตรงข้าม (…) ประตูรั้วสีเขียว มีคนป่วยหนึ่งคน ติดต่อกลับเบอร์นี้ได้ค่ะ"
เคล็ดลับ: เปิดลำโพงโทรศัพท์ มือจะได้ว่างช่วยท่าน พูดช้า ๆ ชัด ๆ และถ้าตื่นเต้นจนนึกไม่ออก ให้อ่านจากแผ่นข้อมูลฉุกเฉินที่ติดตู้เย็น ซึ่งควรมีประโยคบอกทางเขียนไว้พร้อมอ่าน
4. ระหว่างรอรถพยาบาล ทำอะไร และห้ามทำอะไร
ระหว่างรอ ให้คนหนึ่งอยู่กับท่านและทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ อีกคนเตรียมทางให้ทีมเข้าถึงตัวท่านได้เร็วที่สุด
สิ่งที่ควรทำ
- อยู่กับท่าน สังเกตการหายใจและการรู้สึกตัว ถ้าอาการเปลี่ยนให้แจ้งเจ้าหน้าที่
- ถ้าท่านไม่หายใจ เจ้าหน้าที่อาจแนะนำวิธีช่วยเบื้องต้นทางโทรศัพท์ ทำตามทีละขั้น
- ให้อีกคนออกไปรอที่หน้าบ้านหรือปากซอยเพื่อโบกเรียก กลางคืนเปิดไฟหน้าบ้าน
- ปลดล็อกประตู เปิดทางเดิน เก็บสิ่งกีดขวาง และแยกสัตว์เลี้ยงไว้อีกห้อง
- หยิบกระเป๋าฉุกเฉิน แผ่นข้อมูล และยาที่ท่านกินอยู่ มาไว้ใกล้ตัว
- โทรแจ้งญาติ หลังจากแจ้ง 1669 เรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ห้ามป้อนน้ำ อาหาร หรือยาทางปาก ถ้าท่านซึม หมดสติ หรือกลืนลำบาก
- อย่าเคลื่อนย้ายท่านที่ล้ม ถ้าไม่มีอันตรายรอบตัว โดยเฉพาะเมื่อศีรษะกระแทก หรือปวดคอ หลัง หรือสะโพก
- อย่าวางสายก่อนเจ้าหน้าที่บอก
- อย่าอุ้มขึ้นรถส่วนตัวแล้วขับไปเองอย่างรีบร้อนเมื่ออาการเข้าข่ายวิกฤต เพราะระหว่างทางไม่มีใครดูแลท่านได้ และคนขับที่ตกใจเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ
5. สิทธิ UCEP: เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่
ถ้าเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤตตามการคัดแยกของโรงพยาบาล ผู้ป่วยทุกสิทธิเข้ารักษาที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุดได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน จนพ้นภาวะวิกฤตหรือไม่เกิน 72 ชั่วโมง หลังจากนั้นเป็นไปตามสิทธิการรักษาของผู้ป่วย
เรื่องที่ครอบครัวควรรู้
- ผู้ตัดสินว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ คือบุคลากรที่คัดแยกในโรงพยาบาล ไม่ใช่ครอบครัว และไม่ใช่ตัวเลขบนเครื่องวัดที่บ้าน
- อาการฉุกเฉินวิกฤต ใช้ 6 กลุ่มเดียวกับหัวข้อที่ 2
- โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด อาจไม่ใช่โรงพยาบาลประจำของท่าน แผ่นข้อมูลฉุกเฉินที่ระบุโรงพยาบาลประจำและเลข HN จึงช่วยให้การประสานงานต่อเป็นไปได้ง่ายขึ้น
- หลังพ้นวิกฤตหรือครบ 72 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเป็นไปตามสิทธิของท่าน ครอบครัวควรรู้ล่วงหน้าว่าคุณพ่อคุณแม่ใช้สิทธิอะไร ถ้าไม่แน่ใจ สอบถามได้ที่สายด่วน สปสช. 1330
- ถ้าไม่เข้าเกณฑ์วิกฤต ค่าใช้จ่ายเป็นไปตามสิทธิและโรงพยาบาลนั้น แต่ไม่ได้แปลว่าการโทร 1669 ผิด
ข้อมูลเพิ่มเติม: เมื่อ 15 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์ UCEP ฉบับใหม่ ซึ่งห้ามให้ผู้ป่วยทำเอกสารสละสิทธิ และให้อุทธรณ์ผลการคัดแยกได้ภายใน 90 วัน
6. แผ่นข้อมูลฉุกเฉินติดตู้เย็น และกระเป๋าฉุกเฉิน
แผ่นข้อมูลฉุกเฉินคือกระดาษ 1 แผ่นที่รวมทุกอย่างที่เจ้าหน้าที่และโรงพยาบาลต้องถาม ติดไว้ที่ประตูตู้เย็น เพราะเป็นจุดที่ทุกคนในบ้านรู้และหาเจอแม้ในนาทีที่ตกใจ ส่วนกระเป๋าฉุกเฉินคือกระเป๋าใบเล็กที่หยิบออกจากบ้านได้ทันที
แผ่นข้อมูลฉุกเฉิน ต้องมีอะไรบ้าง
- ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น และวันเกิดหรืออายุ
- โรคประจำตัวทั้งหมด
- ยาที่กินอยู่ทุกตัว พร้อมขนาดและเวลาที่กิน
- ประวัติแพ้ยาและแพ้อาหาร เขียนตัวใหญ่ให้เห็นชัด
- โรงพยาบาลประจำ และเลขประจำตัวที่โรงพยาบาล (HN)
- สิทธิการรักษาที่ใช้อยู่
- ญาติที่ติดต่อได้อย่างน้อย 2 คน พร้อมเบอร์โทร
- ที่อยู่พร้อมจุดสังเกต เขียนเป็นประโยคพร้อมอ่านให้เจ้าหน้าที่ฟัง
- อุปกรณ์ที่ท่านใช้ประจำ เช่น เครื่องผลิตออกซิเจน สายให้อาหาร ฟันปลอม เครื่องช่วยฟัง
- ค่าที่แพทย์ให้วัดประจำและค่าปกติของท่าน เช่น ความดันและออกซิเจนในวันที่สบายดี
- วันที่อัปเดตล่าสุด
อัปเดตทุกครั้งที่ยาเปลี่ยน ถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์ของลูกทุกคน และถ้ารายการยาของท่านยังกระจัดกระจาย เริ่มจัดให้เป็นระบบตาม ระบบจัดยาผู้สูงอายุที่บ้าน ก่อน แผ่นข้อมูลจะเขียนง่ายขึ้นมาก
กระเป๋าฉุกเฉิน วางไว้ใกล้ประตู
- สำเนาบัตรประชาชนและบัตรที่ใช้สิทธิ
- สำเนาแผ่นข้อมูลฉุกเฉิน
- ยาที่ท่านกินอยู่ หรือถุงยาจากโรงพยาบาล
- สมุดบันทึกความดันหรือออกซิเจนล่าสุด ถ้ามี
- แว่นตา เครื่องช่วยฟัง กล่องใส่ฟันปลอม
- ที่ชาร์จโทรศัพท์และสายชาร์จ
- เสื้อผ้า 1 ชุด เสื้อคลุมบาง ๆ และผ้าอ้อมถ้าท่านใช้
- เงินสดจำนวนเล็กน้อย
7. ซ้อมแผนกับคนในบ้านและผู้ดูแล พร้อมเบอร์ที่ต้องบันทึก
แผนที่ไม่เคยซ้อมมักถูกลืมในนาทีจริง ให้นั่งคุยกันสักครั้ง แบ่งว่าใครทำอะไร แล้วซ้อมพูดประโยคแจ้งเหตุออกเสียงจริง ใช้เวลาไม่นานแต่ช่วยได้มากในวันที่ต้องใช้
แบ่งหน้าที่ 5 บทบาท
- คนโทร 1669 คือคนที่อยู่ใกล้ท่านที่สุดในตอนนั้น ไม่ต้องรอลูกคนโตหรือคนที่ตัดสินใจเรื่องบ้าน
- คนอยู่กับท่าน สังเกตอาการและทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
- คนเปิดทาง ปลดล็อกประตู เปิดไฟ ออกไปรอที่หน้าบ้าน
- คนหยิบกระเป๋า และแผ่นข้อมูลฉุกเฉิน
- คนแจ้งญาติ หลังจากแจ้ง 1669 แล้ว
ถ้าที่บ้านมีแค่ 2 คน ให้คนเดียวรับหลายบทบาทตามลำดับนี้ สิ่งที่ต้องไม่สลับคือ โทร 1669 ก่อน แล้วค่อยโทรหาญาติ
เบอร์ที่ควรบันทึกในโทรศัพท์ทุกเครื่องในบ้าน
- 1669 ตั้งเป็นเบอร์โทรด่วนในโทรศัพท์ของคุณพ่อคุณแม่ด้วย
- ลูกหรือญาติอย่างน้อย 2 คน
- เพื่อนบ้าน นิติบุคคล หรือ รปภ. ของหมู่บ้านหรือคอนโด
- โรงพยาบาลหรือคลินิกประจำของท่าน
- บริการพาไปโรงพยาบาลสำหรับเรื่องที่ไม่ฉุกเฉิน ซึ่งนัดล่วงหน้า
ซ้อมให้ครอบคลุมสถานการณ์จริง
ซ้อมตอนกลางคืนสักครั้ง ดูว่ากุญแจอยู่ไหน ไฟหน้าบ้านเปิดตรงไหน ห้องไหนสัญญาณโทรศัพท์อ่อน และให้ผู้ดูแลที่จ้างมาซ้อมด้วยตั้งแต่วันแรก ผู้ดูแลควรรู้ว่าแผ่นข้อมูลกับกระเป๋าอยู่ตรงไหน และมีเบอร์ญาติครบ ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยู่บ้านคนเดียวช่วงกลางวัน ต้องมีระบบเช็กอินและคนสำรองในพื้นที่เพิ่มด้วย ดูวิธีวางระบบได้ใน ผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียวตอนกลางวัน
8. ไม่ฉุกเฉินแต่ต้องไปโรงพยาบาล: ไม่ใช่งานของ 1669
การไปตามนัดแพทย์ การไปตรวจตามที่แพทย์สั่งแบบไม่เร่งด่วน หรือการรับกลับบ้านหลังออกจากโรงพยาบาล ไม่ใช่งานของ 1669 ควรจัดการเดินทางไว้ล่วงหน้า เพื่อให้รถฉุกเฉินว่างสำหรับคนที่ต้องการจริง
ทางเลือกสำหรับการเดินทางที่ไม่ฉุกเฉิน มีตั้งแต่รถของครอบครัว รถแท็กซี่หรือแอปเรียกรถ ไปจนถึงบริการพาไปโรงพยาบาลที่มีผู้ดูแลอยู่ด้วยตลอด บริการพาไปโรงพยาบาลของ KIN HomeCare มีรายละเอียดดังนี้
- ค่าผู้ดูแล 1,800 บาท ระยะเวลา 8 ชั่วโมง รับจากบ้าน อยู่ด้วยตลอด และพากลับ เกินเวลาคิดชั่วโมงละ 200 บาท
- ค่ารถคิดแยก ถ้าใช้รถพยาบาลของ KIN เริ่ม 2,000 บาท ตามระยะทาง
- ไม่รวมค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และค่าที่จอดรถ
- ดูรายละเอียดที่ บริการพาไปโรงพยาบาล
KIN HomeCare ไม่ใช่รถฉุกเฉิน และไม่ใช่ทางเลือกแทน 1669 บริการของ KIN เป็นงานที่นัดหมายไว้ก่อน ถ้ามีอาการฉุกเฉิน ให้โทร 1669 ทันที อย่าโทรหา KIN
ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ
- โทรหาลูกหรือญาติก่อน 1669 เสียเวลาช่วงที่สำคัญที่สุด แก้ด้วยการตกลงกันไว้ว่าใครอยู่ใกล้ท่านที่สุดให้โทร 1669 ก่อนเสมอ
- กลัวเสียเงินจนไม่กล้าโทร แก้ด้วยการรู้ข้อเท็จจริงว่าค่าโทรไม่เสียเงิน รถในระบบโดยทั่วไปไม่เก็บค่าบริการในกรณีฉุกเฉิน และถ้าเข้าเกณฑ์วิกฤตมีสิทธิ UCEP
- ขับรถพาไปเองทั้งที่อาการวิกฤต ระหว่างทางไม่มีใครดูแลท่าน แก้ด้วยการโทร 1669 และเตรียมทางให้รถเข้าถึงบ้าน
- ป้อนน้ำหรือยาให้ท่านที่ซึมหรือกลืนลำบาก เสี่ยงสำลัก แก้ด้วยการงดทุกอย่างทางปาก แล้วรอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
- อธิบายทางมาบ้านไม่ได้ แก้ด้วยการเขียนประโยคบอกทางพร้อมจุดสังเกตไว้บนแผ่นข้อมูลฉุกเฉิน
- แผ่นข้อมูลเก่า ยาไม่ตรงกับที่กินจริง แก้ด้วยการอัปเดตทุกครั้งที่ยาเปลี่ยน และเขียนวันที่อัปเดตกำกับไว้
เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย
ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีหลายโรค อาการเปลี่ยนเร็ว เคยต้องไปห้องฉุกเฉินบ่อย หรือช่วงเวลาส่วนใหญ่ไม่มีใครอยู่ด้วย การมีคนที่อยู่กับท่านทุกวันช่วยให้เห็นอาการเปลี่ยนเร็วขึ้น และแผนฉุกเฉินของบ้านไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ ทุกบริการด้านล่างเป็นงานที่นัดหมายล่วงหน้า ไม่ใช่บริการฉุกเฉิน
- นักบริบาลที่อยู่กับท่าน เป็นคนแรกที่เห็นอาการเปลี่ยน วัดสัญญาณชีพและจดบันทึกเป็นงานประจำวัน และรู้ขั้นตอนแจ้งเหตุ ครอบครัวซ้อมแผนของบ้านกับผู้ดูแลได้ตั้งแต่วันแรก กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน (ขั้นต่ำ 3 วัน) รายเดือน 30,000 บาท กะ 24 ชั่วโมงอยู่ประจำ 2,500 บาทต่อวัน รายเดือน 36,000 บาท ถ้าอยากลองระยะสั้นก่อนตัดสินใจระยะยาว เริ่มจากจ้างรายวันขั้นต่ำ 3 วัน หรือรายสัปดาห์ 12,000 บาท (กะ 12 ชั่วโมง) หรือ 16,000 บาท (กะ 24 ชั่วโมง) ก็ได้ ดูที่ บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
- พาไปโรงพยาบาลตามนัด 1,800 บาท ระยะเวลา 8 ชั่วโมง ค่ารถคิดแยก รถพยาบาลของ KIN เริ่ม 2,000 บาทตามระยะทาง
- เฝ้าไข้ที่โรงพยาบาล หลังท่านเข้าโรงพยาบาลแล้ว ครอบครัวไม่ต้องสลับกันลางาน ราคาเดียวกับดูแลที่บ้าน นักบริบาล 1,800 บาทหรือ 2,500 บาทต่อวันตามกะ พยาบาลวิชาชีพ 3,500 บาทต่อวัน เลือกเฉพาะกลางคืนได้ อ่านเพิ่มใน บริการเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาล
คำถามที่พบบ่อย
เรียก 1669 เสียเงินไหม
โทร 1669 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และรถปฏิบัติการฉุกเฉินในระบบ 1669 โดยทั่วไปไม่เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ป่วยฉุกเฉิน ส่วนค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลเป็นไปตามสิทธิของท่าน และถ้าเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤตจะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิ UCEP
ค่าเรียกรถพยาบาล 1669 เท่าไร
รถปฏิบัติการฉุกเฉินในระบบ 1669 โดยทั่วไปไม่เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ป่วยฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นไปตามสิทธิของท่าน ส่วนรถพยาบาลเอกชนที่ติดต่อเองโดยตรง คิดค่าบริการตามผู้ให้บริการแต่ละราย
การเรียกรถพยาบาล 1669 ต้องบอกอะไรบ้าง
บอกว่าเกิดอะไรขึ้น สถานที่พร้อมจุดสังเกต จำนวนผู้ป่วย อาการ (รู้สึกตัวไหม หายใจไหม) อันตรายรอบตัว และเบอร์ที่ติดต่อกลับได้ แล้วทำตามคำแนะนำ อย่าวางสายจนเจ้าหน้าที่บอก
ไม่แน่ใจว่าฉุกเฉินไหม เรียก 1669 ได้หรือเปล่า
ได้ โทรแล้วเล่าอาการตามจริง ให้เจ้าหน้าที่ช่วยประเมิน โดยเฉพาะเมื่อผู้สูงอายุซึมลง สับสน หรือเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว ดีกว่ารอจนอาการชัด
UCEP คืออะไร ใช้ได้ที่โรงพยาบาลไหน
UCEP คือสิทธิ "เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่" ถ้าเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤตตามการคัดแยกของโรงพยาบาล ผู้ป่วยทุกสิทธิเข้ารักษาที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุดได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน จนพ้นภาวะวิกฤตหรือไม่เกิน 72 ชั่วโมง หลังจากนั้นเป็นไปตามสิทธิของท่าน
เรียกรถพยาบาลไปตามนัดหมอได้ไหม
การไปตามนัดไม่ใช่งานของ 1669 ให้ใช้รถของครอบครัว รถรับจ้าง หรือบริการพาไปโรงพยาบาลที่นัดล่วงหน้า บริการของ KIN HomeCare ค่าผู้ดูแล 1,800 บาทต่อ 8 ชั่วโมง ค่ารถคิดแยก ถ้าใช้รถพยาบาลของ KIN เริ่ม 2,000 บาทตามระยะทาง
โทรเรียก KIN HomeCare แทน 1669 ได้ไหม
ไม่ได้ KIN HomeCare ไม่ใช่บริการรถฉุกเฉิน บริการพาไปโรงพยาบาลและรถพยาบาลของ KIN เป็นงานที่นัดหมายไว้ก่อนสำหรับเรื่องที่ไม่เร่งด่วน ถ้ามีอาการฉุกเฉิน ให้โทร 1669 ทันที
ปรึกษาทีม KIN HomeCare
ถ้าอยากวางระบบให้บ้านพร้อมกว่านี้ ทั้งผู้ดูแลที่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ การพาไปตามนัดแพทย์ หรือการเฝ้าไข้หลังท่านเข้าโรงพยาบาล เล่าสถานการณ์ของบ้านให้ทีมฟังได้ ทีมช่วยดูว่าควรเริ่มจากบริการไหน
- โทร 061-881-9399 (ดูแลผู้สูงอายุ พาไปโรงพยาบาล และเฝ้าไข้ สำหรับงานที่นัดล่วงหน้า)
- LINE @KINHOMECARE
- ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน ก่อนตัดสินใจ
- ให้บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ
- เหตุฉุกเฉิน โทร 1669 ทันที ไม่ต้องโทรหาทีม KIN ก่อน
ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่
เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ


