ดูแลผู้สูงอายุเบาหวานที่บ้านให้ปลอดภัย ครอบครัวต้องทำ 5 เรื่องทุกวัน คือ เจาะน้ำตาลปลายนิ้วตามที่แพทย์สั่ง ให้ยาหรือฉีดอินซูลินตรงเวลาและตรงจำนวนยูนิตที่แพทย์กำหนด จัดอาหารให้ตรงกับยา ตรวจเท้า และเฝ้าสังเกตน้ำตาลต่ำ ซึ่งในผู้สูงอายุมักมาเป็นอาการสับสน ง่วงซึม พูดช้า หรือหกล้ม มากกว่าใจสั่นเหงื่อแตก ถ้าวัดได้ 70 มก./ดล. หรือต่ำกว่า และท่านยังรู้ตัวกลืนได้ ให้กินน้ำตาลดูดซึมเร็วประมาณ 15 กรัม แล้ววัดซ้ำใน 15 นาที แต่ถ้าหมดสติหรือกลืนไม่ได้ ห้ามป้อนอะไรทางปาก ให้โทร 1669 ทันที

หลายบ้านเริ่มกังวลเรื่องนี้ในวันที่แพทย์บอกว่า "ต้องเริ่มฉีดอินซูลินแล้วนะ" พยาบาลสอนวิธีฉีดที่โรงพยาบาลไม่กี่นาที แล้วครอบครัวต้องรับช่วงต่อที่บ้านเอง คำถามตามมาไม่หยุด ปากกาอินซูลินต้องอยู่ในตู้เย็นตลอดไหม ฉีดท้องทุกวันจะเป็นอะไรไหม เช้านี้คุณพ่อกินข้าวได้น้อยจะฉีดเท่าเดิมดีไหม หรือบ่ายวันหนึ่งคุณแม่พูดช้าลง ตอบไม่ตรงคำถาม ลูกคิดว่าท่านแค่ง่วง ทั้งที่อาจเป็นน้ำตาลต่ำ บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ครอบครัวต้องรู้ไว้ในที่เดียว เป็นขั้นตอนและเช็กลิสต์ที่ทำตามได้ทันที ตัวเลขในบทความเป็นแนวทางทั่วไปตามแนวทางเวชปฏิบัติโรคเบาหวานของไทย พ.ศ. 2566 แต่แพทย์ที่ดูแลท่านอาจกำหนดต่างออกไปตามสภาพของแต่ละท่าน ให้ยึดคำสั่งแพทย์เป็นหลักเสมอ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • งานประจำวัน 5 อย่าง คือ เจาะน้ำตาลตามที่แพทย์สั่ง ให้ยาหรืออินซูลินตรงเวลา อาหารตรงเวลา ตรวจเท้า และสังเกตน้ำตาลต่ำ
  • จำนวนยูนิตอินซูลินต้องตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามเพิ่มหรือลดเอง
  • อินซูลินที่ยังไม่เปิดเก็บตู้เย็นช่องธรรมดา 2–8°C ห้ามแช่แข็ง ที่เปิดใช้แล้วเก็บอุณหภูมิห้องไม่เกินประมาณ 30°C ส่วนใหญ่ใช้ได้ไม่เกิน 28 วัน ให้ดูเอกสารกำกับยา
  • ฉีดได้ที่หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน สะโพก และเปลี่ยนจุดให้ห่างจากจุดเดิมราว 2 นิ้วมือทุกครั้ง
  • น้ำตาล 70 มก./ดล. หรือต่ำกว่า และยังกลืนได้ ให้น้ำตาลเร็ว 15 กรัม วัดซ้ำใน 15 นาที ถ้าหมดสติหรือกลืนไม่ได้ ห้ามป้อน โทร 1669
  • ตรวจเท้าทุกวัน ทดสอบน้ำอุ่นด้วยข้อศอก ไม่ควรเกิน 35°C และมีแผลให้พบแพทย์โดยเร็ว

1. งานประจำวัน 5 อย่างของครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุเบาหวาน

การดูแลผู้สูงอายุเบาหวานที่บ้านจะไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ถ้าแบ่งเป็นงาน 5 อย่างที่ทำซ้ำทุกวัน และมีสมุดบันทึกเล่มเดียวให้ทุกคนในบ้านใช้ร่วมกัน

  1. เจาะน้ำตาลปลายนิ้วตามตารางที่แพทย์สั่ง บางท่านต้องวัดทุกวัน บางท่านวัดเฉพาะบางวัน ความถี่และช่วงเวลาให้ยึดตามแพทย์
  2. ให้ยาเม็ดหรือฉีดอินซูลินตรงเวลาและตรงจำนวน ตามใบสั่งยาล่าสุด ถ้าแพทย์เปลี่ยนยาให้แก้ในสมุดทันที
  3. อาหารตรงเวลาและเข้ากับยา ถ้าท่านฉีดอินซูลินหรือกินยาลดน้ำตาลแล้ว ต้องได้กินตามมื้อ การงดหรือเลื่อนมื้อเพิ่มความเสี่ยงน้ำตาลต่ำ ส่วนรายการอาหารที่เหมาะกับท่าน ให้ปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
  4. ตรวจเท้าทุกวัน แผลเล็ก ๆ ที่เท้าอาจไม่มีใครสังเกตจนกลายเป็นเรื่องใหญ่
  5. สังเกตอาการน้ำตาลต่ำ โดยเฉพาะช่วงหลังฉีดยา ก่อนมื้ออาหาร และวันที่ท่านกินได้น้อย

สมุดบันทึกควรจดอะไรบ้าง

สมุดเล่มเดียวที่จดครบช่วยให้แพทย์ปรับยาได้ตรงขึ้น และช่วยให้คนที่มาช่วยดูแลแทนรู้ทันทีว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง

  • วันที่ เวลา และค่าน้ำตาล พร้อมระบุว่าก่อนหรือหลังอาหาร
  • ยาเม็ดและอินซูลินที่ให้ ชนิด จำนวนยูนิตตามใบสั่ง และจุดที่ฉีด
  • อาหารที่ท่านกินได้ เช่น หมดจาน ได้ครึ่งเดียว หรือไม่ได้กิน
  • อาการผิดปกติ เช่น ซึม สับสน เวียนหัว ล้ม
  • สภาพเท้าที่ตรวจวันนั้น

ถ้าบ้านมียาหลายขนาน การจัดยาเม็ดเป็นระบบช่วยลดการลืมและการให้ซ้ำ อ่านวิธีได้ใน ระบบจัดยาผู้สูงอายุที่บ้าน

2. เจาะน้ำตาลปลายนิ้วทีละขั้น และอ่านค่าอย่างไร

การเจาะน้ำตาลปลายนิ้วให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้ ต้องเริ่มจากมือที่สะอาดและแห้ง เจาะด้านข้างของปลายนิ้ว และจดค่าทันทีพร้อมเวลา

  1. เตรียมเครื่องวัด แถบตรวจ ปากกาเจาะพร้อมเข็มเจาะ ทิชชู่ และสมุดบันทึก เช็กวันหมดอายุของแถบตรวจ
  2. ให้ท่านล้างมือด้วยสบู่และน้ำอุ่น แล้วเช็ดให้แห้งสนิท มือที่เปียกหรือมีคราบอาหารหวานติดอยู่ทำให้ค่าเพี้ยนได้
  3. ถ้ามือเย็น ให้ห้อยแขนลงสักครู่ หรือไล่นวดเบา ๆ จากโคนนิ้วไปปลายนิ้ว
  4. ใส่แถบตรวจเข้าเครื่องตามคู่มือของเครื่อง
  5. เจาะที่ด้านข้างของปลายนิ้ว ซึ่งเจ็บน้อยกว่ากลางนิ้ว และสลับนิ้วทุกครั้ง
  6. แตะหยดเลือดกับแถบตรวจ ไม่บีบเค้นนิ้วแรง ๆ
  7. อ่านค่าแล้วจดทันที พร้อมเวลาและบอกว่าก่อนหรือหลังอาหาร
  8. ทิ้งเข็มเจาะในขวดพลาสติกแข็งที่มีฝาปิด ไม่ทิ้งรวมกับขยะทั่วไป

ค่าที่ทุกคนในบ้านต้องจำ คือ 70 มก./ดล. หรือต่ำกว่า เท่ากับน้ำตาลต่ำ ให้ทำตามหัวข้อ 5 ทันที ส่วนค่าเป้าหมายของท่าน และค่าสูงแค่ไหนที่ต้องโทรแจ้ง ให้ถามแพทย์ประจำตัวแล้วเขียนติดไว้หน้าสมุด เพราะเป้าหมายของผู้สูงอายุแต่ละท่านไม่เท่ากัน ถ้าได้ค่าสูงผิดจากที่เคยมาก ให้ล้างมือแล้ววัดซ้ำก่อนสรุป แต่ถ้าได้ 70 หรือต่ำกว่า ให้เริ่มแก้น้ำตาลต่ำก่อนเสมอ

3. เก็บอินซูลินอย่างไรให้ยาไม่เสื่อม

อินซูลินที่ยังไม่เปิดใช้ให้เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา 2–8°C ห้ามแช่แข็ง ส่วนขวดหรือปากกาที่เปิดใช้แล้วเก็บที่อุณหภูมิห้องไม่เกินประมาณ 30°C พ้นแดดและความร้อน ส่วนใหญ่ใช้ได้ไม่เกิน 28 วัน บางชนิดนานกว่านั้น ให้ดูเอกสารกำกับยาของชนิดที่ท่านใช้

ที่ยังไม่เปิดใช้

  • เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา 2–8°C ไม่ใส่ช่องแช่แข็ง และไม่วางชิดช่องที่เย็นจัด
  • ถ้าเผลอแช่แข็ง ห้ามนำมาใช้แม้ละลายแล้ว ให้ปรึกษาเภสัชกรเรื่องยาใหม่

ที่เปิดใช้แล้ว

  • เก็บที่อุณหภูมิห้องไม่เกินประมาณ 30°C พ้นแดดและความร้อน ไม่วางบนหลังตู้เย็น ข้างเตา ริมหน้าต่าง หรือทิ้งไว้ในรถ
  • ห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศในเมืองไทยอาจร้อนเกินกำหนดได้ในช่วงบ่าย ให้เลือกมุมที่เย็นที่สุดของบ้าน และถามเภสัชกรว่ากรณีบ้านท่านควรเก็บอย่างไร
  • เขียนวันที่เปิดใช้บนขวดหรือปากกา แล้วนับตามจำนวนวันที่เอกสารกำกับยาระบุ
  • ก่อนใช้ดูลักษณะยาทุกครั้ง ถ้าต่างไปจากที่เคยเห็น ให้ถามเภสัชกร
  • ถ้าท่านใช้อินซูลินมากกว่าหนึ่งชนิด แยกที่เก็บและติดป้ายให้ชัด กันหยิบผิด

4. ฉีดอินซูลินตรงไหนได้บ้าง และหมุนเวียนจุดฉีดอย่างไร

ฉีดอินซูลินได้ 4 บริเวณ คือ หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน และสะโพก หน้าท้องเป็นบริเวณที่เหมาะที่สุด ให้ฉีดห่างสะดือประมาณ 2 นิ้วมือ และทุกครั้งต้องเปลี่ยนจุดให้ห่างจากจุดเดิมราว 2 นิ้วมือ

หมุนเวียนจุดฉีดแบบจำง่าย

  • แบ่งหน้าท้องเป็น 4 ส่วนรอบสะดือ คือ บนซ้าย บนขวา ล่างซ้าย ล่างขวา โดยเว้นรอบสะดือไว้ประมาณ 2 นิ้วมือ
  • ใช้ทีละส่วนตามลำดับ และแต่ละครั้งขยับให้ห่างจากจุดเดิมราว 2 นิ้วมือ
  • จดจุดที่ฉีดในสมุดทุกครั้ง คนที่มาฉีดครั้งต่อไปจะได้ไม่ฉีดซ้ำ
  • ห้ามฉีดซ้ำที่เดิม เพราะยาดูดซึมไม่ดีและเกิดก้อนไขมันใต้ผิวหนัง
  • ห้ามคลึงหรือนวดหลังฉีด
  • เลี่ยงจุดที่มีก้อน แผล หรือรอยช้ำ

เช็กลิสต์ก่อนฉีดทุกครั้ง

  • ล้างมือให้สะอาด
  • ดูชื่อและชนิดอินซูลินบนฉลากให้ตรงกับรอบเวลานั้น
  • ดูวันหมดอายุ และวันที่เปิดใช้ที่เขียนไว้
  • ตั้งจำนวนยูนิตตามใบสั่งแพทย์ ถ้ามีคนอยู่ด้วยให้อ่านทวนอีกคน
  • ท่านมีอาหารพร้อมกินตามเวลาที่แพทย์กำหนดหรือยัง
  • ฉีดตามวิธีที่พยาบาลหรือเภสัชกรสอน
  • ทิ้งเข็มในขวดพลาสติกแข็งที่มีฝาปิด
จำนวนยูนิตอินซูลินต้องตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น แม้ค่าน้ำตาลวันนั้นจะสูงหรือต่ำกว่าปกติ ห้ามเพิ่มหรือลดเอง ถ้าแพทย์ให้ตารางปรับยูนิตตามค่าน้ำตาลไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ให้ทำตามตารางนั้นเท่านั้น นอกนั้นให้จดค่าแล้วโทรถามแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแล

5. น้ำตาลต่ำในผู้สูงอายุ อาการที่มักถูกมองข้าม และกฎ 15-15

น้ำตาลต่ำคือค่าน้ำตาลปลายนิ้ว 70 มก./ดล. หรือต่ำกว่า ในผู้สูงอายุอาจไม่มีใจสั่นหรือเหงื่อแตกให้เห็นชัด แต่แสดงออกเป็นอาการสับสน ง่วงซึม พูดช้า พฤติกรรมเปลี่ยน หรือหกล้ม ถ้าท่านยังรู้ตัวและกลืนได้ ให้แก้ด้วยกฎ 15-15 ทันที

อาการที่ต้องนึกถึงน้ำตาลต่ำ

  • สับสน ตอบไม่ตรงคำถาม
  • ง่วงซึมผิดเวลา ปลุกยาก
  • พูดช้ากว่าปกติ
  • พฤติกรรมเปลี่ยนไปจากที่เคย
  • หกล้มโดยไม่มีสาเหตุชัด
  • ใจสั่น เหงื่อแตก ซึ่งในผู้สูงอายุอาจมีหรือไม่มีก็ได้

เมื่อไม่แน่ใจ ให้เจาะน้ำตาลทันที อย่าเพิ่งสรุปว่าท่าน "แค่ง่วง" หรือ "แก่แล้วขี้ลืม"

กฎ 15-15 ทีละขั้น (ใช้เมื่อท่านยังรู้ตัวและกลืนได้)

  1. วัดน้ำตาล ถ้าได้ 70 มก./ดล. หรือต่ำกว่า เริ่มแก้ทันที
  2. ให้น้ำตาลดูดซึมเร็วประมาณ 15 กรัม เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ น้ำส้มคั้น 180 มล. หรือน้ำอัดลมชนิดมีน้ำตาล 180 มล. (ห้ามใช้สูตรไม่มีน้ำตาล) หรือน้ำผึ้ง 3 ช้อนชา หรือน้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะละลายน้ำ
  3. ให้ท่านนั่งพัก รอ 15 นาที แล้ววัดซ้ำ
  4. ถ้ายังต่ำกว่า 70 ให้น้ำตาลเร็วอีก 15 กรัม แล้ววัดซ้ำอีกครั้ง
  5. เมื่อค่ากลับขึ้นมาและอาการดีขึ้น ให้ท่านกินมื้อถัดไปหรืออาหารว่าง
  6. จดเหตุการณ์ในสมุด และแจ้งแพทย์ที่ดูแลเพื่อพิจารณาเรื่องยา

นมหรือขนมปังออกฤทธิ์ช้ากว่า จึงไม่ใช่ตัวแก้ขั้นแรก ใช้เป็นอาหารว่างหลังน้ำตาลกลับขึ้นมาแล้วได้ เตรียม "ชุดแก้น้ำตาลต่ำ" ไว้ในบ้าน คือ น้ำส้มคั้นหรือน้ำอัดลมชนิดมีน้ำตาลพร้อมแก้วที่ขีดระดับ 180 มล. ไว้แล้ว น้ำผึ้งพร้อมช้อนชา และติดขั้นตอนกฎ 15-15 ไว้ข้างตู้เย็น เวลาพาท่านออกนอกบ้านให้พกชุดเล็กติดกระเป๋าด้วย

เมื่อไรต้องโทร 1669

  • ท่านหมดสติ ปลุกไม่ตื่น หรือกลืนไม่ได้ ห้ามป้อนอะไรทางปาก เพราะอาจสำลัก ให้โทร 1669 ทันที
  • ให้น้ำตาลซ้ำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือท่านซึมลงเรื่อย ๆ

การโทร 1669 ไม่เสียค่าโทรและโทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง ควรเตรียมข้อมูลโรคและยาไว้ให้พร้อมก่อนเกิดเหตุ อ่านวิธีเตรียมได้ใน แผนฉุกเฉินและการเรียกรถพยาบาล 1669

6. ดูแลเท้าผู้สูงอายุเบาหวานทุกวัน

เท้าของผู้สูงอายุเบาหวานต้องได้รับการตรวจทุกวัน เพราะแผลเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครเห็นอาจลุกลามได้ ถ้าท่านสายตาไม่ดีหรือก้มไม่ถึงเท้า ให้เป็นหน้าที่ของคนในบ้าน

  • ล้างเท้าทุกวัน และเช็ดซอกนิ้วให้แห้ง
  • ตรวจเท้าและเล็บทุกวัน มองหาแผล รอยแดง บวม หนังด้าน และเล็บขบ ใช้กระจกช่วยดูฝ่าเท้า
  • เลี่ยงเดินเท้าเปล่าทั้งในและนอกบ้าน
  • ทดสอบน้ำอุ่นด้วยข้อศอกก่อนทุกครั้ง น้ำไม่ควรเกิน 35°C
  • ห้ามใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือแผ่นให้ความร้อนกับเท้า
  • ตัดเล็บตามแนวขอบเล็บ ไม่ตัดลึกเข้ามุม
  • ถ้าพบแผล ให้พบแพทย์โดยเร็ว อย่ารอดูเองหลายวัน

7. วันที่ท่านไม่สบาย กินไม่ได้ หรืออาเจียน

วันที่ผู้สูงอายุเบาหวานไม่สบาย กินได้น้อย หรืออาเจียน ให้โทรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลเรื่องยาและอินซูลินของวันนั้นทันที อย่าตัดสินใจเองว่าจะหยุดยา ลดยูนิต หรือฉีดเท่าเดิม

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนโทร

  • ค่าน้ำตาลล่าสุดและเวลาที่วัด
  • วันนี้กินอะไรได้บ้าง ดื่มน้ำได้แค่ไหน
  • อาการอื่น เช่น อาเจียน ท้องเสีย มีไข้
  • ยาและอินซูลินที่ใช้ รวมถึงรอบล่าสุดที่ให้ไปแล้ว

ระหว่างวันให้เจาะน้ำตาลตามที่แพทย์แนะนำ ให้ท่านจิบน้ำบ่อย ๆ และสังเกตอาการน้ำตาลต่ำใกล้ชิดกว่าปกติ ถ้าท่านซึมลง หายใจหอบเหนื่อย หรืออาเจียนจนกินอะไรไม่ได้เลย ให้ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • ปรับยูนิตเองตามค่าน้ำตาลวันนั้น เสี่ยงน้ำตาลต่ำหรือสูงเกิน แก้ด้วยการทำตามใบสั่งหรือตารางที่แพทย์ให้เท่านั้น แล้วโทรถามเมื่อไม่แน่ใจ
  • ฉีดที่เดิมทุกครั้งเพราะถนัด ยาดูดซึมไม่ดีและเกิดก้อนไขมันใต้ผิวหนัง แก้ด้วยการหมุนจุดและจดในสมุด
  • เก็บปากกาที่เปิดแล้วไว้ในที่ร้อน หรือแช่ช่องแข็ง ยาอาจเสื่อม แก้ด้วยการทำตามหัวข้อ 3 และดูเอกสารกำกับยา
  • คิดว่าท่านแค่ง่วงหรือขี้ลืม ทั้งที่อาจเป็นน้ำตาลต่ำ แก้ด้วยการเจาะน้ำตาลทุกครั้งที่พฤติกรรมเปลี่ยนกะทันหัน
  • แก้น้ำตาลต่ำด้วยนม ขนมปัง หรือน้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาล น้ำตาลขึ้นช้าหรือไม่ขึ้นเลย แก้ด้วยน้ำตาลดูดซึมเร็วตามกฎ 15-15
  • ป้อนน้ำหวานตอนท่านซึมจนกลืนไม่ได้ เสี่ยงสำลัก แก้ด้วยการห้ามป้อนทางปากและโทร 1669 ทันที

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

ถ้าไม่มีใครอยู่บ้านในเวลาที่ต้องฉีดยา คุณพ่อคุณแม่สายตาไม่ดีหรือมือสั่นจนตั้งยูนิตเองไม่ได้ เคยน้ำตาลต่ำจนล้มหรือซึม มีหลายโรคที่ยาซับซ้อน หรือเริ่มมีแผลที่เท้า นี่คือสัญญาณว่างานเริ่มเกินกำลังของครอบครัว ถ้าครอบครัวยังอยากทำเอง ทางเลือกแรกที่ไม่เสียเงินคือขอให้พยาบาลหรือเภสัชกรที่โรงพยาบาลสอนวิธีฉีดซ้ำอีกครั้งจนทุกคนในบ้านมั่นใจ

  • นักบริบาลที่ผ่านการฝึกฉีดอินซูลิน การฉีดอินซูลินเป็นงานดูแลที่ต้องฝึกเฉพาะ KIN HomeCare ให้นักบริบาลที่ผ่านการฝึกงานนั้น ภายใต้การกำกับของทีมพยาบาลวิชาชีพ ทำงานนี้ควบคู่กับงานดูแลประจำวัน เช่น ป้อนอาหารและยาตรงเวลา วัดสัญญาณชีพ ดูแลความสะอาดและตรวจเท้า เฝ้าสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ และจดบันทึกให้ครอบครัว ราคาเท่านักบริบาลทั่วไป กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน รายเดือน 30,000 บาท (หยุด 1 วันต่อสัปดาห์ เหมาวันหยุด 36,000 บาท) หรือกะ 24 ชั่วโมง 2,500 บาทต่อวัน รายเดือน 36,000 บาท (เหมาวันหยุด 41,000 บาท) ดูที่ ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน เส้นแบ่งที่เข้าใจง่ายคือ งานที่โรงพยาบาลสอนให้ครอบครัวทำต่อเองที่บ้านได้ นักบริบาลที่ผ่านการฝึกทำแทนได้
  • พยาบาลวิชาชีพ เหมาะกับท่านที่มีหลายโรค ยาซับซ้อน หรือมีแผลที่เท้า แผลต้องให้แพทย์ดูก่อนเสมอ แล้วพยาบาลดูแลแผลที่บ้านตามแผนของแพทย์ พยาบาลกะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวัน ทำแผลรายครั้ง 1,200 บาท พยาบาลเยี่ยมบ้าน 1,800 บาทต่อครั้ง ดูที่ พยาบาลดูแลที่บ้าน และ เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายพยาบาลกับนักบริบาล

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดอินซูลินตรงไหนได้บ้าง

ฉีดได้ 4 บริเวณ คือ หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน และสะโพก หน้าท้องเป็นบริเวณที่เหมาะที่สุด ให้ห่างสะดือประมาณ 2 นิ้วมือ และเปลี่ยนจุดให้ห่างจากจุดเดิมราว 2 นิ้วมือทุกครั้ง ห้ามคลึงหลังฉีด

ฉีดอินซูลินกี่ยูนิต

ต้องตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น จำนวนยูนิตของแต่ละท่านไม่เท่ากัน และแพทย์อาจปรับตามผลน้ำตาลในสมุดบันทึก ห้ามเพิ่มหรือลดเอง ยกเว้นแพทย์ให้ตารางปรับยูนิตไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

อินซูลินเก็บนอกตู้เย็นได้กี่วัน

อินซูลินที่เปิดใช้แล้วเก็บที่อุณหภูมิห้องไม่เกินประมาณ 30°C พ้นแดดและความร้อน ส่วนใหญ่ใช้ได้ไม่เกิน 28 วัน บางชนิดนานกว่านั้น ให้ดูเอกสารกำกับยา ส่วนที่ยังไม่เปิดต้องเก็บตู้เย็นช่องธรรมดา 2–8°C และห้ามแช่แข็ง

น้ำตาลต่ำผู้สูงอายุ ควรทำอย่างไร

ถ้าวัดได้ 70 มก./ดล. หรือต่ำกว่า และท่านยังรู้ตัวกลืนได้ ให้กินน้ำตาลดูดซึมเร็วประมาณ 15 กรัม เช่น น้ำส้มคั้น 180 มล. หรือน้ำผึ้ง 3 ช้อนชา แล้ววัดซ้ำใน 15 นาที ถ้ายังต่ำกว่า 70 ให้ซ้ำอีก 15 กรัม ถ้าหมดสติหรือกลืนไม่ได้ ห้ามป้อน ให้โทร 1669

ผู้สูงอายุเบาหวานต้องเจาะน้ำตาลวันละกี่ครั้ง

ตามที่แพทย์สั่ง ความถี่ขึ้นกับชนิดยา ชนิดอินซูลิน และสภาพของแต่ละท่าน บางท่านวัดทุกวัน บางท่านวัดเฉพาะบางวัน ถามแพทย์ให้ชัดแล้วเขียนตารางติดไว้หน้าสมุด

ฉีดอินซูลินแล้วไม่กินข้าวได้ไหม

ไม่ควร เพราะเสี่ยงน้ำตาลต่ำ ถ้าท่านกินไม่ได้ กินได้น้อย หรืออาเจียน ให้โทรถามแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลก่อนฉีดรอบนั้น อย่าตัดสินใจเองว่าจะฉีดเท่าเดิมหรือข้ามไป

นักบริบาลฉีดอินซูลินให้ได้ไหม

ได้ ถ้าเป็นนักบริบาลที่ผ่านการฝึกงานนั้น ภายใต้การกำกับของทีมพยาบาลวิชาชีพ การฉีดอินซูลินเป็นงานดูแลที่ต้องฝึกเฉพาะ ที่ KIN HomeCare ราคาเท่านักบริบาลทั่วไป ส่วนการฉีดยาชนิดอื่นเป็นงานของพยาบาลวิชาชีพ

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้าคุณพ่อคุณแม่เพิ่งเริ่มฉีดอินซูลิน หรือบ้านเริ่มไม่มีคนอยู่ในเวลาฉีดยา เล่าให้ทีมฟังได้เลยว่าท่านเจาะน้ำตาลและฉีดอินซูลินวันละกี่ครั้ง มีโรคอื่นร่วมด้วยไหม และช่วงไหนที่ขาดคน ทีมจะช่วยดูว่าควรใช้นักบริบาลที่ผ่านการฝึกงานนั้น หรือควรมีพยาบาลวิชาชีพร่วมดูแล

  • ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน และพยาบาลวิชาชีพ โทร 061-881-9399
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี มีโปรไฟล์ผู้ดูแลให้ดูก่อน และปกติเริ่มงานได้ภายใน 2–3 วัน
  • ให้บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ ค่าเดินทางตามพื้นที่ เจ้าหน้าที่แจ้งก่อนยืนยันงาน
  • ดูอัตราค่าบริการทั้งหมดได้ที่หน้า ราคา

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ