เบิกประกันค่าพยาบาลที่บ้านได้หรือไม่ ขึ้นกับกรมธรรม์ของคุณพ่อคุณแม่แต่ละฉบับ ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน ส่วนใหญ่บริษัทประกันจะดู 3 เรื่อง คือ กรมธรรม์มีหมวดความคุ้มครองที่ตรงกับบริการนั้นหรือไม่ แพทย์เห็นว่าบริการนั้นจำเป็นทางการแพทย์หรือไม่ และเอกสารครบตามที่บริษัทกำหนดหรือไม่ ค่าพยาบาลวิชาชีพที่ทำหัตถการตามแผนของแพทย์ ค่ากายภาพบำบัด และค่าผู้ดูแลช่วยกิจวัตรประจำวัน มักถูกพิจารณาต่างหมวดกัน ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือถามบริษัทประกันหรือฝ่ายบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจ้าง
หลายบ้านเจอคำถามนี้ตอนคุณพ่อคุณแม่ใกล้ออกจากโรงพยาบาล แพทย์บอกว่าท่านยังต้องทำแผลหรือทำกายภาพต่อที่บ้าน ลูกรู้ว่าท่านมีประกันสุขภาพหรือมีประกันกลุ่มจากบริษัทของลูก แต่ไม่รู้ว่าจะเบิกได้แค่ไหน และกลัวว่าจ่ายไปแล้วจะเบิกคืนไม่ได้เพราะเอกสารไม่ครบ บทความนี้อธิบายว่าบริการที่บ้านแต่ละแบบมักเข้าหมวดไหน คำถามที่ต้องถามก่อนจ้าง เอกสารที่มักต้องใช้ และวิธีเตรียมตั้งแต่วันแรกเพื่อให้ยื่นเคลมได้ไม่ติดขัด
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- เบิกประกันค่าพยาบาลที่บ้านได้หรือไม่ ขึ้นกับกรมธรรม์ ความเห็นแพทย์ว่าจำเป็น และเอกสาร ไม่มีบริการไหนที่ยื่นแล้วผ่านเสมอ
- ค่าพยาบาลวิชาชีพ ค่ากายภาพบำบัด และค่าผู้ดูแลช่วยกิจวัตร มักอยู่คนละหมวด ต้องถามแยกทีละบริการ
- ถามบริษัทประกันก่อนจ้าง 5 เรื่อง คือ หมวดที่ใช้เบิก วงเงินและจำนวนวัน คุณสมบัติผู้ให้บริการ ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ และเอกสารที่ต้องใช้
- คำสั่งนายทะเบียน คปภ. ที่ 42/2566 (บริษัทประกันชีวิต) กำหนดรายการเอกสารที่บริษัทขอได้ตามความจำเป็นสำหรับเคลมค่ารักษาพยาบาล ได้แก่ แบบคำขอของบริษัท บัตรประจำตัว ใบรับรองแพทย์หรือรายงานแพทย์ ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ และหนังสือยินยอมเปิดเผยประวัติการรักษา
- KIN HomeCare ออกใบเสร็จและใบรับรองแพทย์สำหรับยื่นเบิกประกันได้ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ทุกบริการ
- ลดหย่อนภาษีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ให้ถามกรมสรรพากรสำหรับปีภาษีนั้น
1. เบิกประกันค่าพยาบาลที่บ้านได้ไหม: คำตอบตรง ๆ
ได้ในบางกรมธรรม์และบางกรณี บริษัทประกันเป็นผู้พิจารณาตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ฉบับนั้น การมีประกันสุขภาพไม่ได้แปลว่าทุกค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่บ้านจะเบิกได้ เพราะกรมธรรม์แต่ละฉบับเขียนหมวดความคุ้มครอง ข้อยกเว้น และวงเงินไว้ต่างกัน
สำนักงาน คปภ. กำหนดมาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่ ใช้ตั้งแต่ปี 2564 ให้โครงสร้างแบบและหมวดผลประโยชน์ของสัญญาประกันสุขภาพเป็นมาตรฐานมากขึ้น แต่ความคุ้มครอง วงเงิน และข้อยกเว้นของแต่ละกรมธรรม์ยังต่างกัน และกรมธรรม์ที่ทำไว้ก่อนหน้านั้นอาจใช้แบบเดิม ตัวอย่างหมวดที่ คปภ. สรุปไว้ เช่น ค่าห้อง ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน ค่าบริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนและหลังการนอนโรงพยาบาล และค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังการนอนโรงพยาบาล ในรายการตัวอย่างนั้นไม่มีหมวดชื่อ "ค่าพยาบาลที่บ้าน" หรือ "ค่าผู้ดูแล" โดยตรง ครอบครัวจึงต้องเปิดดูว่ากรมธรรม์ของท่านมีหมวดหรือสัญญาเพิ่มเติมที่ครอบคลุมบริการที่บ้านหรือไม่ และหมวดเดิมที่มีอยู่ตีความรวมบริการที่บ้านหรือไม่
สิ่งที่หลายบ้านไม่รู้: คำถามที่ถูกไม่ใช่ "ประกันของแม่เบิกพยาบาลที่บ้านได้ไหม" แต่คือ "บริการนี้ ทำโดยใคร ตามคำสั่งแพทย์หรือไม่ หลังออกจากโรงพยาบาลกี่วัน และเบิกจากหมวดไหน" ยิ่งแจ้งรายละเอียดครบ บริษัทก็ยิ่งตอบได้ตรงกับกรณีของท่าน
2. บริการที่บ้านแต่ละแบบ มักถูกพิจารณาอย่างไร
บริษัทประกันมักแยกพิจารณาตามลักษณะงาน ไม่ได้ดูแค่ว่ามีคนมาที่บ้าน ด้านล่างเป็นหลักการทั่วไปที่ใช้ตั้งคำถามกับบริษัท ไม่ใช่ข้อสรุปของกรมธรรม์ใดกรมธรรม์หนึ่ง
พยาบาลวิชาชีพทำหัตถการตามแผนของแพทย์
เช่น ทำแผล เปลี่ยนสายให้อาหาร เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ งานกลุ่มนี้เป็นงานทางการพยาบาลที่แพทย์สั่ง จึงมักมีโอกาสเข้าหมวดค่ารักษาหรือค่าบริการทางการแพทย์มากกว่า ถ้ากรมธรรม์ครอบคลุมบริการนอกโรงพยาบาลหรือหลังออกจากโรงพยาบาล ถามบริษัทว่าต้องมีคำสั่งแพทย์ระบุหัตถการ จำนวนครั้ง และช่วงเวลาหรือไม่
กายภาพบำบัดที่บ้าน
บางกรมธรรม์มีหมวดเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังการนอนโรงพยาบาล ให้ถามว่าหมวดนี้รวมการทำกายภาพที่บ้านหรือไม่ หรือรับเฉพาะที่สถานพยาบาล มีจำนวนครั้งหรือช่วงเวลาหลังออกจากโรงพยาบาลจำกัดไว้เท่าไร และต้องมีแผนการฟื้นฟูจากแพทย์หรือไม่
นักบริบาลช่วยกิจวัตรประจำวัน
งานอาบน้ำ เช็ดตัว ป้อนอาหาร พลิกตัว พาเดิน เป็นการดูแลชีวิตประจำวัน หลายกรมธรรม์ไม่ได้นับเป็นค่ารักษาพยาบาล แต่บางแบบประกันหรือสัญญาเพิ่มเติมอาจมีผลประโยชน์ด้านการดูแลต่อเนื่อง ให้ถามตรง ๆ ว่ามีหมวดค่าผู้ดูแลหรือการดูแลระยะยาวหรือไม่ อย่าเดาเอาเองว่าเบิกได้หรือไม่ได้
เฝ้าไข้ที่โรงพยาบาลและพาไปโรงพยาบาล
ค่าผู้ดูแลที่อยู่เป็นเพื่อนท่านในโรงพยาบาล หรือพาไปพบแพทย์ตามนัด มักต้องดูเงื่อนไขเฉพาะของกรมธรรม์ บางฉบับอาจมีหมวดค่าพยาบาลพิเศษ ให้ถามว่าหมวดนั้นใช้กับกรณีใด และกำหนดคุณสมบัติผู้ให้บริการไว้อย่างไร
3. 5 คำถามที่ต้องถามบริษัทประกันหรือฝ่ายบุคคลก่อนจ้าง
ถามก่อนเริ่มบริการ และขอคำตอบเป็นอีเมลหรือข้อความที่เก็บไว้ได้ คำตอบทางโทรศัพท์ช่วยให้เข้าใจภาพรวม แต่เวลายื่นเคลมจริง หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยให้คุยกันง่ายกว่า

- บริการนี้เบิกจากหมวดไหน ระบุให้ชัดว่าเป็นพยาบาลวิชาชีพทำหัตถการ กายภาพบำบัด หรือผู้ดูแลช่วยกิจวัตร แล้วถามชื่อหมวดหรือชื่อสัญญาเพิ่มเติมที่ใช้เบิก
- วงเงินเท่าไร ได้กี่ครั้งหรือกี่วัน ต่อครั้ง ต่อวัน หรือต่อปีกรมธรรม์ และต้องเกิดภายในกี่วันหลังออกจากโรงพยาบาล
- ผู้ให้บริการต้องมีคุณสมบัติอย่างไร เช่น ต้องเป็นพยาบาลวิชาชีพหรือนักกายภาพบำบัดที่มีใบอนุญาต หรือต้องออกเอกสารในนามสถานพยาบาล
- ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ บางกรณีบริษัทอาจกำหนดให้ส่งแผนการรักษาเพื่อขออนุมัติก่อนเริ่มบริการ ถ้าไม่ได้ขอไว้ก่อน อาจถูกพิจารณายากขึ้น
- ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และยื่นช่องทางไหน รวมถึงใบรับรองแพทย์ต้องออกโดยใคร ต้องระบุอะไร (เช่น การวินิจฉัย ชนิดบริการ ความถี่ ระยะเวลา และเหตุผลที่ต้องทำที่บ้าน) ใบเสร็จต้องแยกรายครั้งหรือรวมได้ และยื่นภายในกี่วัน
ถ้าเป็น ประกันกลุ่มของบริษัท ให้ถามฝ่ายบุคคลหรือโบรกเกอร์ที่ดูแลสวัสดิการ เพราะเงื่อนไขกำหนดตามสัญญากลุ่มของแต่ละบริษัท ถ้าเป็น สิทธิสวัสดิการข้าราชการ หรือ ประกันสังคม ระเบียบแยกจากประกันเอกชน ให้ถามฝ่ายการเงินของต้นสังกัด ฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาล หรือหน่วยงานเจ้าของสิทธิโดยตรง
4. เอกสารที่ใช้เคลมประกันสุขภาพ เตรียมอะไรบ้าง
คำสั่งนายทะเบียน คปภ. ที่ 42/2566 ของบริษัทประกันชีวิต กำหนดว่าบริษัทขอเอกสารได้ตามความจำเป็น โดยไม่เกินรายการที่กำหนด ซึ่งกรณีค่ารักษาพยาบาลจากประกันสุขภาพมี 5 รายการ ไม่ได้แปลว่าทุกเคลมต้องส่งครบทั้ง 5 อย่าง คำสั่งนี้ให้บริษัทแนบเป็นบันทึกสลักหลังกับกรมธรรม์ที่ออกตั้งแต่วันที่คำสั่งมีผล ส่วนบริษัทประกันวินาศภัยที่ขายประกันสุขภาพมีระเบียบของตนเอง ให้ดูบันทึกสลักหลังในกรมธรรม์ฉบับจริงและยืนยันกับบริษัทของท่าน
- แบบคำขอเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ตามแบบที่บริษัทกำหนด
- หลักฐานยืนยันตัวตนของผู้เอาประกัน ที่ออกโดยหน่วยงานราชการ เช่น บัตรประจำตัวประชาชนของคุณพ่อคุณแม่
- ใบรับรองแพทย์หรือรายงานแพทย์ ที่ระบุอาการสำคัญ ผลการวินิจฉัย และการรักษา
- ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ ที่แสดงรายการค่าใช้จ่าย หรือใบสรุปค่าใช้จ่ายพร้อมใบเสร็จ
- หนังสือยินยอมให้เปิดเผยประวัติการรักษา ของผู้เอาประกัน
นอกจากนี้ คำสั่ง คปภ. ฉบับนี้ยังระบุว่า สำหรับกรมธรรม์ที่อยู่ในบังคับของคำสั่ง เมื่อบริษัทประกันชีวิตได้รับเอกสารครบ ต้องพิจารณาและจ่ายสินไหมประกันสุขภาพค่ารักษาพยาบาลให้เสร็จภายใน 15 วัน ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยว่าการเรียกร้องไม่เป็นไปตามข้อตกลงความคุ้มครอง บริษัทขยายเวลาได้ไม่เกิน 90 วันนับแต่ได้รับเอกสารครบ
เอกสารเพิ่มเติมที่บริการที่บ้านมักถูกขอ (ถามบริษัทก่อนว่าต้องใช้อะไร)
- สรุปการรักษาจากโรงพยาบาล ตอนออกจากโรงพยาบาล ช่วยให้บริษัทเห็นว่าบริการที่บ้านต่อเนื่องจากการรักษาครั้งไหน
- ความเห็นหรือคำสั่งของแพทย์ ว่าท่านจำเป็นต้องได้รับบริการนั้นที่บ้าน ระบุชนิดบริการ ความถี่ และช่วงเวลา
- บันทึกการให้บริการ วันที่ เวลา งานที่ทำ และชื่อผู้ให้บริการ
- ใบเสร็จแยกรายครั้งหรือรายช่วง ถ้าบริษัทกำหนดให้ยื่นเป็นรายครั้ง
ถ้าคุณพ่อคุณแม่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ขอสรุปการรักษาและความเห็นแพทย์เรื่องการดูแลต่อที่บ้านตั้งแต่ก่อนกลับบ้านจะง่ายที่สุด ดูรายการคำถามอื่นที่ควรถามแพทย์ได้ที่ คำถามที่ต้องถามก่อนออกจากโรงพยาบาล
5. ขั้นตอนเตรียมเคลมตั้งแต่วันแรก
เริ่มเก็บเอกสารตั้งแต่ก่อนบริการแรกจะเริ่ม ไม่ต้องรอให้ครบเดือนแล้วค่อยรวบรวม ทำตามลำดับนี้

- ถ่ายรูปหน้ากรมธรรม์และตารางผลประโยชน์ ของท่านเก็บไว้ในโทรศัพท์ หรือขอฉบับอิเล็กทรอนิกส์จากบริษัท
- ถามบริษัทครบ 5 ข้อ ในหัวข้อ 3 จดชื่อเจ้าหน้าที่ วันที่ และเลขอ้างอิงการติดต่อทุกครั้ง
- ขอเอกสารจากโรงพยาบาลก่อนออก สรุปการรักษา และความเห็นแพทย์เรื่องบริการที่บ้าน
- แจ้งผู้ให้บริการตั้งแต่ตอนจอง ว่าจะยื่นเบิกประกัน และบอกรูปแบบเอกสารที่บริษัทต้องการ เช่น ใบเสร็จแยกรายครั้ง ชื่อผู้รับบริการตรงตามกรมธรรม์
- เก็บต้นฉบับใส่แฟ้มเดียว เรียงตามวันที่ แล้วถ่ายสำเนาก่อนส่ง
- ยื่นตามรอบ ภายในกำหนดเวลาของกรมธรรม์ แล้วติดตามผลถ้าเงียบนานเกินกำหนด
ถ้าบริษัทปฏิเสธเคลม ให้ขอหนังสือแจ้งเหตุผลที่อ้างข้อกรมธรรม์ ขอให้บริษัททบทวนผลพร้อมส่งเอกสารที่ขาด และเก็บเลขเคลมกับสำเนาเอกสารทั้งหมดไว้ ถ้ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือมีข้อสงสัยเรื่องเงื่อนไขกรมธรรม์ สอบถามสายด่วน คปภ. 1186 ได้
ถ้าคุณพ่อคุณแม่มี ประกันมากกว่าหนึ่งฉบับ ถามบริษัทแรกก่อนยื่นว่าจะคืนใบเสร็จต้นฉบับหรือออกสำเนารับรองพร้อมหนังสือรับรองยอดที่จ่ายแล้วให้หรือไม่ เพื่อนำไปยื่นบริษัทถัดไป
6. แล้วลดหย่อนภาษีได้ไหม
ค่าจ้างผู้ดูแลหรือค่าพยาบาลที่บ้านเป็นคนละเรื่องกับสิทธิลดหย่อนภาษี ในเอกสารสรุปรายการลดหย่อนของกรมสรรพากร มีรายการเกี่ยวกับการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา การอุปการะคนพิการหรือคนทุพพลภาพ และเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ไม่พบรายการค่าจ้างผู้ดูแลหรือค่าบริการดูแลที่บ้าน เงื่อนไขและวงเงินอาจเปลี่ยนตามปีภาษี ให้ตรวจกับกรมสรรพากรหรือสายด่วน 1161 สำหรับปีภาษี 2569 ก่อนยื่น
ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ
- จ้างไปก่อนแล้วค่อยถามบริษัท พอยื่นแล้วพบว่าต้องขออนุมัติล่วงหน้า หรือหมวดนั้นไม่ครอบคลุม ให้ถามก่อนเริ่มเสมอ แม้จะเร่งรีบ
- ใบเสร็จออกชื่อลูกแทนชื่อคุณพ่อคุณแม่ บางบริษัทต้องการชื่อผู้รับบริการตรงกับผู้เอาประกัน แจ้งผู้ให้บริการให้ออกชื่อให้ถูกตั้งแต่ใบแรก
- ไม่มีความเห็นแพทย์ว่าจำเป็น มีแต่ใบเสร็จ บริษัทจึงไม่เห็นว่าบริการนั้นเกี่ยวกับการรักษาอย่างไร ขอเอกสารจากแพทย์เจ้าของไข้ไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาล
- เหมารวมว่าทุกบริการอยู่หมวดเดียวกัน ค่าพยาบาล ค่ากายภาพ และค่าผู้ดูแลอาจได้คำตอบไม่เหมือนกัน ให้ถามแยกทีละบริการ
- ทิ้งใบเสร็จต้นฉบับหรือเก็บกระจัดกระจาย คำสั่ง คปภ. ระบุใบเสร็จต้นฉบับเป็นเอกสารหลัก เก็บรวมในแฟ้มเดียวตั้งแต่วันแรก
- ไม่จดว่าคุยกับใคร เมื่อไร ถ้าคำตอบตอนยื่นเคลมไม่ตรงกับที่เคยได้ยินทางโทรศัพท์ จะไม่มีหลักฐานอ้างอิง
เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย
ถ้าแพทย์บอกว่าท่านยังต้องมีพยาบาลทำหัตถการ ต้องทำกายภาพต่อ หรือต้องมีคนอยู่ด้วยทั้งวันหลังกลับบ้าน การวางแผนเรื่องเอกสารตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ครอบครัวยื่นเคลมได้ง่ายขึ้น KIN HomeCare ออกใบเสร็จและใบรับรองแพทย์สำหรับยื่นเบิกประกันได้ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ทุกบริการ ทั้งนักบริบาล พยาบาลวิชาชีพ กายภาพบำบัดที่บ้าน เฝ้าไข้ และพาไปโรงพยาบาล และออกใบกำกับภาษีได้ การจ่ายสินไหมเป็นการพิจารณาของบริษัทประกันตามกรมธรรม์ของท่าน
- พยาบาลวิชาชีพ หัตถการรายครั้งเริ่ม 1,200 บาท เช่น ทำแผล 1,200 บาท เปลี่ยนสายให้อาหารทางจมูก 1,600 บาท เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ 2,200 บาท หรือพยาบาลกะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวัน ดูที่ บริการพยาบาลที่บ้าน
- กายภาพบำบัดที่บ้าน 1,800 บาทต่อครั้ง ครั้งแรก 1,500 บาท ถึง 31 ธันวาคม 2569 แพ็ก 10 ครั้ง 15,000 บาท ให้บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โทร 095-767-6307 ดูที่ บริการกายภาพบำบัดที่บ้าน
- นักบริบาลดูแลที่บ้าน กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน กะ 24 ชั่วโมง 2,500 บาทต่อวัน รายเดือนเริ่ม 30,000 บาท จ้างรายวันขั้นต่ำ 3 วัน ดูที่ บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
- เฝ้าไข้และพาไปโรงพยาบาล เฝ้าไข้ราคาเดียวกับดูแลที่บ้าน พาไปโรงพยาบาล 1,800 บาทต่อ 8 ชั่วโมง ค่ารถคิดแยก ดูที่ บริการพาไปโรงพยาบาล
ถ้ายังเลือกไม่ได้ว่าควรใช้พยาบาลหรือนักบริบาล ดูการเปรียบเทียบที่ ค่าพยาบาลที่บ้านเทียบกับผู้ดูแล และราคาทั้งหมดที่ หน้าราคา ถ้าท่านใช้สิทธิบัตรทองและแพทย์กำลังพิจารณาให้รักษาต่อที่บ้าน อ่าน Home Ward สปสช. คืออะไร ประกอบ
คำถามที่พบบ่อย
ค่าพยาบาลที่บ้านเบิกประกันได้ไหม
ขึ้นกับกรมธรรม์ บางกรมธรรม์มีหมวดหรือสัญญาเพิ่มเติมที่ครอบคลุมบริการพยาบาลหลังออกจากโรงพยาบาล ซึ่งมักต้องมีความเห็นแพทย์ว่าจำเป็น ให้ถามบริษัทประกันว่าเบิกจากหมวดไหน วงเงินเท่าไร และต้องใช้เอกสารอะไร ก่อนเริ่มบริการ
ค่าผู้ดูแลผู้สูงอายุเบิกประกันได้ไหม
ส่วนใหญ่ต้องดูว่ากรมธรรม์มีหมวดค่าผู้ดูแลหรือการดูแลต่อเนื่องหรือไม่ งานช่วยกิจวัตรประจำวันหลายกรมธรรม์ไม่ได้นับเป็นค่ารักษาพยาบาล แต่บางแบบประกันมีผลประโยชน์ด้านนี้ ถามบริษัทหรือฝ่ายบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจ้าง
ค่าพยาบาลพิเศษเบิกประกันได้ไหม
บางกรมธรรม์มีหมวดค่าพยาบาลพิเศษ แต่ขอบเขตต่างกันไปตามกรมธรรม์ ถามบริษัทว่าหมวดนี้ใช้ระหว่างนอนโรงพยาบาล หลังออกจากโรงพยาบาล หรือที่บ้านได้หรือไม่ ผู้ให้บริการต้องมีคุณสมบัติอย่างไร และต้องมีคำสั่งแพทย์หรือไม่
กายภาพที่บ้านเบิกประกันได้ไหม
บางกรมธรรม์มีหมวดเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังการนอนโรงพยาบาล ให้ถามว่ารวมกายภาพที่บ้านหรือรับเฉพาะที่สถานพยาบาล จำกัดจำนวนครั้งหรือช่วงเวลาหลังออกจากโรงพยาบาลเท่าไร และต้องมีแผนการฟื้นฟูจากแพทย์หรือไม่
เคลมประกันสุขภาพต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
ตามคำสั่งนายทะเบียน คปภ. ที่ 42/2566 สำหรับบริษัทประกันชีวิต บริษัทขอเอกสารได้ตามความจำเป็นไม่เกินรายการ ได้แก่ แบบคำขอเรียกร้องของบริษัท หลักฐานยืนยันตัวตน ใบรับรองแพทย์หรือรายงานแพทย์ที่ระบุอาการสำคัญ ผลวินิจฉัย และการรักษา ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ และหนังสือยินยอมเปิดเผยประวัติการรักษา บริการที่บ้านอาจถูกขอเอกสารเพิ่ม เช่น ความเห็นแพทย์ว่าจำเป็น
ไม่ได้นอนโรงพยาบาลมาก่อน หรือมีแค่ประกันอุบัติเหตุ เบิกค่าพยาบาลที่บ้านได้ไหม
ต้องดูกรมธรรม์เช่นกัน ถ้าไม่ได้นอนโรงพยาบาลมาก่อน ให้ถามว่าหมวดผู้ป่วยนอกของท่านครอบคลุมบริการที่บ้านหรือไม่ ถ้าเป็นประกันอุบัติเหตุ ให้ถามว่าคุ้มครองค่ารักษาหลังอุบัติเหตุรวมการทำแผลหรือกายภาพที่บ้านหรือไม่ และต้องมีเอกสารจากแพทย์แบบใด
KIN HomeCare ออกเอกสารเบิกประกันได้ไหม
ได้ KIN HomeCare ออกใบเสร็จและใบรับรองแพทย์สำหรับยื่นเบิกประกันได้ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ทุกบริการ และออกใบกำกับภาษีได้ แจ้งทีมตั้งแต่ตอนจองว่าบริษัทประกันต้องการเอกสารแบบไหน
ปรึกษาทีม KIN HomeCare
ถ้ากำลังจะพาคุณพ่อคุณแม่กลับบ้านและอยากวางแผนทั้งเรื่องการดูแลและเรื่องเอกสารเบิกประกันไปพร้อมกัน โทรมาคุยกันก่อนได้ ส่งรายการเอกสารที่บริษัทประกันขอมาทาง LINE ทีมจะช่วยดูว่าแต่ละบริการต้องเตรียมเอกสารอะไรตั้งแต่วันแรก
- โทร 061-881-9399 (นักบริบาล · พยาบาลวิชาชีพ · เฝ้าไข้ · พาไปโรงพยาบาล)
- โทร 095-767-6307 (กายภาพบำบัดที่บ้าน)
- LINE @KINHOMECARE
- ประเมินราคานักบริบาลหรือพยาบาลด้วยตัวเองที่ แบบฟอร์มขอใช้บริการ
- ปรึกษาฟรี ให้บริการนักบริบาลและพยาบาลถึงบ้านทั่วประเทศ ค่าเดินทางตามพื้นที่ เจ้าหน้าที่แจ้งก่อนยืนยันงาน
ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569 · บทความนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการประกันภัย ความคุ้มครองของแต่ละท่านเป็นไปตามกรมธรรม์และการพิจารณาของบริษัทประกัน
เขียนโดย พว.อรฤทัย บุญตวง (ว.5311192883) · ตรวจทานโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ (ว.40854) · ราคาอ้างอิงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ





