เคาะปอด คือการใช้อุ้งมือที่ห่อเป็นรูปถ้วยเคาะเป็นจังหวะบนทรวงอกส่วนที่มีเสมหะ มักทำคู่กับการจัดท่าให้เสมหะไหลออก การสั่นสะเทือน และการฝึกไอ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ กายภาพบำบัดทรวงอก เป้าหมายคือช่วยให้เสมหะเคลื่อนออกจากหลอดลมได้ง่ายขึ้นในคนที่ไอเองได้ไม่พอ แต่ ไม่ใช่ทุกท่านที่ควรเคาะ และไม่ใช่วิธีรักษาปอดอักเสบ ผู้สูงอายุติดเตียงหลายท่านมีกระดูกพรุน กินยาที่ทำให้เลือดออกง่าย หรือหายใจเหนื่อยอยู่แล้ว จึงควรให้นักกายภาพบำบัดประเมินและสอนครอบครัวก่อนเริ่มทำเองที่บ้าน

หลายบ้านได้ยินเสียงครืดคราดในอกของคุณแม่ทุกเช้า ไอแล้วเสมหะไม่ออก ญาติแนะนำให้ตบหลังแรง ๆ หรือเปิดคลิปในอินเทอร์เน็ตแล้วลองทำตาม ความตั้งใจดี แต่การเคาะผิดคน ผิดตำแหน่ง หรือผิดเวลา ทำให้ท่านเจ็บ อาเจียน สำลัก หรือเหนื่อยขึ้นได้ บทความนี้อธิบายว่าเคาะปอดคืออะไร ช่วยใคร ใครไม่ควรทำ หลักการที่โรงพยาบาลใช้สอนครอบครัว สัญญาณที่ต้องหยุดทันที และเมื่อไรควรให้มืออาชีพดู

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เคาะปอดเป็นส่วนหนึ่งของกายภาพบำบัดทรวงอก ทำร่วมกับจัดท่าระบายเสมหะ การสั่นสะเทือน และการไอ ไม่ได้ใช้แยกเดี่ยว ๆ
  • อาจช่วยบางท่านที่มีเสมหะคั่งและขับออกเองไม่ได้ เมื่อนักกายภาพประเมินแล้วว่าเหมาะ แต่สำหรับปอดอักเสบในผู้ใหญ่ หลักฐานว่ากายภาพทรวงอกช่วยให้หายเร็วขึ้นยังไม่แน่นอน จึงไม่ใช่การรักษาหลัก
  • ไม่ควรเคาะเองถ้าท่านมีกระดูกพรุนรุนแรง ซี่โครงหรือกระดูกสันหลังหัก กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือเลือดออกง่าย เพิ่งไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หรือความดันไม่คงที่ ให้แพทย์หรือนักกายภาพตัดสินก่อน
  • เคาะก่อนมื้ออาหารหรือหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ใช้อุ้งมือรูปถ้วยเคาะผ่านผ้า ห้ามเคาะบนกระดูกสันหลัง กระดูกหน้าอก ท้อง ใต้ชายโครง หรือบนสายและแผล
  • ถ้าท่านหายใจลำบาก ริมฝีปากเขียว เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด ซึมลงหรือปลุกยาก ให้หยุดเคาะและโทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอดูว่าดีขึ้นหรือไม่
  • หลังเคาะต้องมีวิธีเอาเสมหะออกตามแผนของแต่ละท่าน เช่น การไอหรือการช่วยไอที่นักกายภาพสอน ถ้าท่านไอเองไม่ได้และต้องดูดเสมหะ ผู้ทำต้องได้รับการฝึกปฏิบัติการดูดเสมหะจากทีมพยาบาลหรือโรงพยาบาลแล้ว

1. เคาะปอดคืออะไร และอยู่ตรงไหนของกายภาพบำบัดทรวงอก

เคาะปอดคือหนึ่งในวิธีของกายภาพบำบัดทรวงอก ซึ่ง Cleveland Clinic อธิบายว่าเป็นกายภาพบำบัดที่ช่วยให้เสมหะในอกหลุดจากผนังหลอดลม ไอออกได้ง่ายขึ้น และหายใจสะดวกขึ้น เอกสารของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีอธิบายว่าการขับเสมหะออกจากปอดและหลอดลมต้องอาศัย 4 องค์ประกอบร่วมกัน

  1. การจัดท่าระบายเสมหะ อาศัยแรงโน้มถ่วง จัดให้ส่วนของปอดที่มีเสมหะอยู่สูงกว่าหลอดลมและปาก เสมหะจึงไหลจากหลอดลมเล็กสู่หลอดลมใหญ่
  2. การเคาะ ใช้อุ้งมือ ไม่ใช้ฝ่ามือแบน ทำมือห่อเป็นรูปถ้วย นิ้วชิดกัน เคาะบนทรวงอกส่วนที่จัดท่าไว้
  3. การสั่นสะเทือน วางมือราบบนทรวงอกแล้วเกร็งแขนให้มือสั่นเบา ๆ ในจังหวะที่ท่านหายใจออก
  4. การไออย่างมีประสิทธิภาพ หายใจเข้าลึกช้า ๆ กลั้นไว้ครู่หนึ่ง แล้วไอออกแรง ๆ

จะเห็นว่าการเคาะเป็นแค่หนึ่งในสี่ ถ้าเคาะแต่ท่านไม่ได้อยู่ในท่าที่เหมาะหรือไม่ได้ไอตามหลังเลย เสมหะที่หลุดออกมาก็ยังค้างอยู่ในอก นักกายภาพบำบัดจะเลือกว่าท่านควรใช้วิธีไหน เพราะบางท่านได้ประโยชน์จากการจัดท่าและฝึกหายใจมากกว่าการเคาะ

2. เคาะปอดช่วยใคร และไม่ช่วยอะไร

คำตอบสั้นคือ เคาะปอดอาจช่วยบางท่านที่มีเสมหะมาก เหนียว และไอเองไม่พอจะขับออก เมื่อนักกายภาพประเมินแล้วว่าเหมาะ ไม่ได้เหมาะกับทุกคนที่มีเสียงครืดคราด

ตำราแพทย์ Merck Manual ระบุว่ากายภาพบำบัดทรวงอกใช้กับคนที่ไอเองไม่พอจะขับเสมหะที่เหนียว มาก หรือค้างเป็นจุด ตัวอย่างเช่น โรคหลอดลมพอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในบางสถานการณ์ และโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ทำให้ไออ่อน ผู้สูงอายุติดเตียงหลังโรคหลอดเลือดสมองหรือมีกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก จึงเป็นกลุ่มที่นักกายภาพอาจพิจารณา

ข้อจำกัดของการเคาะปอด

  • เสียงครืดคราดไม่ได้แปลว่าต้องเคาะ เสียงอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าเป็นเสมหะในปอด น้ำลายค้างในคอ หรือการสำลัก ถ้าเสียงเกิดระหว่างกินหรือหลังกลืน ไอทุกครั้งหลังกลืน หรือเสียงพูดเปียก ให้แพทย์ประเมินเรื่องการกลืนก่อน ไม่ใช่เริ่มเคาะปอด
  • ไม่ใช่การรักษาปอดอักเสบ การทบทวนงานศึกษาของ Cochrane ฉบับปี 2565 เรื่องกายภาพบำบัดทรวงอกในผู้ใหญ่ที่เป็นปอดอักเสบ สรุปว่าหลักฐานยังไม่แน่นอนมากว่าช่วยลดการเสียชีวิตหรือทำให้หายเร็วขึ้นหรือไม่ ปอดอักเสบต้องให้แพทย์ตรวจและดูแลเสมอ
  • ไม่แทนการพบแพทย์ เสมหะที่มากขึ้นร่วมกับไข้ ซึม หรือหายใจเร็ว อาจเป็นสัญญาณติดเชื้อ ดูแผนตัดสินใจได้ใน ผู้ป่วยติดเตียงไข้ขึ้น ซึมลง อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาล
  • ไม่ใช่ยิ่งเคาะแรงยิ่งดี Cleveland Clinic ระบุว่ากายภาพทรวงอกไม่ควรทำให้เจ็บ อาจรู้สึกไม่สบายได้บ้าง แต่ถ้าเจ็บต้องบอก

3. ใครไม่ควรเคาะปอดเอง ข้อห้ามและข้อควรระวัง

ในตำราแพทย์ ข้อห้ามของกายภาพบำบัดทรวงอกจัดเป็น "ข้อห้ามสัมพัทธ์" คือแพทย์หรือนักกายภาพเป็นผู้ชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงเป็นรายคน แต่สำหรับครอบครัว ทุกข้อด้านล่างแปลว่าห้ามเริ่มเคาะเอง และถ้าท่านกำลังไอเป็นเลือด หรือสงสัยซี่โครงหักที่ยังไม่ได้ตรวจ ห้ามเคาะจนกว่าแพทย์ตรวจแล้ว รายการนี้รวมจาก Merck Manual และ Cleveland Clinic

นักกายภาพบำบัดคุยกับลูกสาวข้างเตียง ขณะคุณพ่อนอนพักในท่ากึ่งนั่ง
ก่อนเริ่มเคาะปอด นักกายภาพจะถามประวัติกระดูก ยา และอาการหายใจ เพื่อดูว่าท่านเหมาะกับการเคาะหรือไม่
  • กระดูกพรุนรุนแรง หรือเคยกระดูกหักง่าย
  • ซี่โครงหัก กระดูกสันหลังหัก หรือเพิ่งบาดเจ็บที่หน้าอก หลัง หรือปอด
  • เลือดออกง่าย หรือกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • เพิ่งไอเป็นเลือด
  • ความดันโลหิตไม่คงที่ หรือมีโรคที่กระทบความดัน
  • เจ็บหน้าอก
  • ความดันในกะโหลกศีรษะสูง เช่น ช่วงแรกหลังบาดเจ็บที่ศีรษะหรือผ่าตัดสมอง ซึ่งแพทย์จะบอก
  • เพิ่งได้ยาชาเข้าไขสันหลัง
  • หายใจมีเสียงหวีด หรือหอบเหนื่อยอยู่แล้ว เพราะการเคาะและการจัดท่าอาจทำให้หลอดลมหดเกร็งหรือออกซิเจนลดลง
  • ท่านเจ็บ หรือทนต่อการจัดท่าและแรงเคาะไม่ได้

นอกจากนี้ Cleveland Clinic และ Merck Manual ระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดได้ เช่น ออกซิเจนในเลือดลดลงระหว่างจัดท่า ความดันต่ำ หลอดลมหดเกร็ง อาเจียน และเสมหะที่หลุดออกมาไหลไปปอดส่วนอื่นหรือสำลัก Cleveland Clinic ระบุด้วยว่าการใช้เฉพาะท่าที่ศีรษะสูงช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ ท่าที่ให้ศีรษะต่ำกว่าลำตัวซึ่งเห็นในคู่มือบางฉบับ จึงไม่ควรนำมาใช้กับผู้สูงอายุเองโดยนักกายภาพไม่ได้สั่ง

ถ้าไม่แน่ใจว่าคุณพ่อคุณแม่มีข้อห้ามหรือไม่ ให้ถือว่า "ยังไม่ควรเคาะเอง" ไว้ก่อน แล้วให้นักกายภาพประเมิน การจัดท่าและพลิกตัวให้ถูกยังทำได้ทุกวันระหว่างรอ

4. ทำไมต้องให้นักกายภาพบำบัดประเมินและสอนก่อน

เอกสารสำหรับผู้ดูแลของโรงพยาบาลในระบบ NHS สหราชอาณาจักรเขียนไว้ชัดว่า ให้ใช้เทคนิคการเคาะเฉพาะเมื่อนักกายภาพบำบัดประเมินและแนะนำแล้วเท่านั้น และ Cleveland Clinic ก็ระบุว่าควรใช้เทคนิคเหล่านี้เมื่อบุคลากรทางการแพทย์แนะนำและสอนวิธีที่ปลอดภัยแล้ว เหตุผลคือ

  • เสมหะอยู่ตรงไหน นักกายภาพฟังปอดและดูภาพรวม เพื่อเลือกว่าจะจัดท่าและเคาะที่ปอดส่วนไหน การเคาะทั่วหลังโดยไม่รู้ตำแหน่งเสียแรงเปล่าและทำให้ท่านเหนื่อย
  • ท่านเหมาะกับวิธีไหน บางท่านเหมาะกับการจัดท่าและฝึกหายใจมากกว่า บางท่านเหมาะกับการเคาะ และบางท่านมีข้อห้าม
  • มือของคนในบ้านถูกหรือยัง ความเร็ว น้ำหนักมือ และรูปมือ ต้องฝึกจนนักกายภาพเห็นว่าใช้ได้
  • ท่าไหนที่ปลอดภัย โดยเฉพาะท่านที่มีกรดไหลย้อน กลืนลำบาก ใช้ออกซิเจน หรือมีสายให้อาหาร

ถ้าท่านมีท่อเจาะคอ การจัดการเสมหะผ่านท่อมีรายละเอียดเฉพาะ อ่านเพิ่มที่ ดูแลผู้ป่วยเจาะคอที่บ้าน

5. หลักการเคาะปอดที่โรงพยาบาลใช้สอนครอบครัว

หัวข้อนี้เป็นหลักการให้ครอบครัวเข้าใจว่านักกายภาพจะสอนอะไร ไม่ใช่สูตรให้ทำเองโดยยังไม่ได้ประเมิน ท่า ตำแหน่ง และเวลาที่เหมาะกับคุณพ่อคุณแม่ ให้นักกายภาพกำหนดเป็นรายคน

เวลาที่เหมาะ

  • ก่อนมื้ออาหาร หรือหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ตามเอกสารของโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อลดการสำลักและอาเจียน ห้ามเคาะขณะกำลังให้อาหารทางสาย และให้ถามทีมพยาบาลว่าควรเว้นระยะหลังมื้ออาหารทางสายนานเท่าไร ระหว่างจัดท่าระวังสายให้อาหารหรือสายออกซิเจนตึงหรือหลุด
  • เอกสารของโรงพยาบาลในระบบ NHS แนะนำว่าช่วงเช้าตรู่และก่อนนอนเป็นเวลาที่เหมาะ
  • ถ้าแพทย์สั่งยาพ่นขยายหลอดลม ให้ถามว่าควรพ่นก่อนเริ่มหรือไม่

เตรียมก่อนเริ่ม

  • ล้างมือ ถอดแหวนและนาฬิกา
  • ให้ท่านใส่เสื้อบาง ๆ หรือวางผ้าขนหนูผืนบางบนบริเวณที่จะเคาะ ไม่เคาะบนผิวเปล่า
  • จัดท่าตามที่นักกายภาพสอน ใช้หมอนรองให้มั่นคงและสบาย
  • เตรียมกระดาษทิชชูหรือภาชนะรองเสมหะไว้ใกล้มือ
  • ถ้าบ้านมีเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ให้ดูค่าก่อนเริ่มและสังเกตระหว่างทำ วิธีอ่านค่าอยู่ใน วัดออกซิเจนปลายนิ้วผู้สูงอายุ อ่านค่าอย่างไร

มือและจังหวะ

  • ห่อมือเป็นรูปถ้วย นิ้วชิดกัน ให้มีอากาศอยู่ใต้อุ้งมือ เวลาเคาะจะได้ยินเสียงทุ้ม ๆ ไม่ใช่เสียงตบแผละ
  • เคาะเป็นจังหวะสม่ำเสมอโดยใช้แรงจากข้อมือ ไม่เกร็งข้อมือและแขน และไม่ใช้แรงจากไหล่กระแทกลงไป
  • เคาะเฉพาะบริเวณซี่โครงส่วนที่นักกายภาพชี้ ท่าละช่วงสั้น ๆ ตามที่ถูกสอน
  • ถ้าท่านไอระหว่างเคาะ ให้หยุดเคาะ แล้วใช้การสั่นสะเทือนในจังหวะหายใจออกแทน ตามที่เอกสารรามาธิบดีแนะนำ

ตำแหน่งที่ห้ามเคาะ

ตามเอกสารของโรงพยาบาลในระบบ NHS ห้ามเคาะ ใต้ชายโครง บนท้อง กระดูกสันหลัง กระดูกหน้าอก และหัวนม และห้ามเคาะบนสายหรืออุปกรณ์ที่อยู่บริเวณหน้าอก นอกจากนี้ไม่ควรเคาะบนแผล ผิวที่แดงหรือเปราะ

หลังเคาะ

  • เอาเสมหะออกตามวิธีที่นักกายภาพกำหนดให้ท่าน เช่น ท่านที่ทำตามคำบอกได้ ให้หายใจเข้าลึกช้า ๆ แล้วไอหรือหายใจออกแรงตามที่ถูกสอน ไม่ต้องบังคับให้ไอแรงจนหมดแรง ท่านที่ไออ่อนมาก นักกายภาพอาจสอนวิธีช่วยไอ
  • ถ้าท่านไอเองไม่ได้และต้องดูดเสมหะ ผู้ทำต้องได้รับการฝึกปฏิบัติการดูดเสมหะจากทีมพยาบาลหรือโรงพยาบาลแล้ว บทความนี้จะไม่สอนขั้นตอนดูดเสมหะ
  • จัดท่านอนให้สบาย ยกหัวเตียงตามที่ทีมแนะนำ และสังเกตการหายใจต่ออีกสักพัก
  • จดลงสมุด: เวลา ท่าที่ทำ ปริมาณและสีของเสมหะ และอาการระหว่างทำ เพื่อให้นักกายภาพปรับแผนได้
นักกายภาพบำบัดจับมือลูกชายสอนห่อมือเป็นรูปถ้วย ข้างเตียงที่คุณแม่นอนตะแคงมีผ้าขนหนูบางคลุมหลัง
นักกายภาพสอนการทำอุ้งมือรูปถ้วยและตำแหน่งที่เคาะได้ให้ครอบครัวฝึกจนมั่นใจ ก่อนให้ทำต่อเองที่บ้าน

6. สัญญาณที่ต้องหยุดทันที และแผนตัดสินใจ 3 ระดับ

Cleveland Clinic ระบุให้หยุดและขอความช่วยเหลือทันทีถ้ามีหายใจลำบาก ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก ปวดศีรษะรุนแรง อ่อนแรง เวียนศีรษะ หรือผิว ริมฝีปาก หรือเล็บเขียวคล้ำ ใช้แผนด้านล่างนี้ เริ่มอ่านจากระดับฉุกเฉินก่อนเสมอ

ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หยุดเคาะและโทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอดูว่าดีขึ้นหรือไม่ ถ้าท่านรู้สึกตัวและหอบ ให้อยู่ในท่าที่หายใจสะดวก เช่น นั่งหรือยกหัวเตียงสูง ถ้าท่านไม่ตอบสนอง ให้ดูว่ายังหายใจหรือไม่ และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ 1669 ทางโทรศัพท์

  • หายใจลำบาก หอบจนพูดไม่เป็นประโยค
  • ริมฝีปาก หน้า หรือเล็บเขียวคล้ำ
  • เจ็บหน้าอก
  • ไอเป็นเลือดสด ๆ
  • ซึมลงใหม่ สับสน ปลุกไม่ค่อยตื่น หน้ามืด หรือหมดสติ
  • สำลักแล้วไอไม่ออก หายใจมีเสียงดังผิดปกติ

ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนโทรอยู่ใน แผนรับมือเหตุฉุกเฉินผู้สูงอายุ โทร 1669

โทรปรึกษาพยาบาลภายในวันนี้

หยุดการเคาะไว้ก่อน แล้วโทรปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์ภายในวันเดียวกัน ถ้าท่านยังรู้สึกตัวดีและหายใจปกติ แต่มีข้อใดข้อหนึ่งนี้ (ถ้ามีไข้ร่วมกับหายใจเร็ว ซึมลง หรือสับสน ให้ใช้ระดับ 1669 ด้านบน)

  • ท่านบ่นเจ็บซี่โครงหรือปวดหลังภายหลังการเคาะ
  • อาเจียนหรือสำลักเล็กน้อยระหว่างทำ แต่หายใจปกติหลังหยุด
  • เสมหะเปลี่ยนสี มีกลิ่น หรือมากขึ้นชัดเจนจากเดิม
  • มีไข้ โดยยังรู้สึกตัวดีและหายใจปกติ
  • ท่านเหนื่อยมากจนทนทำไม่ได้ทุกครั้ง

ดูแลต่อที่บ้านได้ · เฝ้าดูใกล้ชิด

ถ้านักกายภาพประเมินแล้วว่าท่านเคาะได้ ครอบครัวทำได้ถูกวิธี ท่านไม่เจ็บ หายใจสบายขึ้นหรือเท่าเดิม และเสมหะออกได้ ให้ทำต่อตามแผนที่นักกายภาพกำหนด จดบันทึกทุกครั้ง และนัดนักกายภาพประเมินซ้ำเมื่ออาการหรือโรคของท่านเปลี่ยน

7. สิ่งที่ทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องเคาะ

แม้ท่านจะยังไม่เหมาะกับการเคาะ ครอบครัวก็ช่วยให้เสมหะไม่ค้างได้ด้วยสิ่งพื้นฐาน

  • เปลี่ยนท่าและพลิกตัวสม่ำเสมอ ไม่ให้นอนหงายราบท่าเดียวนาน ๆ วิธีพลิกตัวและจัดท่าที่ถูกอยู่ใน พลิกตัวและจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง
  • ลุกนั่งเท่าที่แพทย์อนุญาต ท่านั่งช่วยให้ปอดขยายได้ดีกว่าท่านอน
  • ยกหัวเตียงตอนกินอาหารและหลังอาหาร ตามที่ทีมแนะนำ เพื่อลดการสำลัก
  • ชวนหายใจลึกและไอเป็นระยะ ถ้าท่านทำตามคำบอกได้
  • ดื่มน้ำตามที่แพทย์อนุญาต ท่านที่ถูกจำกัดน้ำให้ทำตามแพทย์

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • ตบหลังด้วยฝ่ามือแบนแรง ๆ ทำให้เจ็บและผิวแดง โดยไม่ได้ช่วยให้เสมหะออกง่ายขึ้น ให้ใช้อุ้งมือรูปถ้วยตามที่นักกายภาพสอน
  • เคาะหลังกินข้าวหรือหลังให้อาหารทางสายทันที เสี่ยงอาเจียนและสำลัก ให้เคาะก่อนมื้อหรือเว้นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • เคาะบนกระดูกสันหลัง ใต้ชายโครง หรือบนสาย เสี่ยงบาดเจ็บและสายหลุด ให้เคาะเฉพาะบริเวณซี่โครงที่ถูกสอน
  • เคาะในท่านที่มีกระดูกพรุนรุนแรงหรือกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดโดยไม่ถามแพทย์ ให้นักกายภาพหรือแพทย์ตัดสินก่อน
  • เคาะแล้วไม่มีวิธีเอาเสมหะออกต่อ เสมหะที่หลุดออกมาจะค้างอยู่ ทุกครั้งต้องจบด้วยวิธีที่นักกายภาพกำหนดให้ท่าน เช่น การไอ การช่วยไอ หรือการดูดเสมหะโดยผู้ที่ได้รับการฝึกแล้ว
  • ใช้การเคาะแทนการพาไปพบแพทย์ เมื่อมีไข้ หอบ หรือซึม ต้องให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีเสมหะค้างทุกวัน ไอเองไม่ค่อยออก หรือครอบครัวไม่แน่ใจว่าควรเคาะหรือไม่ การให้นักกายภาพบำบัดประเมินหนึ่งครั้งช่วยให้ทั้งบ้านรู้ว่าท่านเหมาะกับวิธีไหน และทำได้อย่างปลอดภัย ผลของกายภาพบำบัดทรวงอกแต่ละท่านไม่เท่ากัน ขึ้นกับโรคและสภาพร่างกาย

  • กายภาพบำบัดที่บ้าน นักกายภาพบำบัดฟังปอด ประเมินข้อห้าม เลือกวิธีขับเสมหะที่เหมาะ จัดท่า และสอนครอบครัวหรือผู้ดูแลทีละขั้นจนทำได้ 1,800 บาทต่อครั้ง ครั้งแรก 1,500 บาท ถึง 31 ธันวาคม 2569 แพ็กเกจ 10 ครั้ง 15,000 บาท ให้บริการเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล โทร 095-767-6307 ดูที่ กายภาพบำบัดที่บ้าน
  • นักบริบาลดูแลประจำวัน ช่วยพลิกตัว จัดท่า ยกหัวเตียงตอนให้อาหาร และจดอาการให้ครอบครัว ถ้าท่านต้องดูดเสมหะ ทีมจัดนักบริบาลที่ผ่านการฝึกการดูดเสมหะแล้ว ทำงานภายใต้การกำกับของทีมพยาบาลวิชาชีพ ราคาเท่านักบริบาลทั่วไป กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน ขั้นต่ำ 3 วัน หรือรายเดือน 30,000 บาท ดูที่ ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

หลายครอบครัวใช้สองอย่างคู่กัน คือนักกายภาพมาประเมินและปรับแผนเป็นระยะ ส่วนนักบริบาลหรือคนในบ้านดูแลท่าทาง การพลิกตัว และการไอตามแผนทุกวัน

คำถามที่พบบ่อย

เคาะปอดช่วยอะไร

ช่วยให้เสมหะที่เหนียวและค้างในหลอดลมหลุดและเคลื่อนออกง่ายขึ้น เมื่อทำคู่กับการจัดท่าและการไอ อาจเหมาะกับบางท่านที่มีเสมหะมากแต่ไอเองไม่พอ เมื่อนักกายภาพประเมินแล้ว ไม่ได้รักษาสาเหตุของโรค

เคาะปอดยังไง ทำเองที่บ้านได้ไหม

ทำได้เมื่อนักกายภาพประเมินแล้วว่าท่านเหมาะ และสอนครอบครัวจนทำได้ถูก หลักคือใช้อุ้งมือรูปถ้วยเคาะผ่านผ้าบางบนซี่โครงส่วนที่กำหนด ก่อนมื้ออาหารหรือหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง แล้วเอาเสมหะออกตามวิธีที่นักกายภาพกำหนด

เคาะปอดผู้ป่วยติดเตียงวันละกี่ครั้ง

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน จำนวนครั้ง เวลา และท่า ขึ้นกับปริมาณเสมหะและสภาพของท่าน ให้นักกายภาพบำบัดกำหนด และปรับเมื่ออาการเปลี่ยน

ใครห้ามเคาะปอด

ครอบครัวห้ามเริ่มเคาะเองถ้าท่านมีกระดูกพรุนรุนแรง ซี่โครงหรือกระดูกสันหลังหัก เลือดออกง่ายหรือกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพิ่งไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด ความดันไม่คงที่ หรือแพทย์บอกว่ามีความดันในกะโหลกศีรษะสูง ให้แพทย์หรือนักกายภาพตัดสิน

เคาะปอดช่วยรักษาปอดอักเสบได้ไหม

ไม่ใช่การรักษาหลัก การทบทวนของ Cochrane ปี 2565 พบว่าหลักฐานยังไม่แน่นอนมากว่ากายภาพทรวงอกช่วยให้ผู้ใหญ่ที่เป็นปอดอักเสบหายเร็วขึ้น ปอดอักเสบต้องให้แพทย์ตรวจและดูแล

จัดท่าระบายเสมหะ ท่าไหนดี

ขึ้นกับว่าเสมหะอยู่ปอดส่วนไหน นักกายภาพจะเป็นผู้เลือก สำหรับผู้สูงอายุ ไม่ควรใช้ท่าศีรษะต่ำเองเพราะเสี่ยงหายใจลำบาก สำลัก และความดันเปลี่ยน ระหว่างรอให้เปลี่ยนท่าและพลิกตัวสม่ำเสมอ

เคาะปอดแล้วเสมหะไม่ออก ต้องทำอย่างไร

อย่าเคาะแรงขึ้นหรือนานขึ้นเอง ให้ดูว่าหลังเคาะได้เอาเสมหะออกตามแผนหรือไม่ และปรึกษานักกายภาพเพื่อประเมินแรงไอและปรับวิธี ถ้าท่านไอเองไม่ได้และต้องดูดเสมหะ ผู้ทำต้องได้รับการฝึกปฏิบัติแล้ว ถ้ามีไข้ร่วมกับหอบหรือซึมลง ให้โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาล

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้าท่านหายใจลำบาก ริมฝีปากเขียว หรือซึมลง โทร 1669 ก่อนเลย ไม่ต้องโทรหาเรา แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีเสมหะค้างทุกวัน และครอบครัวอยากรู้ว่าควรเคาะปอดหรือใช้วิธีอื่น โทรมาเล่าได้ ถ่ายคลิปสั้น ๆ ตอนท่านไอหรือหายใจส่งมาทาง LINE ประกอบได้ ทีมจะแนะนำว่าควรเริ่มจากบริการแบบไหน การคุยทางโทรศัพท์ไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์

  • กายภาพบำบัดที่บ้าน (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) โทร 095-767-6307 (สำรอง 061-881-9399)
  • นักบริบาลและพยาบาล โทร 061-881-9399
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าท่านควรเริ่มด้วยบริการแบบไหน

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เขียนโดย พว.อรฤทัย บุญตวง (ว.5311192883) · ตรวจทานโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ (ว.40854) · ราคาอ้างอิงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ