เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว แสดงตัวเลขหลัก 2 ค่า คือ SpO2 ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ออกซิเจนในเลือดโดยประมาณ และ PR ซึ่งเป็นชีพจรต่อนาที ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ระบุว่าผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนใหญ่มีค่า SpO2 ประมาณ 95–100% ถ้าคุณพ่อคุณแม่วัดได้ต่ำกว่า 94% ร่วมกับเหนื่อยหอบ ให้ติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาล และถ้าวัดซ้ำแล้วได้ 92% หรือต่ำกว่า หรือหอบจนพูดไม่เป็นประโยค ริมฝีปากเขียว ซึม หรือสับสน ให้โทร 1669 ทันที ส่วนท่านที่มีโรคปอดเรื้อรัง แพทย์อาจกำหนดค่าเป้าหมายต่ำกว่านี้ ให้ยึดตามแพทย์ประจำตัวของท่าน

เครื่องเล็ก ๆ ที่หลายบ้านซื้อไว้ตั้งแต่ช่วงโควิด มักถูกหยิบออกมาจากลิ้นชักในคืนที่คุณพ่อบอกว่า "เหนื่อย ๆ" ลูกหนีบนิ้วท่าน ตัวเลขกระโดดขึ้นลงไม่นิ่ง ค่าหนึ่งดูน่าตกใจ อีกค่าดูปกติ แล้วคำถามก็ตามมา จะเชื่อค่าไหน จะพาไปโรงพยาบาลตอนนี้เลย หรือรอให้ถึงเช้า บทความนี้ช่วยให้อ่านเครื่องได้ถูกตั้งแต่แรก รู้ว่าตัวเลขไหนแค่เฝ้าดู ตัวเลขไหนต้องติดต่อแพทย์ ตัวเลขไหนต้องโทร 1669 และรู้ว่าเมื่อไรที่เครื่องกำลังหลอกตา

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • บนจอมี SpO2 (%) คือระดับออกซิเจนในเลือดโดยประมาณ และ PR คือชีพจรต่อนาที พร้อมกราฟคลื่นหรือแถบที่บอกว่าสัญญาณชัดหรือไม่
  • ผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 95–100% สิ่งที่ช่วยได้มากคือรู้ค่าปกติของคุณพ่อคุณแม่ในวันที่ท่านสบายดี
  • ต่ำกว่า 94% ร่วมกับเหนื่อยหอบ ติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาล · วัดซ้ำได้ 92% หรือต่ำกว่า หรือหอบจนพูดไม่เป็นประโยค ริมฝีปากเขียว ซึม สับสน โทร 1669 ทันที
  • ท่านที่มีโรคปอดเรื้อรัง แพทย์อาจตั้งเป้าหมายต่ำกว่านี้ เช่น 88–92% ให้ยึดตามแพทย์ประจำตัว
  • วัดให้แม่น: ล้างสีเล็บ ทำมือให้อุ่น นั่งพักอย่างน้อย 5 นาที มือนิ่ง หนีบค้างอย่างน้อย 1 นาทีจนตัวเลขนิ่ง
  • อาการสำคัญกว่าตัวเลข ถ้าท่านหอบ ซึม หรือปากเขียว อย่ารอให้เครื่องยืนยัน

1. เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว อ่านค่ายังไง บนจอมีอะไรบ้าง

เครื่องส่วนใหญ่แสดง 3 อย่าง คือ SpO2 ชีพจร และกราฟคลื่นหรือแถบสัญญาณ อ่านให้ครบทั้ง 3 อย่างก่อนเชื่อตัวเลข เพราะกราฟคือตัวบอกว่าตัวเลขที่เห็นเชื่อถือได้แค่ไหน

SpO2: ออกซิเจนในเลือดโดยประมาณ

เป็นตัวเลขที่มีเครื่องหมาย % หรือมีคำว่า SpO2 กำกับ เครื่องประเมินจากแสงที่ส่องผ่านปลายนิ้ว จึงเป็นค่าโดยประมาณ ไม่ใช่ผลตรวจเลือด หลายบ้านอ่านสลับกับชีพจรเพราะตัวเลขสองค่าอยู่ใกล้กัน ให้ดูสัญลักษณ์กำกับทุกครั้ง

PR หรือ BPM: ชีพจรต่อนาที

เป็นตัวเลขที่มีสัญลักษณ์รูปหัวใจ หรือคำว่า PR หรือ BPM กำกับ ใช้ดูเทียบกับชีพจรปกติของท่านเอง ถ้าเร็วหรือช้ากว่าที่เคยเป็นมากร่วมกับมีอาการ ให้แจ้งแพทย์ ช่วงชีพจรที่เหมาะกับท่านให้ถามแพทย์ประจำตัว เพราะยาบางชนิดและโรคหัวใจบางโรคมีผลต่อชีพจร

กราฟคลื่นหรือแถบสัญญาณ

ถ้าเป็นคลื่นสม่ำเสมอเป็นจังหวะ แปลว่าเครื่องจับสัญญาณได้ดี ถ้าคลื่นแบน ขาด ๆ หาย ๆ หรือกระตุกไม่เป็นจังหวะ แปลว่าเครื่องจับสัญญาณได้ไม่ดี ตัวเลขที่เห็นตอนนั้นยังไม่ควรเชื่อ บางรุ่นมีค่า PI ซึ่งบอกความแรงของสัญญาณที่ปลายนิ้ว ถ้าต่ำกว่าปกติของเครื่อง มักเกิดจากมือเย็นหรือเลือดไปเลี้ยงปลายนิ้วน้อย

2. ค่าออกซิเจนปลายนิ้วผู้สูงอายุ ค่าไหนปกติ ค่าไหนเฝ้าระวัง ค่าไหนฉุกเฉิน

แบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ ประมาณ 95–100% เป็นช่วงที่ผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนใหญ่อยู่ ต่ำกว่า 94% ร่วมกับเหนื่อยหอบต้องติดต่อแพทย์ และวัดซ้ำได้ 92% หรือต่ำกว่าหรือมีอาการอันตรายต้องโทร 1669 ทันที ทั้งหมดนี้ต้องดูคู่กับอาการของท่านเสมอ

ประมาณ 95–100%: ช่วงที่ผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนใหญ่อยู่

ตัวเลขนี้มาจากข้อมูลของ FDA ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีโรคปอดหรือโรคหัวใจ ให้ถามแพทย์ว่าค่าไหนคือค่าปกติและค่าเป้าหมายของท่าน แล้วลองวัดในวันที่ท่านสบายดีหลาย ๆ ครั้ง จดไว้เป็น "ค่าประจำตัว" เวลาท่านไม่สบาย ครอบครัวจะเห็นได้ทันทีว่าตัวเลขเปลี่ยนไปจากเดิมมากแค่ไหน

ต่ำกว่า 94% ร่วมกับเหนื่อยหอบ: ติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาล

เกณฑ์นี้อยู่ในคู่มือการดูแลแบบแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ของกรมการแพทย์ ปี 2565 เมื่อเจอค่าแบบนี้ ให้ท่านนั่งพัก ทำมือให้อุ่น แล้ววัดซ้ำด้วยวิธีที่ถูกตามหัวข้อที่ 3 ถ้ายังต่ำกว่า 94% และท่านยังเหนื่อยหอบ ให้ติดต่อแพทย์ประจำตัวหรือโรงพยาบาลเพื่อขอคำแนะนำ อย่ารอดูอาการข้ามคืนโดยไม่ได้ปรึกษาใคร

วัดซ้ำได้ 92% หรือต่ำกว่า หรือมีอาการอันตราย: โทร 1669 ทันที

แนวทางสากล เช่น ของระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ (NHS) แนะนำให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันทีเมื่อวัดซ้ำแล้วได้ 92% หรือต่ำกว่า หรือเมื่อมีอาการเหล่านี้ แม้ตัวเลขจะยังไม่ต่ำ

  • หอบจนพูดไม่เป็นประโยค
  • ริมฝีปากเขียว
  • ซึมลง ปลุกยาก
  • สับสน พูดไม่รู้เรื่องกะทันหัน

ท่านที่มีโรคปอดเรื้อรัง

ท่านที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) แพทย์อาจกำหนดค่าเป้าหมายต่ำกว่าคนทั่วไป เช่น 88–92% ตัวเลขที่ดูต่ำสำหรับคนอื่นอาจเป็นค่าที่แพทย์ตั้งใจให้เป็นสำหรับท่าน ในทางกลับกัน การพยายามดันให้ตัวเลขสูงขึ้นเองก็ไม่ใช่เรื่องที่ครอบครัวควรทำ ให้ยึดตามแพทย์ประจำตัวทุกกรณี

ขอให้แพทย์เขียนค่าเป้าหมายของท่าน และตัวเลขที่ต้องโทรหาแพทย์หรือโทร 1669 ไว้บนกระดาษแผ่นเดียว ติดไว้ข้างเครื่องวัด ทุกคนในบ้านและผู้ดูแลจะใช้เกณฑ์เดียวกันโดยไม่ต้องเดา

3. วิธีวัดออกซิเจนปลายนิ้วให้แม่น ทีละขั้น

วัดให้แม่นต้องมีมืออุ่น นิ้วสะอาดไม่มีสีเล็บ ร่างกายพักแล้ว และมือนิ่งตลอดช่วงวัด แล้วรอให้ตัวเลขนิ่งก่อนอ่าน

  1. ล้างสีทาเล็บออก หรือเลือกนิ้วที่ไม่มีเล็บเจลหรือเล็บต่อ
  2. ทำมือให้อุ่น ถูมือกันหรือกุมมือท่านไว้สักครู่ ถ้าท่านเพิ่งออกมาจากห้องแอร์เย็น ๆ ให้รอให้มือหายเย็นก่อน
  3. ให้ท่านนั่งพักอย่างน้อย 5 นาที
  4. วางมือนิ่งบนโต๊ะหรือบนตัก ไม่ห้อยแกว่ง และหลบแสงจ้า เช่น แดดหรือไฟที่ส่องตรงลงมา
  5. หนีบเครื่องที่นิ้วชี้หรือนิ้วกลาง ให้ปลายนิ้วสอดเข้าไปจนสุดช่อง ด้านเล็บหันขึ้น
  6. หนีบค้างไว้อย่างน้อย 1 นาที จนตัวเลขนิ่งและกราฟคลื่นสม่ำเสมอ
  7. ถ้าตัวเลขยังขึ้นลง ให้อ่านค่ากลาง ๆ ที่ขึ้นบ่อยที่สุด ไม่ใช่ค่าต่ำสุดหรือสูงสุดที่โผล่มาชั่ววินาที
  8. ถ้าเครื่องไม่ขึ้นค่าภายใน 30 วินาที ให้ลองนิ้วอื่น
  9. จดค่า SpO2 และชีพจรทันที พร้อมเวลาและสิ่งที่ท่านทำอยู่ก่อนวัด

ถ้าท่านมือสั่น ให้ผู้ช่วยประคองข้อมือท่านไว้เบา ๆ บนโต๊ะ แทนการให้ท่านถือมือค้างไว้เอง

4. ตัวเลขเพี้ยนจากอะไร และแยกอย่างไรว่าเครื่องผิดหรือท่านไม่สบายจริง

ค่าคลาดเคลื่อนได้เมื่อมือเย็น การไหลเวียนเลือดไม่ดี ทาเล็บหรือต่อเล็บ ขยับมือ แสงรอบข้างจ้า สูบบุหรี่ และผิวคล้ำ ซึ่ง FDA ออกคำเตือนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ปี 2564 วิธีแยกคือดูกราฟคลื่น วัดซ้ำอย่างถูกวิธี และดูอาการของท่านประกอบทุกครั้ง

ปัจจัยที่ทำให้ค่าคลาดเคลื่อน

  • มือเย็น หรือเลือดไปเลี้ยงปลายนิ้วน้อย พบบ่อยในผู้สูงอายุ ห้องแอร์ หรือช่วงที่ท่านไม่สบาย เครื่องอาจขึ้นค่าต่ำหรือไม่ขึ้นค่าเลย
  • สีทาเล็บ เล็บเจล หรือเล็บต่อ บังแสงที่เครื่องใช้วัด
  • การขยับมือ หรือมือสั่น ทำให้ตัวเลขกระโดด
  • แสงรอบข้างจ้า รบกวนตัวรับแสงของเครื่อง
  • การสูบบุหรี่ ทำให้ค่าที่อ่านได้คลาดเคลื่อน
  • ผิวคล้ำ เครื่องอาจอ่านคลาดเคลื่อนมากกว่าในคนผิวสีอ่อน

แยกอย่างไร เครื่องผิดหรือท่านไม่สบายจริง

  • ตัวเลขต่ำ แต่ท่านพูดคุยสบาย สีหน้าปกติ และกราฟคลื่นไม่สม่ำเสมอ มักเกิดจากเครื่องจับสัญญาณได้ไม่ดี ให้ทำมืออุ่น วัดใหม่ และลองนิ้วอื่น
  • ตัวเลขต่ำ กราฟคลื่นดี และวัดซ้ำหลายนิ้วก็ยังต่ำ ให้เชื่อตัวเลข แล้วทำตามเกณฑ์ในหัวข้อที่ 2
  • ตัวเลขดูดี แต่ท่านหอบ ซึม หรือริมฝีปากเขียว ให้เชื่ออาการ แล้วขอความช่วยเหลือทันที

ถ้าสงสัยว่าเครื่องเสีย ลองหนีบที่นิ้วของคนในบ้านที่สุขภาพดีเปรียบเทียบ ถ้าเครื่องขึ้นค่าผิดปกติกับทุกคน ควรเปลี่ยนถ่านหรือเปลี่ยนเครื่อง

5. อาการที่ต้องดูคู่กับตัวเลข

ตัวเลขเป็นเพียงส่วนหนึ่ง อาการของคุณพ่อคุณแม่บอกได้มากกว่า ถ้าอาการกับตัวเลขไม่ไปทางเดียวกัน ให้เชื่ออาการไว้ก่อน

สัญญาณที่ต้องขอความช่วยเหลือทันที แม้ตัวเลขบนเครื่องจะยังดูดี

  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง หรือหอบจนพูดไม่เป็นประโยค
  • ริมฝีปากหรือปลายเล็บเขียว
  • ซึมลง ปลุกยาก หรือสับสนกะทันหัน
  • เหงื่อแตก ตัวเย็น
  • เจ็บหน้าอกเฉียบพลันและรุนแรง

ในผู้สูงอายุ อาการซึมหรือสับสนที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ต้องจริงจังเสมอ เพราะบางครั้งท่านไม่ได้บอกว่าเหนื่อย แต่แสดงออกด้วยการพูดน้อยลง กินข้าวไม่ลง หรือเรียกชื่อคนในบ้านผิด ส่วนสิ่งที่ต้องบอกเจ้าหน้าที่เมื่อโทร 1669 และการเตรียมบ้านไว้ล่วงหน้า อ่านได้ใน แผนฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุที่บ้านและการเรียกรถพยาบาล 1669

6. จดบันทึกค่าออกซิเจนอย่างไรให้แพทย์เห็นภาพ

บันทึกที่ดีต้องมีเวลา ค่า SpO2 ชีพจร ท่านทำอะไรอยู่ก่อนวัด การใช้ออกซิเจนและอัตราไหลตามที่แพทย์สั่ง และอาการในตอนนั้น ความถี่ในการวัดให้เป็นไปตามที่แพทย์กำหนด

ตัวอย่างบันทึก

  • วันอังคาร 07:30 น. นั่งพักหลังตื่นนอน ไม่ได้ใช้ออกซิเจน
  • SpO2 ..... % ชีพจร ..... ครั้งต่อนาที กราฟคลื่นสม่ำเสมอ
  • อาการ: ไอเล็กน้อย พูดคุยได้ปกติ
  • วันอังคาร 14:00 น. หลังเดินเข้าห้องน้ำ ใช้ออกซิเจนตามที่แพทย์สั่ง
  • SpO2 ..... % ชีพจร ..... ครั้งต่อนาที วัดที่นิ้วกลางขวา
  • อาการ: เหนื่อยหลังเดิน นั่งพักสักครู่แล้วดีขึ้น

ถ้าแพทย์ให้วัดความดันด้วย ใช้สมุดเล่มเดียวกัน วิธีวัดและจดความดันให้แม่นอยู่ใน วัดความดันที่บ้านอย่างไรให้แม่น นำสมุดไปทุกครั้งที่พบแพทย์ แพทย์จะเห็นแนวโน้มหลายวันแทนตัวเลขครั้งเดียวในห้องตรวจ

7. ท่านที่ใช้ออกซิเจนที่บ้าน: สิ่งที่ครอบครัวต้องรู้

ครอบครัวห้ามปรับอัตราการไหลของออกซิเจนเอง ไม่ว่าตัวเลขบนเครื่องวัดจะต่ำหรือสูง ให้ใช้ตามที่แพทย์สั่ง และถ้าตัวเลขหรืออาการเปลี่ยนไป ให้โทรปรึกษาแพทย์หรือทำตามเกณฑ์ในหัวข้อที่ 2

  • เขียนอัตราไหลที่แพทย์สั่งไว้บนกระดาษ ติดไว้ที่เครื่อง ทุกคนในบ้านจะได้เห็นตรงกัน
  • ถ้าตัวเลขต่ำลงทั้งที่ใช้ออกซิเจนอยู่ ให้เช็กก่อนว่าสายไม่หลุด ไม่พับ ไม่ถูกทับ และเครื่องยังทำงาน แล้ววัดซ้ำ ถ้ายังต่ำหรือท่านมีอาการ ให้ติดต่อแพทย์หรือโทร 1669 ตามเกณฑ์
  • ห้ามสูบบุหรี่ จุดไฟ หรือใช้เปลวไฟใกล้เครื่องและสายออกซิเจน
  • ท่านที่แพทย์สั่งให้ใช้ออกซิเจนที่บ้าน KIN HomeCare มีเครื่องผลิตออกซิเจน 5 ลิตรให้เช่า 2,200 บาทต่อเดือน (จัดส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล) ดูรายละเอียดที่ เช่าอุปกรณ์การแพทย์

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • อ่านค่าทันทีที่หนีบนิ้ว ตัวเลขช่วงแรกยังไม่นิ่ง แก้ด้วยการหนีบค้างอย่างน้อย 1 นาที และดูกราฟคลื่นก่อนอ่าน
  • ตกใจกับตัวเลขที่โผล่มาชั่ววินาที แล้วพาท่านออกจากบ้านกลางดึกทั้งที่วัดผิดวิธี หรือกลับกัน เห็นค่าดีครั้งเดียวแล้วสบายใจ แก้ด้วยการวัดซ้ำด้วยวิธีที่ถูก แล้วตัดสินจากค่าที่นิ่งร่วมกับอาการ
  • เชื่อตัวเลขมากกว่าอาการ ท่านหอบ ซึม หรือปากเขียว แต่ครอบครัวรอเพราะเครื่องยังขึ้นค่าดี แก้ด้วยการยึดอาการเป็นหลัก
  • ปรับออกซิเจนเอง เพิ่มหรือลดอัตราไหลตามตัวเลข แก้ด้วยการใช้ตามที่แพทย์สั่ง แล้วโทรปรึกษาแพทย์
  • ไม่รู้ค่าปกติของท่าน ทำให้ไม่รู้ว่าตัวเลขวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมแค่ไหน แก้ด้วยการวัดและจดค่าประจำตัวในวันที่ท่านสบายดี

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

ถ้าแพทย์สั่งให้วัดออกซิเจนเป็นประจำ ท่านมีโรคปอดหรือโรคหัวใจที่อาการเปลี่ยนเร็ว ใช้ออกซิเจนที่บ้าน หรือช่วงกลางวันไม่มีใครอยู่ดูอาการ การมีคนที่วัดเป็นเวลาและรู้ว่าต้องแจ้งใครเมื่อไร ช่วยให้ครอบครัวไม่พลาดจังหวะสำคัญ

  • นักบริบาล (ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน) วัดสัญญาณชีพและจดบันทึกเป็นงานประจำวัน วัดตามเวลาที่ครอบครัวและแพทย์กำหนด จดค่าและอาการตามจริง และแจ้งครอบครัวเมื่อค่าหรืออาการเข้าเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้ กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน (ขั้นต่ำ 3 วัน) รายเดือน 30,000 บาท (หยุด 1 วันต่อสัปดาห์) กะ 24 ชั่วโมงอยู่ประจำ 2,500 บาทต่อวัน ถ้าอยากลองให้ผู้ดูแลช่วยวัดและจดค่าไปสักระยะก่อนตัดสินใจจ้างระยะยาว เริ่มจากจ้างรายวัน 3 วัน หรือรายสัปดาห์ 12,000 บาท (กะ 12 ชั่วโมง) หรือ 16,000 บาท (กะ 24 ชั่วโมง) ก็ได้ ดูที่ บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
  • พยาบาลวิชาชีพ สำหรับท่านที่อาการซับซ้อน มีหลายโรค หรือต้องการคนประเมินอาการอย่างใกล้ชิด กะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวัน รายเดือน 90,000 บาท หรือพยาบาลเยี่ยมบ้าน 1,800 บาทต่อครั้ง ดูที่ พยาบาลดูแลที่บ้าน ถ้ายังเลือกไม่ได้ระหว่างนักบริบาลกับพยาบาล อ่าน เปรียบเทียบค่าจ้างพยาบาลกับนักบริบาลที่บ้าน

คำถามที่พบบ่อย

ค่าออกซิเจนปลายนิ้วปกติเท่าไร

ผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 95–100% ตามข้อมูลของ FDA ถ้าท่านมีโรคปอดหรือโรคหัวใจ ให้ถามแพทย์ว่าค่าปกติและค่าเป้าหมายของท่านคือเท่าไร และจดค่าในวันที่ท่านสบายดีไว้เทียบ

ค่าออกซิเจนปลายนิ้วผู้สูงอายุควรอยู่ที่เท่าไร

ใช้เกณฑ์เดียวกับผู้ใหญ่ทั่วไปเป็นจุดตั้งต้น คือประมาณ 95–100% แต่ผู้สูงอายุที่มีโรคปอดเรื้อรัง แพทย์อาจกำหนดเป้าหมายต่ำกว่านั้น เช่น 88–92% ให้ยึดค่าที่แพทย์ประจำตัวกำหนดเป็นหลัก

ออกซิเจนปลายนิ้วต่ำกว่าเท่าไรต้องไปโรงพยาบาล

ต่ำกว่า 94% ร่วมกับเหนื่อยหอบ ให้ติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาล ถ้าวัดซ้ำแล้วได้ 92% หรือต่ำกว่า หรือหอบจนพูดไม่เป็นประโยค ริมฝีปากเขียว ซึม สับสน ให้โทร 1669 ทันที ไม่ควรขับรถพาไปเองถ้าท่านอาการหนัก

เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วดูยังไง ตัวเลขไหนคือออกซิเจน

ตัวเลขที่มีเครื่องหมาย % หรือคำว่า SpO2 คือออกซิเจน ตัวเลขที่มีรูปหัวใจหรือคำว่า PR หรือ BPM คือชีพจร ก่อนอ่านให้ดูกราฟคลื่นว่าสม่ำเสมอ และรอให้ตัวเลขนิ่งอย่างน้อย 1 นาที

ทำไมวัดออกซิเจนแล้วตัวเลขไม่นิ่ง แต่ละนิ้วก็ไม่เท่ากัน

มักเกิดจากมือเย็น มือขยับ สีทาเล็บ หรือแสงจ้า ทำมือให้อุ่น นั่งพัก วางมือนิ่ง แล้ววัดใหม่ ถ้ายังขึ้นลงให้อ่านค่ากลาง ๆ ถ้าไม่ขึ้นค่าใน 30 วินาทีให้เปลี่ยนนิ้ว

เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วแม่นไหม

แม่นพอให้ใช้เฝ้าดูแนวโน้มที่บ้าน ถ้าวัดถูกวิธี แต่เป็นค่าโดยประมาณ ไม่ใช่ผลตรวจเลือด และคลาดเคลื่อนได้จากมือเย็น สีเล็บ การขยับ แสงจ้า การสูบบุหรี่ และผิวคล้ำ จึงต้องดูอาการประกอบเสมอ

เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วแบบไหนดี

แบบที่หน้าจอตัวเลขใหญ่อ่านง่าย แสดงกราฟคลื่นหรือแถบสัญญาณ ช่องหนีบพอดีกับนิ้วของท่าน และขายเป็นเครื่องมือแพทย์ ไม่ต้องยึดยี่ห้อ สิ่งที่สำคัญกว่ารุ่นคือวิธีวัดที่ถูกต้อง

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ต้องวัดออกซิเจนเป็นประจำ ใช้ออกซิเจนที่บ้าน หรือครอบครัวไม่มั่นใจว่าจะอ่านค่าและตัดสินใจได้ทันเวลา เล่าอาการและตารางชีวิตของท่านให้ทีมฟังได้ ทีมช่วยดูว่าควรใช้นักบริบาลหรือพยาบาล และควรเริ่มกะไหน

  • โทร 061-881-9399 (ดูแลผู้สูงอายุ พยาบาล และเช่าอุปกรณ์)
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน ก่อนตัดสินใจ
  • ให้บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ