วัดความดันที่บ้าน ให้แม่นต้องทำ 3 อย่างให้ถูก คือ ใช้เครื่องวัดที่ต้นแขนกับผ้าพันแขนที่พอดีกับแขนของคุณพ่อคุณแม่ นั่งพักให้นิ่ง 5 นาทีก่อนกดวัด และวัดเป็นช่วงเวลาเดิมทุกวัน ตามแนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ให้วัดติดต่อกัน 7 วันก่อนพบแพทย์ วันละ 2 ช่วง คือเช้ากับก่อนนอน ช่วงละอย่างน้อย 2 ครั้ง ถ้าค่าเฉลี่ยที่วัดเองที่บ้านตั้งแต่ 135/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ความดันโลหิตสูง ควรนำบันทึกไปให้แพทย์ประเมิน ส่วนการเพิ่ม ลด หรือหยุดยา เป็นการตัดสินใจของแพทย์เท่านั้น

หลายบ้านเจอเรื่องเดียวกัน ที่บ้านคุณแม่วัดได้ตัวเลขสวยทุกเช้า แต่พอถึงวันนัด พยาบาลวัดที่หน้าห้องตรวจได้สูงจนแพทย์ถามว่ากินยาครบหรือเปล่า คุณแม่ยืนยันว่าครบ ลูกที่พาไปก็ตอบอะไรไม่ได้ เพราะตัวเลขที่บ้านจดไว้ในกระดาษแผ่นเล็กที่ลืมหยิบมา หรือไม่ได้จดเลย อีกบ้านเป็นตรงกันข้าม คุณพ่อวัดที่โรงพยาบาลปกติทุกครั้ง แต่ที่บ้านสูงเป็นประจำโดยไม่มีใครรู้ ทั้งสองแบบแก้ได้ด้วยเรื่องเดียวกัน คือวัดที่บ้านให้ถูกวิธีและจดให้เป็นระบบ บทความนี้พาทำทีละขั้น ตั้งแต่เลือกเครื่อง ท่านั่ง การพันแขน ตารางวัด 7 วัน ตัวอย่างสมุดบันทึก ไปจนถึงตัวเลขและอาการที่ต้องบอกแพทย์หรือต้องโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ใช้ เครื่องวัดที่ต้นแขน ที่ได้มาตรฐาน และผ้าพันแขนขนาดพอดีกับรอบแขนของท่าน เครื่องแบบข้อมือหรือแบบนิ้วใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น
  • ก่อนวัด นั่งพัก 5 นาที หลังพิงพนัก เท้าวางราบ ไม่ไขว่ห้าง วางแขนบนโต๊ะให้ผ้าพันแขนอยู่ระดับหัวใจ ไม่คุยระหว่างวัด และงดชา กาแฟ บุหรี่ 30 นาทีก่อนวัด
  • ก่อนพบแพทย์ วัดติดต่อกัน 7 วัน เช้าภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่น (หลังเข้าห้องน้ำ ก่อนกินยาและอาหารเช้า) และก่อนเข้านอน ช่วงละอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 นาที
  • ค่าเฉลี่ยที่วัดเองที่บ้าน ตั้งแต่ 135/85 ขึ้นไป อยู่ในเกณฑ์ความดันโลหิตสูง ให้นำบันทึกไปให้แพทย์ประเมิน และห้ามปรับยาเอง
  • ที่โรงพยาบาลสูงแต่ที่บ้านปกติ หรือที่บ้านสูงแต่ที่โรงพยาบาลปกติ เกิดขึ้นได้จริงทั้งสองแบบ บันทึกที่บ้านคือหลักฐานที่ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจ
  • ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หอบเหนื่อยรุนแรง หรือซึมลง โทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอวัดความดันซ้ำ

1. ทำไมต้องวัดความดันที่บ้าน ในเมื่อไปโรงพยาบาลก็วัดให้อยู่แล้ว

เพราะตัวเลขครั้งเดียวที่โรงพยาบาลบอกได้แค่ความดันของท่านในนาทีนั้น ส่วนตัวเลขหลายสิบค่าที่จดจากบ้านบอกแพทย์ว่าความดันในชีวิตจริงของท่านเป็นอย่างไร

เช้าวันนัด ท่านตื่นเร็วกว่าปกติ นั่งรถฝ่ารถติด เดินไกลจากลานจอดรถ นั่งรอคิวนาน และกังวลเรื่องผลตรวจ ทุกเรื่องมีผลต่อตัวเลขบนเครื่อง ส่วนที่บ้าน ท่านอยู่ในจังหวะชีวิตปกติ ถ้าวัดครบ 7 วัน วันละ 2 ช่วง ช่วงละ 2 ครั้ง แพทย์จะได้เห็นตัวเลขอย่างน้อย 28 ค่า ซึ่งช่วยให้แพทย์

  • แยกว่าความดันสูงจริง หรือสูงเฉพาะตอนอยู่ที่โรงพยาบาล
  • ดูว่ายาที่ท่านกินอยู่คุมความดันได้ตลอดวันหรือไม่
  • ดูว่าความดันลดต่ำเกินไปจนท่านเวียนหัวหรือหน้ามืดหรือเปล่า
  • เห็นแนวโน้มต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ว่าดีขึ้น เท่าเดิม หรือแย่ลง

หน้าที่ของครอบครัวคือเก็บตัวเลขที่เชื่อถือได้ให้ถึงมือแพทย์ครบทุกค่า ส่วนการแปลผลและเรื่องยาเป็นของแพทย์

2. เครื่องวัดความดันแบบไหนดี ใช้เกณฑ์เลือก ไม่ต้องดูยี่ห้อ

เครื่องที่เหมาะกับการวัดที่บ้านคือเครื่องอัตโนมัติแบบวัดที่ต้นแขน ที่มีข้อมูลรับรองความแม่นยำตามมาตรฐาน และมีผ้าพันแขนขนาดพอดีกับแขนของท่าน ยี่ห้อไหนก็ได้ถ้าผ่านเกณฑ์เหล่านี้

เครื่องต้นแขนกับเครื่องข้อมือ

แนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยแนะนำเครื่องวัดที่ต้นแขนที่ได้มาตรฐาน และให้เลี่ยงเครื่องแบบข้อมือหรือแบบนิ้ว เว้นแต่จำเป็น เครื่องข้อมือพกสะดวก แต่ตัวเลขเปลี่ยนไปมากตามตำแหน่งข้อมือ วางต่ำหรือสูงกว่าหัวใจเพียงเล็กน้อยค่าก็คลาด ผู้สูงอายุที่มือสั่นหรือจำท่าวัดไม่ได้จึงมักได้ตัวเลขที่เชื่อไม่ได้ ถ้าท่านมีเหตุที่พันต้นแขนไม่ได้ ให้ถามแพทย์ว่าควรวัดด้วยวิธีไหนแทน

เช็กลิสต์ก่อนซื้อ

  • วัดที่ต้นแขน แบบอัตโนมัติ กดปุ่มเดียวแล้วเครื่องบีบลมและอ่านค่าเอง
  • มีข้อมูลรับรองความแม่นยำ ดูในคู่มือหรือบนกล่องว่าผ่านการทดสอบตามมาตรฐานทางการแพทย์ ถ้าไม่แน่ใจ ถามเภสัชกรหรือร้านอุปกรณ์การแพทย์
  • ผ้าพันแขนพอดีกับแขนท่าน บนผ้าพันแขนมีช่วงรอบแขนที่ใช้ได้พิมพ์ไว้ ใช้สายวัดตัววัดรอบต้นแขนของท่านตรงกลางระหว่างไหล่กับข้อศอก ถ้าไม่อยู่ในช่วงนั้น ให้หาผ้าพันแขนขนาดอื่นที่ใช้กับเครื่องรุ่นนั้นได้ เพราะผ้าพันแขนที่เล็กเกินมักให้ค่าสูงกว่าความจริง ส่วนที่ใหญ่เกินอาจให้ค่าต่ำกว่าความจริง
  • หน้าจอตัวเลขใหญ่ อ่านได้โดยไม่ต้องใส่แว่น
  • มีหน่วยความจำและแยกผู้ใช้ได้ ถ้าในบ้านมีหลายคนใช้เครื่องเดียวกัน ตัวเลขจะได้ไม่ปนกัน

ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องที่บ้านยังแม่นอยู่ไหม ให้นำเครื่องไปในวันนัด แล้วขอพยาบาลช่วยวัดเทียบกับเครื่องของโรงพยาบาลในแขนข้างเดียวกัน

3. วิธีวัดความดันที่บ้านให้แม่น ทีละขั้น

วัดให้แม่นคือทำให้ทุกครั้งเหมือนกัน ท่านั่งเดิม แขนข้างเดิม ช่วงเวลาเดิม และร่างกายที่นิ่งแล้ว ตัวเลขทั้งสัปดาห์จึงเทียบกันได้จริง

ก่อนวัด 30 นาที ให้งดชา กาแฟ และบุหรี่ ให้ท่านเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย และถ้าท่านเพิ่งเดินไปมาหรือทำงานบ้าน ให้พักจนหายเหนื่อยก่อนเริ่มนับเวลานั่งพัก

  1. ให้ท่านนั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิง หลังพิงพนักเต็มที่ ไม่นั่งบนเตียงหรือโซฟานุ่มที่หลังไม่ได้พิง
  2. วางเท้าทั้งสองข้างราบกับพื้น ไม่ไขว่ห้าง
  3. วางแขนข้างที่จะวัดบนโต๊ะ หงายฝ่ามือ ให้ผ้าพันแขนอยู่ระดับเดียวกับหัวใจ ถ้าโต๊ะต่ำไป ใช้หมอนหนุนแขน
  4. พันผ้าพันแขนบนผิวหนังโดยตรง ไม่พันทับเสื้อหนา และไม่พับแขนเสื้อขึ้นจนรัดต้นแขน
  5. ให้ขอบล่างของผ้าพันแขนอยู่เหนือข้อพับศอกเล็กน้อย วางสายยางตามสัญลักษณ์บนผ้าพันแขน พันให้กระชับ ไม่แน่นจนเจ็บ และไม่หลวมจนเลื่อนได้
  6. ให้ท่านนั่งพักนิ่ง ๆ 5 นาที ไม่เล่นโทรศัพท์ ไม่ดูข่าวที่ทำให้เครียด
  7. กดวัด ระหว่างเครื่องบีบลม ให้ท่านนั่งนิ่ง ไม่พูด ไม่ขยับแขน
  8. จดค่าตัวบน ค่าตัวล่าง และชีพจรทันที
  9. รอประมาณ 1 นาที แล้ววัดซ้ำด้วยวิธีเดิม จดค่าครั้งที่ 2 แยกจากครั้งแรก
เคล็ดลับ: ใช้แขนข้างเดิมทุกครั้ง และถามแพทย์ในนัดถัดไปว่าควรใช้แขนข้างไหน ถ้าแขนข้างใดมีข้อห้ามวัดความดัน เช่น มีเส้นสำหรับฟอกไต ให้ทำตามที่แพทย์หรือพยาบาลบอกอย่างเคร่งครัด

ถ้าคุณพ่อคุณแม่นั่งพิงพนักไม่ไหว หรือต้องอยู่บนเตียงเป็นส่วนใหญ่ ให้ถามแพทย์หรือพยาบาลว่าควรวัดในท่าไหน แล้ววัดท่าเดิมทุกครั้ง และจดท่าที่วัดไว้ในบันทึกด้วย เพราะท่าที่ต่างกันทำให้ตัวเลขเทียบกันไม่ได้

4. วัดความดันที่บ้าน 7 วัน ตารางที่แพทย์อยากเห็น

ช่วง 7 วันก่อนพบแพทย์ ให้วัดทุกวัน วันละ 2 ช่วง คือเช้าและก่อนนอน ช่วงละอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 นาที ถ้าแพทย์ต้องการผลเร็ว แนวทางของสมาคมฯ ระบุว่าวัดอย่างน้อย 3 วันก็ใช้ได้

  • ช่วงเช้า วัดภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน หลังเข้าห้องน้ำแล้ว แต่ยังไม่กินยาและอาหารเช้า แพทย์อยากเห็นความดันในช่วงก่อนยามื้อใหม่ออกฤทธิ์ ซึ่งช่วยบอกว่ายาที่กินอยู่คุมความดันได้ครบทั้งวันหรือไม่
  • ช่วงก่อนนอน วัดหลังทำธุระส่วนตัวเสร็จ ใช้ท่าเดิมและแขนเดิมกับตอนเช้า
  • ครบ 7 วัน จะได้อย่างน้อย 28 ค่า นำไปพบแพทย์ทั้งหมด ไม่ต้องคัดทิ้ง และไม่ข้ามวันหยุด

ถ้าวันไหนลืมวัดหรือวัดไม่ได้ ให้เขียนว่า "ไม่ได้วัด" พร้อมเหตุผลสั้น ๆ แทนการเว้นว่าง แพทย์จะได้รู้ว่าข้อมูลขาดเพราะอะไร ส่วนช่วงที่ยังไม่ใกล้วันนัด ให้วัดบ่อยแค่ไหนตามที่แพทย์กำหนด การวัดทุกครั้งที่รู้สึกกังวลไม่ได้ทำให้ข้อมูลดีขึ้น และมักทำให้ท่านเครียดกับตัวเลขมากกว่าเดิม

5. จดบันทึกความดันอย่างไรให้แพทย์ใช้ได้ทันที

บันทึกที่ดีต้องมีวันที่ เวลา ค่าทุกครั้งที่วัด ชีพจร แขนที่ใช้ และหมายเหตุสั้น ๆ จดตามจริงทุกค่า ไม่เลือกจดเฉพาะค่าที่ดูดี

ตัวอย่างบันทึก 1 วัน

ทำเป็นรายการแบบนี้ในสมุดเล่มเล็กหรือในโน้ตของโทรศัพท์ก็ได้

  • วันจันทร์ ช่วงเช้า เวลา 06:40 น. นั่งเก้าอี้ แขนซ้าย
  • ครั้งที่ 1: ตัวบน ..... ตัวล่าง ..... ชีพจร .....
  • ครั้งที่ 2: ตัวบน ..... ตัวล่าง ..... ชีพจร .....
  • หมายเหตุ: ยังไม่กินยาเช้า เมื่อคืนตื่นเข้าห้องน้ำ 2 รอบ
  • วันจันทร์ ช่วงก่อนนอน เวลา 21:30 น. นั่งเก้าอี้ แขนซ้าย
  • ครั้งที่ 1: ตัวบน ..... ตัวล่าง ..... ชีพจร .....
  • ครั้งที่ 2: ตัวบน ..... ตัวล่าง ..... ชีพจร .....
  • หมายเหตุ: บ่ายนี้เวียนหัวตอนลุกจากเก้าอี้ นั่งพักแล้วหายเอง

ในช่องหมายเหตุ ให้เขียนอาการในวันนั้น เช่น ปวดศีรษะ เวียนหัว หน้ามืดตอนลุกยืน ใจสั่น รวมถึงลืมกินยา เพิ่งเริ่มยาใหม่ นอนไม่หลับ หรือเครื่องขึ้นสัญลักษณ์ชีพจรไม่สม่ำเสมอ แม้เครื่องมีหน่วยความจำก็ยังควรจดลงสมุด เพราะในห้องตรวจ การเปิดดูย้อนหลังในเครื่องทีละค่าทำได้ไม่สะดวก

ก่อนวันนัด เตรียม 1 หน้าสรุป

เขียนไว้หน้าแรกของสมุดว่าบันทึกนี้ครอบคลุมวันที่เท่าไรถึงเท่าไร วัดแขนไหน ท่าไหน มีอาการผิดปกติอะไรในสัปดาห์นั้น และคำถามที่อยากถามแพทย์ แล้วนำไปพร้อมรายการยาที่ท่านกินอยู่ทั้งหมด ถ้าบ้านยังไม่มีระบบจัดยาที่ชัดเจน อ่านวิธีทำได้ใน ระบบจัดยาผู้สูงอายุที่บ้าน

6. ทำไมวัดความดันที่บ้านปกติ แต่วัดที่โรงพยาบาลสูง

ภาวะที่ความดันสูงเฉพาะเมื่ออยู่ที่สถานพยาบาลเรียกว่า white-coat คือวัดที่สถานพยาบาลได้ตั้งแต่ 140/90 ขึ้นไป แต่วัดนอกสถานพยาบาลได้ปกติ ส่วนแบบกลับกันเรียกว่าความดันสูงแฝง (masked) คือที่สถานพยาบาลปกติแต่ที่บ้านสูง ทั้งสองแบบต้องให้แพทย์ดูบันทึกจากบ้านประกอบการตัดสินใจ

ความดันสูงเฉพาะที่โรงพยาบาล

ความตื่นเต้น การเดินทาง และการนั่งรอคิว ทำให้ตัวเลขหน้าห้องตรวจสูงกว่าชีวิตประจำวันได้โดยที่ท่านไม่รู้ตัว สิ่งที่ครอบครัวไม่ควรสรุปเองคือ "ความดันจริงปกติ ไม่ต้องกินยาแล้ว" เพราะแพทย์ต้องดูภาพรวมก่อน และบางท่านยังต้องติดตามต่อแม้ที่บ้านจะปกติ

ความดันสูงแฝง ที่บ้านสูงแต่ที่โรงพยาบาลปกติ

แบบนี้น่าห่วงกว่าที่คิด เพราะตัวเลขที่โรงพยาบาลดูดีทุกครั้ง แพทย์จึงไม่มีเหตุให้สงสัย วิธีเดียวที่จะรู้คือบันทึกจากบ้านที่วัดอย่างถูกวิธี ถ้าเห็นตัวเลขที่บ้านสูงเป็นประจำ ให้นำบันทึกไปให้แพทย์ดูในนัดถัดไป อย่ารอให้ถึงวันที่มีอาการ

ก่อนสรุปว่าเป็นแบบไหน ให้เช็กว่าเครื่องที่บ้านแม่น วิธีวัดถูกตามหัวข้อที่ 3 และวัดครบตามตาราง ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน ห้ามหยุดหรือลดยาเองเพราะที่บ้านปกติ และห้ามเพิ่มยาเองเพราะที่บ้านสูง

7. ค่าเท่าไรต้องบอกหมอ และอาการแบบไหนต้องโทร 1669

ตัวเลขที่ต้องนำไปให้แพทย์ประเมินคือค่าเฉลี่ยที่วัดเองที่บ้านตั้งแต่ 135/85 ขึ้นไป (ตัวบนตั้งแต่ 135 และหรือตัวล่างตั้งแต่ 85) ส่วนเรื่องที่ต้องโทร 1669 ทันทีคืออาการ ไม่ใช่ตัวเลขบนเครื่อง

นำบันทึกไปให้แพทย์ประเมิน

  • ค่าเฉลี่ยของสัปดาห์ตั้งแต่ 135/85 ขึ้นไป ในท่านที่ยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นความดันโลหิตสูง
  • ท่านที่กินยาอยู่แล้ว แต่ค่าที่บ้านสูงหรือต่ำกว่าเป้าหมายที่แพทย์ตั้งไว้อย่างต่อเนื่อง
  • ความดันช่วงเช้ากับช่วงก่อนนอนต่างกันชัดเจนเป็นประจำ

โทรปรึกษาแพทย์หรือโรงพยาบาลที่ดูแลท่าน โดยไม่ต้องรอวันนัด

  • ท่านเวียนหัว หน้ามืด หรือเกือบล้มบ่อยเวลาลุกยืน
  • ตัวเลขสูงหรือต่ำกว่าที่เคยวัดได้อย่างชัดเจนติดกันหลายวัน
  • เพิ่งเริ่มยาใหม่หรือเปลี่ยนยา แล้วมีอาการผิดไปจากเดิม
  • ตัวเลขเกินตัวเลขเตือนที่แพทย์กำหนดไว้ให้ท่าน
ขอให้แพทย์กำหนด "ตัวเลขเตือน" เฉพาะของคุณพ่อคุณแม่ ว่าสูงเท่าไร ต่ำเท่าไร ให้โทรหาใคร แล้วเขียนไว้หน้าแรกของสมุดบันทึก ทุกคนในบ้านและผู้ดูแลจะได้ใช้เกณฑ์เดียวกัน

โทร 1669 ทันที ไม่ว่าตัวเลขบนเครื่องจะเป็นเท่าไร

  • เจ็บหน้าอกเฉียบพลันและรุนแรง
  • แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือชักไม่หยุด
  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง
  • ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือหมดสติ

เมื่อมีอาการเหล่านี้ อย่าเสียเวลาวัดความดันซ้ำเพื่อดูว่าตัวเลขลงหรือยัง และห้ามให้ท่านกินยาลดความดันเพิ่มเอง ให้โทร 1669 ก่อน ส่วนวิธีเตรียมบ้านให้พร้อมก่อนเกิดเหตุและสิ่งที่ต้องบอกเจ้าหน้าที่ อ่านต่อได้ใน แผนฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุที่บ้านและการเรียกรถพยาบาล 1669 ถ้าแพทย์ให้วัดออกซิเจนปลายนิ้วร่วมด้วย ใช้สมุดเล่มเดียวกันได้เลย วิธีอ่านค่าอยู่ใน คู่มืออ่านค่าเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วสำหรับผู้สูงอายุ

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • กดวัดทันทีที่ท่านนั่งลง ตัวเลขมักสูงกว่าความจริง แก้ด้วยการนั่งพัก 5 นาทีทุกครั้ง นับเวลาจริง ไม่กะเอา
  • วัดซ้ำหลายรอบแล้วจดแค่ค่าที่ต่ำที่สุด แพทย์จะเห็นภาพที่ดีเกินจริง แก้ด้วยการวัด 2 ครั้งตามแนวทาง และจดทั้ง 2 ค่าเสมอ
  • ปรับยาเองตามตัวเลข เช่น หยุดยาเพราะที่บ้านปกติ หรือกินเพิ่มเพราะเช้านี้สูง เสี่ยงทั้งความดันพุ่งและความดันต่ำจนล้ม แก้ด้วยการจดไว้แล้วโทรปรึกษาแพทย์
  • ใช้ผ้าพันแขนชิ้นเดียวกับทุกคนในบ้าน คุณพ่อแขนใหญ่ คุณแม่แขนเล็ก ตัวเลขของใครคนหนึ่งจะคลาดเคลื่อน แก้ด้วยการวัดรอบแขนแต่ละคน แล้วใช้ผ้าพันแขนขนาดที่ตรงกัน
  • จดในกระดาษแผ่นเล็กแล้วลืมหยิบไปวันนัด แก้ด้วยการใช้สมุดเล่มเดียว หรือถ่ายรูปหน้าบันทึกเก็บไว้ในโทรศัพท์ทุกวัน

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

ครอบครัววัดความดันเองได้ แต่ตารางเช้าและก่อนนอนทุกวันมักชนกับเวลาทำงานของลูกหลาน ถ้าช่วงเช้าก่อนกินยาไม่มีใครอยู่กับท่าน ท่านพันผ้าพันแขนเองไม่ได้เพราะมือสั่นหรือแขนอ่อนแรง หรือมีหลายโรคและยาหลายขนาน การมีคนช่วยทำให้ตัวเลขที่ถึงมือแพทย์ครบและเชื่อถือได้มากขึ้น

  • นักบริบาล (ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน) การวัดสัญญาณชีพและจดบันทึกเป็นงานประจำวันของนักบริบาล ควบคู่กับการป้อนอาหารและยาให้ตรงเวลา ครอบครัวกำหนดเวลาวัดและตัวเลขเตือนตามที่แพทย์สั่งได้ กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน (ขั้นต่ำ 3 วัน) รายเดือน 30,000 บาท หรือกะ 24 ชั่วโมงอยู่ประจำ 2,500 บาทต่อวัน รายเดือน 36,000 บาท ถ้ายังไม่แน่ใจ ลองจ้างระยะสั้นก่อนตัดสินใจระยะยาว เช่น รายสัปดาห์ 12,000 บาท (กะ 12 ชั่วโมง) หรือ 16,000 บาท (กะ 24 ชั่วโมง) ดูที่ บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
  • พยาบาลวิชาชีพ สำหรับท่านที่อาการซับซ้อนหรือมีหลายโรค ต้องการคนประเมินอาการในภาพรวม กะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวัน หรือพยาบาลเยี่ยมบ้าน 1,800 บาทต่อครั้ง ดูที่ พยาบาลดูแลที่บ้าน
  • พาไปพบแพทย์ตามนัด ผู้ดูแลรับจากบ้าน อยู่ด้วยตลอด และพากลับ นำสมุดบันทึกไปให้แพทย์ดูได้ครบ ค่าบริการ 1,800 บาท ระยะเวลา 8 ชั่วโมง เกินคิดชั่วโมงละ 200 บาท ค่ารถคิดแยก ดูที่ บริการพาไปโรงพยาบาล

คำถามที่พบบ่อย

วัดความดันที่บ้านปกติ แต่วัดที่โรงพยาบาลสูง เกิดจากอะไร

มักเกิดจากภาวะที่เรียกว่า white-coat คือวัดที่สถานพยาบาลได้ตั้งแต่ 140/90 ขึ้นไป แต่วัดนอกสถานพยาบาลปกติ ความตื่นเต้น การเดินทาง และการรอคิวมีผลต่อตัวเลข ให้นำบันทึกจากบ้านที่วัดถูกวิธีไปให้แพทย์ประเมิน และห้ามหยุดยาเอง

วัดความดันที่บ้านควรวัดตอนไหน วันละกี่ครั้ง

ช่วงก่อนพบแพทย์ให้วัดวันละ 2 ช่วง คือเช้าภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่น (หลังเข้าห้องน้ำ ก่อนกินยาและอาหารเช้า) และก่อนเข้านอน ช่วงละอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 นาที นอกช่วงนั้นให้วัดตามความถี่ที่แพทย์กำหนด

วัดความดันที่บ้าน 7 วัน ต้องทำอย่างไร

วัดติดต่อกัน 7 วันก่อนวันนัด จดทุกค่าพร้อมวันที่ เวลา และชีพจร แล้วนำบันทึกทั้งหมดไปพบแพทย์ ไม่ต้องคัดค่าที่สูงทิ้ง ถ้าแพทย์ต้องการผลเร็ว วัดอย่างน้อย 3 วันก็ใช้ได้

วัดความดันเองที่บ้าน เท่าไรถึงเรียกว่าสูง

ตามแนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ค่าเฉลี่ยที่วัดเองที่บ้านตั้งแต่ 135/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไปอยู่ในเกณฑ์ความดันโลหิตสูง ตัวเลขนี้ใช้กับค่าเฉลี่ยหลายวัน ไม่ใช่ค่าครั้งเดียว และแพทย์เป็นผู้วินิจฉัย

เครื่องวัดความดันแบบไหนดี แบบข้อมือหรือแบบต้นแขน

แบบต้นแขนเหมาะกว่าสำหรับการวัดที่บ้าน แนวทางของสมาคมฯ แนะนำเครื่องต้นแขนที่ได้มาตรฐาน และเลี่ยงแบบข้อมือหรือแบบนิ้วเว้นแต่จำเป็น เลือกรุ่นที่มีข้อมูลรับรองความแม่นยำ และผ้าพันแขนพอดีกับรอบแขนของท่าน

ความดันสูงแต่ไม่มีอาการ ต้องไปโรงพยาบาลเลยไหม

ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ ให้นั่งพัก 5 นาทีแล้ววัดซ้ำด้วยวิธีที่ถูก จดไว้ ถ้ายังเกินตัวเลขเตือนที่แพทย์กำหนด หรือสูงกว่าที่เคยวัดได้มากอย่างชัดเจน ให้โทรปรึกษาแพทย์หรือโรงพยาบาลที่ดูแลท่าน ห้ามให้ยาเพิ่มเอง แต่ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอก แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หอบเหนื่อยรุนแรง หรือซึมลง ให้โทร 1669 ทันที

จ้างคนมาวัดความดันและจดบันทึกให้คุณพ่อคุณแม่ทุกวันได้ไหม

ได้ การวัดสัญญาณชีพและจดบันทึกเป็นงานประจำวันของนักบริบาล KIN HomeCare กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน ขั้นต่ำ 3 วัน หรือรายสัปดาห์ 12,000 บาท สำหรับบ้านที่อยากลองระยะสั้นก่อนตัดสินใจระยะยาว ถ้าท่านมีหลายโรคและต้องการคนประเมินอาการ เลือกพยาบาลวิชาชีพได้

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้าอยากให้การวัดความดันของคุณพ่อคุณแม่เป็นระบบ แต่ไม่มีใครอยู่บ้านช่วงเช้าหรือก่อนนอน เล่าตารางชีวิตของท่านและของครอบครัวให้ทีมฟังได้เลย ทีมช่วยดูว่าควรเริ่มจากผู้ดูแลกะไหน หรือควรให้พยาบาลเข้าไปดูก่อน

  • โทร 061-881-9399 (ดูแลผู้สูงอายุ พยาบาล และพาไปโรงพยาบาล)
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน ก่อนตัดสินใจ
  • ให้บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ