เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง จากเตียงไปรถเข็นหรือขึ้นรถยนต์ให้ปลอดภัย เริ่มจากเตรียม 5 อย่างก่อนขยับตัวท่านเสมอ คือ ล็อกล้อ พับที่วางเท้า ปรับเตียงให้สูงใกล้เคียงเบาะรถเข็น ดูว่าท่านช่วยลงน้ำหนักได้แค่ไหน และใส่รองเท้ากันลื่น จากนั้นให้ท่านนั่งพักที่ขอบเตียงก่อนลุก คนดูแลย่อเข่า หลังตรง อยู่ชิดตัวท่าน ใช้แรงขาแทนแรงหลัง และไม่ดึงแขนหรือหิ้วใต้รักแร้ ถ้าท่านลงน้ำหนักขาไม่ได้เลย อย่าฝืนย้ายคนเดียว

หลายบ้านเจอเรื่องนี้ในวันแรกที่คุณพ่อกลับจากโรงพยาบาล ลูกชายคนเดียวอุ้มท่านจากเตียงไปรถเข็นเพราะคิดว่าเร็วและง่าย พอถึงวันที่สามก็ปวดหลังจนลุกไม่ขึ้น หรือบางบ้านเกือบทำคุณแม่ล้มตอนหมุนตัวเพราะรถเข็นไหล การย้ายตัวเป็นงานที่ทำวันละหลายครั้ง ทั้งไปห้องน้ำ ไปโต๊ะกินข้าว และไปโรงพยาบาล ถ้าทำถูกวิธีตั้งแต่แรก ทั้งท่านและคนดูแลจะปลอดภัยและเหนื่อยน้อยลงมาก บทความนี้อธิบายทีละขั้นว่าต้องเตรียมอะไร ยืนท่าไหน และเมื่อไรที่ไม่ควรย้ายเอง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ก่อนย้ายทุกครั้ง ล็อกล้อรถเข็น พับที่วางเท้าขึ้น และวางรถเข็นเฉียงชิดเตียงฝั่งขาที่แข็งแรงของท่าน
  • ให้ท่านนั่งพักที่ขอบเตียงสักครู่ก่อนลุก ถ้ามึน ตาลาย หรือหน้าซีด ให้นอนลงก่อน
  • คนดูแลยืนเท้ากว้างเท่าสะโพก ย่อเข่า หลังตรง ชิดตัวท่าน หมุนด้วยการก้าวเท้า ไม่บิดเอว
  • ห้ามดึงแขนหรือหิ้วใต้รักแร้ ให้จับที่เข็มขัดพยุงตัวแทน
  • ขึ้นรถยนต์ให้นั่งลงบนเบาะก่อน แล้วค่อยยกขาเข้าทั้งสองข้างพร้อมกัน
  • ถ้าท่านลงน้ำหนักขาไม่ได้ หรือไม่เข้าใจคำบอก อย่ายกด้วยมือแม้มี 2 คน ให้นักกายภาพบำบัดประเมินและสอนวิธีกับอุปกรณ์ที่เหมาะกับท่านก่อน

1. ก่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง เช็ก 5 อย่างนี้ทุกครั้ง

อุบัติเหตุระหว่างย้ายตัวส่วนใหญ่เกิดก่อนที่ใครจะออกแรง คือรถเข็นไม่ได้ล็อก ที่วางเท้าขวาง หรือพื้นลื่น การเช็ก 5 อย่างนี้ใช้เวลาไม่ถึงนาที แต่ตัดความเสี่ยงใหญ่ออกไปได้เกือบหมด

  1. ล็อกล้อรถเข็นทั้งสองข้าง ลองเขย่ารถเข็นเบา ๆ ให้แน่ใจว่าไม่ไหล ถ้าเป็นเตียงมีล้อ ต้องล็อกล้อเตียงด้วย
  2. พับที่วางเท้าขึ้นหรือหมุนออกด้านข้าง ที่วางเท้าเป็นจุดที่สะดุดบ่อย และห้ามให้ท่านเหยียบที่วางเท้าตอนลุกหรือนั่ง เพราะรถเข็นจะคว่ำไปข้างหน้าได้
  3. ปรับเตียงให้สูงใกล้เคียงเบาะรถเข็น เตียงที่ต่ำเกินทำให้ท่านลุกยาก เตียงที่สูงเกินทำให้เท้าลอยจากพื้น ถ้าย้ายด้วยแผ่นเลื่อนตัวและรถเข็นถอดที่วางแขนฝั่งเตียงได้ ให้ถอดออก จะเลื่อนตัวด้านข้างได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าย้ายแบบลุกยืน ให้คงที่วางแขนไว้ เพื่อให้ท่านใช้จับตอนนั่งลง
  4. ดูว่าวันนี้ท่านช่วยได้แค่ไหน ท่านตื่นเต็มที่ไหม เข้าใจคำบอกไหม ลงน้ำหนักขาได้เหมือนเมื่อวานหรือเปล่า บางวันท่านเหนื่อยหรือง่วงจากยา ความสามารถลดลงได้
  5. ใส่รองเท้าหรือถุงเท้ากันลื่นให้ท่าน และดูพื้นรอบเตียงให้แห้ง ไม่มีพรมเลื่อน สายไฟ หรือของวางเกะกะ

2. ท่าของคนดูแล ย่อเข่า หลังตรง ใช้แรงขา

หลักของคนดูแลคือ ไม่ยกท่านขึ้นจากพื้นด้วยแรงหลัง แต่ช่วยให้ท่านลุกยืนด้วยขาของท่านเอง แล้วประคองให้หมุนตัวไปนั่ง งานของคนดูแลคือพยุงและกันล้ม ไม่ใช่แบกน้ำหนักทั้งตัว

นักบริบาลย่อเข่าหลังตรง จับเข็มขัดพยุงที่เอวคุณพ่อที่นั่งขอบเตียง
คนดูแลย่อเข่า หลังตรง ยืนชิดตัว และจับที่เข็มขัดพยุง โดยรถเข็นล็อกล้อชิดเตียงไว้แล้ว

สถาบันความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติของสหรัฐฯ (NIOSH) แนะนำว่า ในการยกคนในแนวดิ่ง คนดูแลไม่ควรยกน้ำหนักตัวของอีกคนด้วยมือเกินราว 16 กิโลกรัม (35 ปอนด์) และถ้าเกินกว่านั้นควรใช้อุปกรณ์ช่วย ตัวเลขนี้ต่ำกว่าน้ำหนักตัวผู้ใหญ่แทบทุกคน จึงบอกชัดว่าการอุ้มคุณพ่อคุณแม่ขึ้นทั้งตัวเป็นประจำเกินกำลังหลังของคนทั่วไป ระบบสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) ก็ระบุว่าอาการบาดเจ็บที่พบบ่อยของคนดูแลคือบาดเจ็บที่หลัง

ท่าที่ช่วยถนอมหลัง

  • ยืนเท้ากว้างประมาณสะโพก เท้าหนึ่งอยู่หน้าเล็กน้อย ให้ฐานมั่นคง
  • ย่อเข่าและสะโพกลง ไม่ก้มหลัง หลังตรงตามแนวธรรมชาติ ศีรษะมองตรง
  • เข้าไปชิดตัวท่าน ยิ่งตัวคนดูแลห่าง แรงที่หลังยิ่งมาก
  • ออกแรงด้วยการเหยียดเข่าและสะโพก ใช้กล้ามเนื้อขา
  • ไหล่กับสะโพกหันไปทางเดียวกันเสมอ ถ้าจะหมุน ให้ก้าวเท้าหมุนตาม ไม่บิดเอว
  • เคลื่อนไหวนุ่มนวล ไม่กระชาก และบอกจังหวะให้ท่านรู้ทุกครั้ง

3. ประเมินว่าคุณพ่อคุณแม่ช่วยได้แค่ไหน

วิธีย้ายที่ถูกขึ้นกับว่าท่านลงน้ำหนักขาและเข้าใจคำบอกได้แค่ไหน ครอบครัวแบ่งคร่าว ๆ ได้ 3 ระดับ แล้วเลือกวิธีให้ตรงระดับ

  • ระดับที่ 1 ลุกยืนได้เองถ้ามีคนประคอง ท่านยืนได้ ทรงตัวได้สักครู่ และก้าวเท้าเล็ก ๆ ได้ ใช้วิธีในหัวข้อที่ 4 คนเดียวช่วยได้
  • ระดับที่ 2 ลงน้ำหนักได้บางส่วน ท่านยืนได้แต่เข่าทรุดง่าย หรือมีขาข้างเดียวที่มีแรง ใช้วิธีในหัวข้อที่ 4 ได้ แต่ควรมีเข็มขัดพยุง และช่วงแรกควรมีคนที่สองคอยช่วย
  • ระดับที่ 3 ลงน้ำหนักขาไม่ได้ หรือไม่เข้าใจคำบอก ท่านยืนไม่ได้ ตัวอ่อน ง่วงซึม หรือสับสน ใช้วิธีในหัวข้อที่ 5 และควรให้นักกายภาพบำบัดประเมินก่อน

ถ้าคุณพ่อคุณแม่เพิ่งกลับจากโรงพยาบาลแล้วลุกไม่ขึ้นทั้งที่ก่อนหน้านี้เดินได้ อ่านสาเหตุและวิธีเริ่มฟื้นแรงใน ผู้สูงอายุกลับจากโรงพยาบาลแล้วเดินไม่ได้ ลุกไม่ขึ้น เพราะระดับของท่านอาจดีขึ้นได้เมื่อฝึกถูกวิธี

4. ขั้นตอนย้ายจากเตียงไปรถเข็น เมื่อท่านช่วยลงน้ำหนักได้

ถ้าท่านอยู่ระดับที่ 1 หรือ 2 ทำตามขั้นตอนนี้ช้า ๆ และบอกท่านก่อนทุกจังหวะ ให้ท่านมีส่วนช่วยมากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะทุกครั้งที่ท่านออกแรงเองคือการฝึกกล้ามเนื้อไปในตัว

  1. วางรถเข็นชิดเตียงฝั่งขาที่แข็งแรงของท่าน หันเฉียงเข้าหาเตียงเล็กน้อย ล็อกล้อ และพับที่วางเท้าขึ้น
  2. ช่วยท่านพลิกตะแคงมาทางขอบเตียง งอเข่า แล้วห้อยขาลงข้างเตียง พร้อมกับให้ท่านใช้ศอกและมือดันตัวขึ้นนั่ง
  3. ให้ท่านนั่งพักที่ขอบเตียงสักครู่ เท้าทั้งสองวางราบพื้น NHS แนะนำให้เปลี่ยนท่าจากนอนเป็นนั่งเป็นยืนอย่างช้า ๆ เพราะการลุกเร็วอาจทำให้หน้ามืดจากความดันตกขณะเปลี่ยนท่า ถามท่านว่ามึนหรือตาลายไหม
  4. ให้ท่านขยับก้นมาข้างหน้าจนเท้าวางมั่นคง เท้าอยู่เยื้องไปด้านหลังเข่าเล็กน้อย
  5. คนดูแลยืนตรงหน้าท่าน เยื้องไปทางขาที่อ่อนแรง ใช้เข่าของคนดูแลประกบกันเข่าท่านไม่ให้ทรุด แล้วจับที่เข็มขัดพยุงตัว
  6. ให้ท่านโน้มตัวไปข้างหน้า มือดันขอบเตียง นับ "หนึ่ง สอง สาม" แล้วลุกขึ้นพร้อมกัน
  7. เมื่อยืนแล้ว ให้ท่านยืนนิ่งสักครู่จนทรงตัวได้ จากนั้นหมุนตัวด้วยการก้าวเท้าเล็ก ๆ ไปทางรถเข็น ทั้งท่านและคนดูแลหมุนด้วยเท้า ไม่บิดเอว
  8. เมื่อหลังขาท่านแตะขอบเบาะ ให้ท่านเอื้อมจับที่วางแขนทั้งสองข้าง แล้วค่อย ๆ ย่อลงนั่ง คนดูแลย่อเข่าลงตาม ไม่ปล่อยให้ท่านทิ้งตัว
  9. ช่วยท่านขยับก้นให้ชิดพนักพิง ลดที่วางเท้าลง วางเท้าบนที่วางเท้า แล้วค่อยปลดล็อกล้อเมื่อจะเข็นไป

ถ้าจุดหมายคือการขับถ่ายตอนกลางคืน การใช้เก้าอี้นั่งถ่ายข้างเตียงอาจลดจำนวนครั้งที่ต้องย้ายตัว อ่านวิธีเลือกและวางเก้าอี้ได้ใน เก้าอี้นั่งถ่ายและเก้าอี้อาบน้ำผู้สูงอายุ

5. เมื่อท่านช่วยลงน้ำหนักไม่ได้

ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยู่ระดับที่ 3 อย่าย้ายคนเดียวด้วยการอุ้มหรือหิ้ว เพราะทั้งท่านและคนดูแลเสี่ยงบาดเจ็บ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่ามีดังนี้

ใช้คน 2 คน

คนที่สองช่วยให้ปลอดภัยขึ้นด้วยการนับจังหวะ จับรถเข็นให้นิ่ง และประคองข้างตัวท่าน แต่ สองคนก็ไม่ควรยกตัวท่านลอยขึ้นด้วยมือ เพราะทั้งท่านและคนดูแลยังเสี่ยงบาดเจ็บ การเลื่อนตัวไปด้านข้างบนพื้นผิวที่สูงเท่ากันด้วยแผ่นเลื่อนตัวปลอดภัยกว่า ส่วนท่านที่ลงน้ำหนักไม่ได้เลย ควรให้นักกายภาพบำบัดประเมินว่าต้องใช้อุปกรณ์แบบไหนและต้องมีคนช่วยกี่คน

ใช้อุปกรณ์ช่วยพยุง

  • เข็มขัดพยุงตัว คาดรอบเอวท่าน มีหูจับให้คนดูแลจับได้มั่นคง แทนการดึงเสื้อผ้าหรือแขน
  • แผ่นเลื่อนตัว แผ่นแข็งผิวลื่นที่วางพาดระหว่างเตียงกับเบาะรถเข็น ให้ท่านเลื่อนก้นข้ามไปทีละน้อยโดยไม่ต้องยืน เหมาะกับท่านที่นั่งทรงตัวได้แต่ยืนไม่ได้ และต้องใช้กับรถเข็นที่ถอดที่วางแขนได้

อุปกรณ์เหล่านี้ใช้ง่ายเมื่อได้เห็นคนสาธิต แต่ถ้าใช้ผิดมุมอาจลื่นหลุดได้ NHS แนะนำว่าถ้าต้องย้ายตัวใครเป็นประจำ ควรได้รับการฝึกหรือให้บุคลากรทางสุขภาพสาธิตวิธีที่ถูกต้องก่อน และลองอุปกรณ์ก่อนซื้อ สำหรับท่านที่ต้องยกทั้งตัวทุกครั้ง อาจต้องใช้อุปกรณ์ยกตัวที่ต้องได้รับการสอนโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรลองเองจากคลิปวิดีโอ

สิ่งที่ห้ามทำ

  • ห้ามดึงแขน ดึงมือ หรือหิ้วใต้รักแร้ เพราะไหล่ของผู้สูงอายุบาดเจ็บง่าย โดยเฉพาะแขนข้างที่อ่อนแรง
  • ห้ามให้ท่านโอบคอคนดูแล ถ้าท่านเสียหลัก คนดูแลจะล้มตามและบาดเจ็บที่คอ
  • ห้ามรีบ ห้ามย้ายตอนท่านง่วงหรือเพิ่งกินยาที่ทำให้ซึม

6. ย้ายกลับจากรถเข็นขึ้นเตียง

การกลับขึ้นเตียงใช้หลักเดียวกับขาไป คือเตรียมก่อน ลุกช้า หมุนด้วยเท้า ต่างกันตรงที่ท่านมักเหนื่อยกว่าหลังนั่งมานาน จึงต้องช้าลงอีกนิด

  1. เข็นรถเข็นมาชิดเตียงฝั่งขาที่แข็งแรง หันเฉียงเข้าหาเตียง ล็อกล้อ ยกที่วางเท้าขึ้น และปรับเตียงให้สูงใกล้เคียงเบาะ
  2. ให้ท่านขยับมานั่งขอบเบาะ เท้าวางราบพื้น มือดันที่วางแขน
  3. นับหนึ่ง สอง สาม ลุกขึ้นยืน ยืนนิ่งสักครู่ แล้วก้าวเท้าหมุนตัวจนหลังขาแตะขอบเตียง
  4. ให้ท่านวางมือบนที่นอนแล้วค่อย ๆ นั่งลงที่ขอบเตียง ให้นั่งลึกพอ ไม่ใช่นั่งปลายขอบ
  5. ช่วยท่านเอนตัวลงนอนตะแคง พร้อมกับยกขาทั้งสองขึ้นบนเตียงในจังหวะเดียวกัน แล้วค่อยจัดท่านอน

7. ย้ายจากรถเข็นขึ้นรถยนต์

หลักสำคัญคือ นั่งลงบนเบาะก่อน แล้วค่อยยกขาเข้า ไม่ให้ท่านก้าวขาเข้ารถก่อนแล้วมุดตัวตามเหมือนคนทั่วไป เพราะต้องยืนขาเดียวและบิดตัว ซึ่งเสี่ยงล้ม

นักบริบาลช่วยคุณแม่นั่งเบาะหน้ารถยนต์ โดยนั่งก่อนแล้วหมุนขาเข้า
ให้ท่านนั่งลงบนเบาะก่อน แล้วค่อยยกขาทั้งสองข้างเข้ารถพร้อมกัน

ขั้นตอนขึ้นรถ ปรับจากแนวทางของโรงพยาบาลในระบบ NHS

  1. จอดรถห่างจากขอบฟุตบาทหรือพื้นที่ยกสูง ในที่พื้นเรียบ และมีที่ว่างพอให้เปิดประตูได้สุด
  2. เลื่อนเบาะหน้าฝั่งผู้โดยสารไปด้านหลังให้สุด และเอนพนักพิงเล็กน้อย เพื่อให้มีที่สำหรับขา
  3. นำรถเข็นมาชิดประตู หันเฉียงเข้าหาเบาะ ล็อกล้อ และพับที่วางเท้าออก
  4. ช่วยท่านลุกยืนตามขั้นตอนในหัวข้อที่ 4 แล้วหมุนตัวให้หลังหันเข้ารถ ถอยจนท่านรู้สึกว่าขอบเบาะแตะหลังขา
  5. ให้ท่านจับจุดที่มั่นคง เช่น พนักพิงเบาะหรือคอนโซลหน้า ไม่จับบานประตูที่แกว่งได้ และให้คนช่วยจับประตูไว้ไม่ให้ปิดใส่
  6. ค่อย ๆ นั่งลงบนเบาะ คนดูแลใช้มือกันศีรษะท่านไม่ให้ชนขอบหลังคารถ
  7. ให้ท่านเอนหลังเล็กน้อยแล้วขยับก้นเข้าไปให้ลึก
  8. ยกขาทั้งสองข้างเข้ารถพร้อมกัน แล้วค่อยปรับเบาะให้สบาย คาดเข็มขัดนิรภัยให้ท่านโดยไม่ให้ท่านบิดตัวเอื้อม

ตอนลงจากรถ ทำย้อนกลับ คือหมุนขาทั้งสองออกมาก่อน ขยับก้นมาที่ขอบเบาะจนเท้าแตะพื้น แล้วค่อยลุกยืนและหมุนไปนั่งรถเข็นที่ล็อกล้อรอไว้แล้ว ถ้าท่านเพิ่งผ่าตัดสะโพกหรือเข่า ให้ทำตามข้อห้ามที่ทีมผ่าตัดให้ไว้เป็นหลัก ครอบครัวที่ต้องพาท่านไปโรงพยาบาลเป็นประจำ อ่านการเตรียมตัวทั้งวันได้ใน คู่มือพาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล

8. อาการที่ต้องหยุดทันที และเมื่อไรไม่ควรย้ายเอง

ถ้าระหว่างย้ายท่านบอกว่ามึน หน้ามืด ตาพร่า หรือดูหน้าซีด เหงื่อออก ให้หยุดทันที แล้วพาท่านกลับไปนั่งหรือนอนในจุดที่ใกล้ที่สุด อย่าฝืนย้ายต่อให้เสร็จ

สัญญาณให้หยุด

  • มึนงง หน้ามืด ตาพร่า หรือบอกว่าจะเป็นลม
  • หน้าซีด เหงื่อออก ตัวเย็น
  • ขาทรุด เข่าอ่อน หรือยืนแล้วตัวเอนไปข้างหนึ่ง
  • เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือเหนื่อยหอบผิดปกติ

ถ้าท่านเจ็บหน้าอกหรือหายใจลำบาก NHS แนะนำให้ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที ส่วนอาการมึนหรือหน้ามืดตอนลุกที่เกิดซ้ำ ควรจดไว้แล้วแจ้งแพทย์ที่ดูแลท่าน

ถ้าท่านเริ่มล้มระหว่างย้าย

อย่าพยายามรับหรือดึงน้ำหนักทั้งตัวไว้ เพราะมักล้มทั้งสองคน ถ้าท่านอยู่ชิดตัวคุณอยู่แล้ว ให้ย่อเข่าตามและปล่อยให้ท่านค่อย ๆ ลงนั่งพื้นโดยไม่ฝืน ถ้าอยู่ห่าง อย่าพุ่งเข้าไปรับ ให้กันสิ่งกีดขวางออกและระวังศีรษะของท่านเท่าที่ทำได้โดยตัวคุณเองไม่ล้ม วิธีรับมือเฉพาะของแต่ละท่านให้นักกายภาพบำบัดสอน เมื่อท่านลงถึงพื้นแล้ว ห้ามรีบยกขึ้นทันที ให้ดูก่อนว่าท่านรู้สึกตัวดีไหม เจ็บตรงไหน ขยับแขนขาได้ไหม ถ้าไม่แน่ใจว่ามีกระดูกหักหรือบาดเจ็บ ให้ท่านอยู่บนพื้นอย่างอบอุ่นปลอดภัย แล้วขอความช่วยเหลือ อาการแบบไหนต้องโทร 1669 อ่านได้ใน แผนฉุกเฉินและการเรียก 1669 สำหรับผู้สูงอายุ

เมื่อไรไม่ควรย้ายเองเลย

  • ท่านเพิ่งผ่าตัด กระดูกหัก หรือแพทย์สั่งห้ามลงน้ำหนักขา และครอบครัวยังไม่ได้รับการสอนวิธีย้ายเฉพาะ
  • ท่านลงน้ำหนักขาไม่ได้เลย และบ้านมีคนช่วยได้แค่คนเดียว
  • ท่านสับสน ต่อต้าน หรือตัวแข็งเกร็งจนคาดเดาการเคลื่อนไหวไม่ได้
  • คนดูแลเองมีปัญหาหลัง ไหล่ หรือเข่าอยู่แล้ว
  • ต้องย้ายหลายครั้งต่อวันจนคนดูแลเริ่มปวดหลังเรื้อรัง

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • ลืมล็อกล้อ รถเข็นไหลออกตอนท่านย่อลงนั่ง เป็นเหตุล้มที่พบบ่อย ตั้งกติกาในบ้านว่าล็อกล้อก่อนแตะตัวท่านทุกครั้ง
  • ดึงแขนหรือหิ้วรักแร้ ทำให้ไหล่ท่านบาดเจ็บและคนดูแลเสียหลัก เปลี่ยนมาจับที่เข็มขัดพยุงตัว ไม่จับเสื้อผ้า
  • อุ้มขึ้นทั้งตัวเพราะคิดว่าเร็วกว่า ทำได้ไม่กี่วันหลังก็เริ่มเจ็บ และไม่ได้ฝึกขาของท่านเลย ให้ท่านช่วยลงน้ำหนักเท่าที่ทำได้ทุกครั้ง
  • ลุกจากนอนเป็นยืนทันที ท่านหน้ามืดล้มได้ ให้นั่งพักที่ขอบเตียงก่อนทุกครั้ง
  • เตียงต่ำกว่าเบาะรถเข็นมาก ท่านต้องออกแรงลุกจากที่ต่ำ และคนดูแลต้องก้มหลังมาก ใช้เตียงที่ปรับระดับได้ หรือเสริมความสูงให้ใกล้เคียงกัน
  • ก้าวขาเข้ารถยนต์ก่อนนั่ง ท่านต้องยืนขาเดียวและบิดตัว ให้นั่งก่อนแล้วยกขาเข้าทั้งสองข้างพร้อมกัน

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

ถ้าการย้ายตัวเริ่มทำให้คนในบ้านปวดหลัง ท่านเคยเกือบล้มระหว่างย้าย หรือครอบครัวต้องย้ายท่านหลายรอบต่อวันโดยมีคนช่วยได้คนเดียว การให้มืออาชีพช่วยเป็นทางเลือกที่ปกป้องทั้งท่านและคนดูแล

  • ให้นักกายภาพบำบัดสอนครอบครัวที่บ้าน นักกายภาพประเมินว่าท่านลงน้ำหนักได้แค่ไหน สอนท่าย้ายตัวที่เหมาะกับร่างกายท่านและห้องจริง สอนใช้เข็มขัดพยุงหรือแผ่นเลื่อนตัว และวางโปรแกรมฝึกให้ท่านช่วยตัวเองได้มากขึ้น ค่าบริการ 1,800 บาทต่อครั้ง ครั้งแรก 1,500 บาท ถึง 31 ธันวาคม 2569 แพ็กเกจ 10 ครั้ง 15,000 บาท ดูที่ กายภาพบำบัดที่บ้าน
  • นักบริบาลช่วยย้ายตัวทุกวัน การพาเดิน ย้ายตัว ไปห้องน้ำ และเปลี่ยนท่า เป็นงานดูแลประจำวันของนักบริบาล กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน หรือกะ 24 ชั่วโมงอยู่ประจำ 2,500 บาทต่อวัน ขั้นต่ำ 3 วัน รายเดือนเริ่ม 30,000 บาท (กะ 12 ชั่วโมง หยุด 1 วันต่อสัปดาห์) ดูที่ ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
  • พาไปโรงพยาบาล ผู้ดูแลรับท่านที่บ้าน ช่วยย้ายตัวขึ้นลงรถ อยู่ด้วยตลอดการพบแพทย์ และพากลับ 1,800 บาทต่อ 8 ชั่วโมง เกินคิดชั่วโมงละ 200 บาท ค่ารถคิดแยก ถ้าใช้รถพยาบาลของ KIN เริ่ม 2,000 บาทตามระยะทาง
  • อุปกรณ์ที่ช่วยให้ย้ายตัวง่ายขึ้น เตียงไฟฟ้าที่ปรับความสูงได้ช่วยให้ตั้งเตียงเท่าเบาะรถเข็น เช่น เตียงพร้อมที่นอน 5 ฟังก์ชัน 4,500 บาทต่อเดือน หรือเตียงที่ปรับต่ำได้ถึง 23 เซนติเมตร 4,990 บาทต่อเดือน และรถเข็นรุ่นมาตรฐาน AR-200 900 บาทต่อวัน หรือ 3,000 บาทต่อเดือน มีทั้งให้เช่าและจำหน่าย ราคาจำหน่ายสอบถาม 061-881-9399 ดูรุ่นทั้งหมดที่ เช่าอุปกรณ์การแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ย้ายผู้ป่วยติดเตียงคนเดียวได้ไหม

ได้ ถ้าท่านลงน้ำหนักขาได้อย่างน้อยบางส่วนและเข้าใจคำบอก โดยใช้ท่าย่อเข่าหลังตรงและเข็มขัดพยุง แต่ถ้าท่านลงน้ำหนักไม่ได้เลย ไม่ควรยกด้วยมือไม่ว่าจะคนเดียวหรือสองคน ให้นักกายภาพบำบัดประเมินอุปกรณ์และวิธีที่เหมาะกับท่านก่อน

ยกผู้ป่วยอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง

หลักคืออย่ายกทั้งตัว ให้ท่านลุกยืนด้วยขาของท่านเอง คนดูแลยืนเท้ากว้างเท่าสะโพก ย่อเข่า หลังตรง ชิดตัวท่าน ใช้แรงขา และหมุนด้วยการก้าวเท้าแทนการบิดเอว ถ้าเริ่มปวดหลังซ้ำ ๆ แปลว่าวิธีหรือจำนวนคนยังไม่พอ

เข็มขัดพยุงตัวจำเป็นไหม

ไม่จำเป็นทุกบ้าน แต่ช่วยได้มากกับท่านที่ลงน้ำหนักได้บางส่วน เพราะคนดูแลมีจุดจับที่มั่นคงแทนการดึงแขนหรือเสื้อผ้า ควรให้นักกายภาพหรือพยาบาลสาธิตวิธีคาดและจับที่ถูกต้องก่อนใช้

พาผู้ป่วยติดเตียงขึ้นรถยนต์ ควรนั่งเบาะไหน

เบาะหน้าฝั่งผู้โดยสารมักง่ายกว่า เพราะเลื่อนเบาะถอยหลังและเอนพนักได้ ประตูกว้าง และคนดูแลอยู่ใกล้ ให้ท่านนั่งลงก่อนแล้วค่อยยกขาเข้าทั้งสองข้างพร้อมกัน ถ้าท่านนั่งทรงตัวบนเบาะรถไม่ได้ ควรใช้รถที่รองรับรถเข็นหรือรถพยาบาลแทน

ความสูงเตียงควรเท่าไรเวลาย้ายไปรถเข็น

ไม่มีตัวเลขตายตัว ให้ปรับให้ที่นอนสูงใกล้เคียงเบาะรถเข็น และเวลาท่านนั่งขอบเตียง เท้าต้องวางราบพื้นได้เต็มฝ่า เตียงไฟฟ้าที่ปรับระดับได้ช่วยให้ตั้งความสูงนี้ได้ทุกครั้ง

ถ้าท่านล้มระหว่างย้ายต้องทำอย่างไร

อย่ารีบยกท่านขึ้น ให้ดูก่อนว่าท่านรู้สึกตัวดีไหม เจ็บตรงไหน ขยับแขนขาได้หรือเปล่า ถ้าสงสัยว่ากระดูกหัก ศีรษะกระแทก หรือท่านซึมลง ให้ท่านอยู่บนพื้นอย่างปลอดภัยและโทร 1669

นักบริบาลของ KIN ช่วยย้ายตัวได้ไหม

ได้ การย้ายตัว พาเดิน พาเข้าห้องน้ำ และเปลี่ยนท่า เป็นงานดูแลประจำวันของนักบริบาล ถ้าท่านลงน้ำหนักไม่ได้หรือมีข้อห้ามหลังผ่าตัด ควรแจ้งทีมตั้งแต่ตอนปรึกษา ทีมจะแนะนำว่าควรมีนักกายภาพประเมินวิธีย้ายก่อนหรือไม่

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้าการย้ายตัวแต่ละวันเริ่มหนักเกินกำลังคนในบ้าน เล่าให้ทีมฟังได้ว่าท่านลุก ยืน และนั่งได้แค่ไหน บ้านมีคนช่วยกี่คน ทีมช่วยแนะนำว่าควรเริ่มจากให้นักกายภาพสอน เพิ่มอุปกรณ์ หรือมีนักบริบาลช่วยในช่วงที่ขาดคน

  • กายภาพบำบัดที่บ้าน โทร 095-767-6307 (สำรอง 061-881-9399)
  • นักบริบาล พาไปโรงพยาบาล และเช่าอุปกรณ์ โทร 061-881-9399
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน ให้บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ