พลิกตัวผู้ป่วยติดเตียง จำเป็นจริง และแนวทางมาตรฐานที่พยาบาลไทยใช้สอนครอบครัวคือพลิกตะแคงตัวและเปลี่ยนท่า อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง สลับระหว่างนอนหงาย ตะแคงซ้าย และตะแคงขวา ท่าตะแคงที่ถูกไม่ใช่ตะแคงตั้งฉากเต็มตัว แต่เอียงสะโพกประมาณ 30 องศากับที่นอน ใช้หมอนหนุนหลังและคั่นระหว่างเข่า รองใต้น่องให้ส้นเท้าลอย และเวลาขยับตัวท่านให้ใช้ผ้ารองยกแทนการลากดึง ถ้าผิวบริเวณปุ่มกระดูกเริ่มแดงหรือช้ำ ต้องเปลี่ยนท่าให้ถี่กว่าเดิมและแจ้งพยาบาล ส่วนรอบที่เหมาะกับแต่ละท่าน ให้พยาบาลเป็นผู้ปรับตามสภาพผิว ความสบาย และที่นอนที่ใช้

หลายบ้านเริ่มต้นด้วยความตั้งใจเต็มร้อย ตั้งนาฬิกาปลุกทุก 2 ชั่วโมง แต่ผ่านไปไม่กี่คืนก็หมดแรง คุณแม่ร้องเจ็บทุกครั้งที่ขยับ ลูกปวดหลังจนยกไม่ไหว บางคืนเห็นท่านหลับสนิทก็ไม่กล้าปลุก แล้วเช้ามาพบรอยแดงที่ก้นกบ บทความนี้อธิบายว่าทำไมต้องพลิก ตัวเลข 2 ชั่วโมงมาจากไหน จัดท่าอย่างไร พลิกอย่างไรให้คนดูแลไม่บาดเจ็บ และเมื่อไรพลิกคนเดียวได้ พร้อมตารางพลิกตัว 24 ชั่วโมงและวิธีทำตอนกลางคืน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • พลิกตะแคงตัวและเปลี่ยนท่าอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน ตามคู่มือของโรงพยาบาลในไทย รอบที่เหมาะกับแต่ละท่านให้พยาบาลปรับตามผิว ความสบาย และที่นอน ถ้าผิวเริ่มแดงหรือท่านเจ็บ พยาบาลอาจให้ถี่ขึ้น ส่วนท่านระยะประคับประคองหรือปวดมาก ให้ยึดแผนของทีมที่เน้นความสบาย
  • ท่าตะแคงให้เอียงสะโพกประมาณ 30 องศา ไม่ใช่ตะแคงตั้งฉาก ใช้หมอนหนุนหลัง คั่นระหว่างเข่า และรองใต้น่องให้ส้นเท้าลอย
  • ท่านอนหงายให้ยกหัวเตียงประมาณ 30 องศาและยกใต้เข่าขึ้นเล็กน้อย กันตัวไถลลงปลายเตียง
  • ปรับเตียงให้สูงระดับเอวคนดูแล ใช้ผ้าขวางเตียงหรือแผ่นเลื่อนตัวที่แข็งแรงตามที่พยาบาลแนะนำ ห้ามลากตัวท่านบนที่นอน และพลิกคนเดียวเฉพาะเมื่อพยาบาลหรือนักกายภาพประเมินแล้วว่าทำได้
  • ดูผิวทุกครั้งที่เปลี่ยนท่า จุดแดงที่กดแล้วไม่จาง ห้ามนวด ให้เลี่ยงไม่ให้นอนทับจุดนั้นและแจ้งพยาบาล
  • จดเวลาและท่าทุกรอบลงใบบันทึก จะได้รู้ว่ารอบไหนหลุด และส่งต่อให้คนเปลี่ยนเวรได้ถูก

1. ทำไมต้องพลิกตัว นอนท่าเดียวนาน ๆ เกิดอะไรขึ้น

น้ำหนักตัวที่กดลงบนจุดเดิมนาน ๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงผิวหนังตรงนั้นไม่พอ โดยเฉพาะตรงปุ่มกระดูกที่มีเนื้อรองน้อย การพลิกตัวเป็นระยะช่วยย้ายแรงกดออกก่อนที่ผิวจะเสียหาย

คนทั่วไปขยับตัวเองโดยไม่รู้ตัวแม้ตอนหลับ แต่คุณพ่อคุณแม่ที่อ่อนแรง ซึมลง ผิวรับความรู้สึกได้น้อยลง หรือเจ็บจนไม่อยากขยับ จะนอนนิ่งท่าเดิมได้นานหลายชั่วโมง การเปลี่ยนท่ายังช่วยให้ข้อต่อได้ขยับ และเป็นจังหวะที่คนดูแลได้ตรวจผ้าอ้อมและผิวไปพร้อมกัน

แผลกดทับเริ่มจากผิวแดงที่กดแล้วไม่จาง ก่อนจะลึกลงเป็นแผลเปิดได้ และเมื่อเกิดแล้วดูแลยากกว่าการป้องกันมาก บทความนี้เน้นการป้องกัน ส่วนการดูแลแผลกดทับที่เกิดแล้ว ทีมกำลังจัดทำเป็นบทความแยก ระหว่างนี้ถ้าพบแผลเปิด ให้ปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์ที่ดูแลท่านโดยตรง

2. ทุก 2 ชั่วโมงมาจากไหน และเมื่อไรต้องถี่กว่านั้น

ตัวเลข 2 ชั่วโมงเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่โรงพยาบาลในไทยใช้สอนครอบครัว เช่น คู่มือการป้องกันแผลกดทับที่บ้านของฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช ที่กำหนดให้พลิกตะแคงตัวและเปลี่ยนท่าอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง ครอบครัวจึงใช้ทุก 2 ชั่วโมงเป็นค่าเริ่มต้นได้ ส่วนรอบที่เหมาะกับแต่ละท่าน ให้พยาบาลเป็นผู้ปรับโดยดูจากสภาพผิว ความสบายของท่าน และชนิดที่นอน บางท่านต้องถี่กว่านี้ บางท่านพยาบาลอาจกำหนดให้ห่างกว่านี้ได้ แต่การเว้นห่างกว่า 2 ชั่วโมงต้องเป็นแผนที่พยาบาลกำหนดให้เท่านั้น ครอบครัวไม่ควรยืดรอบเอง

สถานการณ์ที่พยาบาลมักให้เปลี่ยนท่าเร็วกว่าทุก 2 ชั่วโมง ได้แก่

  • ผิวเริ่มเปลี่ยน เช่น มีรอยแดง รอยช้ำ บวม สีคล้ำ ผิวแข็งหรือนิ่มผิดปกติ ร้อน หรือกดแล้วเจ็บ ตรงปุ่มกระดูก
  • ท่านบ่นเจ็บหรือทำหน้าไม่สบาย เมื่อนอนท่าใดท่าหนึ่ง คู่มือของศิริราชยกตัวอย่างว่าอาจเปลี่ยนจากทุก 2 ชั่วโมงเป็นทุก 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นกับแต่ละท่าน
  • ผิวเปียกชื้นบ่อย จากเหงื่อ ปัสสาวะ หรืออุจจาระ ซึ่งทำให้ผิวทนแรงกดได้น้อยลง
  • ท่านผอมมาก กินได้น้อย หรือมีโรคที่ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี

สำหรับท่านที่อยู่ในระยะประคับประคองหรือปวดมาก การพลิกตามตารางตายตัวอาจทำให้ท่านทรมานเกินจำเป็น ให้ยึดแผนของทีมแพทย์และพยาบาลที่เน้นความสบายของท่านเป็นหลัก ถ้าพลิกแล้วท่านปวดมากหรือหายใจลำบาก ให้ติดต่อทีมเพื่อปรับแผน ไม่ต้องฝืนทำตามตาราง

หลายบ้านเข้าใจว่ามีที่นอนลดแรงกดแล้วไม่ต้องพลิกตัว ความจริงที่นอนช่วยกระจายแรงกดได้ แต่แนวทางของโรงพยาบาลยังให้พลิกตัวควบคู่เสมอ จะเลือกที่นอนแบบไหนหรือปรับรอบได้หรือไม่ ควรให้พยาบาลประเมินจากสภาพผิวของท่าน

3. จุดกดทับที่ต้องดูทุกวัน

จุดเสี่ยงคือตำแหน่งที่กระดูกอยู่ใกล้ผิวหนัง และเปลี่ยนไปตามท่านอน จึงต้องดูให้ครบ

  • ท่านอนหงาย ท้ายทอย สะบัก กระดูกสันหลัง ข้อศอก ก้นกบ และส้นเท้า
  • ท่านอนตะแคง ใบหู หัวไหล่ สันสะโพก ปุ่มกระดูกต้นขาด้านข้าง เข่าด้านใน และตาตุ่ม
  • ท่านั่งบนเตียงหรือรถเข็น ก้นกบ กระดูกก้นที่รับน้ำหนักตอนนั่ง และส้นเท้า

ทุกครั้งที่เปลี่ยนท่า ให้ดูผิวตรงจุดที่เพิ่งนอนทับ ถ้าเห็นรอยแดงให้ใช้นิ้วกดเบา ๆ แล้วปล่อย ผิวปกติจะซีดแล้วกลับเป็นสีเดิม แต่ถ้าเป็นรอยแดงที่กดแล้วไม่จาง หรือในคนผิวคล้ำเป็นสีม่วงหรือคล้ำกว่าผิวรอบข้าง ให้เลี่ยงไม่ให้ท่านนอนทับจุดนั้น จดไว้ และแจ้งพยาบาล ห้ามนวดคลึงตรงปุ่มกระดูกหรือตรงรอยแดง เพราะการนวดเพิ่มแรงกดและแรงเสียดสีให้เนื้อเยื่อที่กำลังบาดเจ็บ ช่วงอาบน้ำเช็ดตัวเป็นจังหวะเดียวของวันที่เห็นผิวท่านได้ทั้งตัว ส่วนผิวบริเวณที่ใส่ผ้าอ้อมต้องแห้งและสะอาดเสมอ อ่านวิธีดูแลได้ที่ คู่มือผ้าอ้อมผู้ใหญ่

4. จัดท่านอนหงายและท่าตะแคง 30 องศาให้ถูก

หลักคือให้น้ำหนักตัวกระจายไปบนพื้นที่กว้าง ไม่ให้ปุ่มกระดูกจุดใดรับน้ำหนักทั้งหมด และไม่ให้ปุ่มกระดูกกดทับกันเอง

ท่านอนหงาย

  1. ถ้าเป็นเตียงปรับระดับได้ ยกหัวเตียงประมาณ 30 องศา และยกส่วนใต้เข่าขึ้นเล็กน้อย เพื่อกันไม่ให้ตัวไถลลงปลายเตียง เพราะการไถลทำให้ผิวบริเวณก้นกบถูกดึงรั้ง
  2. ถ้าเตียงปรับไม่ได้ ใช้หมอน 2–3 ใบหนุนหลังให้ศีรษะสูงประมาณ 30 องศา
  3. วางหมอนตามยาวใต้น่องทั้งสองข้าง ให้ส้นเท้าลอยพ้นที่นอน ไม่ใช่วางหมอนใต้ส้นเท้า
  4. ถ้าขาทั้งสองข้างชิดกันจนเข่าหรือตาตุ่มกดทับกัน ให้สอดหมอนเล็กหรือผ้าพับคั่นไว้

ท่านอนตะแคงกึ่งหงาย 30 องศา

ท่านี้คือท่าตะแคงที่แนะนำ เพราะแรงกดไม่ลงตรงสันสะโพกและหัวไหล่เต็ม ๆ เหมือนการตะแคงตั้งฉาก

นักบริบาลจัดหมอนใต้น่องให้คุณแม่ที่นอนตะแคงกึ่งหงายบนเตียงไฟฟ้า
ท่าตะแคงกึ่งหงายประมาณ 30 องศา มีหมอนหนุนหลังและคั่นระหว่างเข่า และหมอนใต้น่องช่วยให้ส้นเท้าลอย
  1. ใช้หมอน 1–2 ใบหนุนศีรษะและคอให้อยู่แนวเดียวกับลำตัว
  2. พลิกท่านไปด้านหนึ่ง แล้ววางหมอนยาวแนบตามแผ่นหลังด้านตรงข้ามเพื่อพยุงไหล่และหลังส่วนล่าง ให้ตัวเอียงประมาณ 30 องศา ไม่ใช่ตะแคงตั้งฉาก
  3. สอดหมอนคั่นระหว่างเข่าและขาทั้งสองข้าง ให้ขาบนงอเล็กน้อยวางบนหมอน ไม่ทับขาล่าง
  4. ตรวจให้ส้นเท้าไม่กดกับที่นอน ถ้าจำเป็นให้วางหมอนใต้น่องช่วย
  5. วิธีเช็กว่าเอียงพอหรือยัง คือสอดฝ่ามือใต้หลังส่วนล่างของท่าน ถ้ามีช่องว่างพอให้มือสอดได้ แปลว่าก้นกบไม่ได้รับน้ำหนักเต็มที่
  6. รอบถัดไปสลับไปตะแคงอีกด้าน

5. ขั้นตอนพลิกตัวแบบคนดูแลไม่ปวดหลัง และเมื่อไรพลิกคนเดียวได้

ก่อนเริ่ม ให้พยาบาลหรือนักกายภาพประเมินและสาธิตกับตัวท่านจริงว่าต้องใช้คนพลิกหนึ่งหรือสองคน ถ้าท่านช่วยตัวเองไม่ได้เลย ตัวใหญ่ เพิ่งผ่าตัดสะโพกหรือหลัง หรือแพทย์สั่งจัดท่าเฉพาะ ควรมีคนช่วยพลิกอย่างน้อย 2 คน การพลิกคนเดียวให้ทำเฉพาะเมื่อพยาบาลหรือนักกายภาพประเมินแล้วว่าทำได้ ขั้นตอนต่อไปนี้ใช้แรงขาแทนแรงแขนและหลัง ช่วยลดการบาดเจ็บของหลังผู้ดูแล

นักบริบาลยืนหลังตรงข้างเตียงที่ปรับสูงระดับเอว ใช้ผ้าขวางเตียงช่วยพลิกคุณพ่อ
ปรับเตียงให้สูงระดับเอวและใช้ผ้าขวางเตียงช่วยพลิก ทำให้คนดูแลไม่ต้องก้มหลังและไม่ต้องลากตัวท่าน
  1. บอกท่านก่อนว่ากำลังจะพลิกไปทางไหน แม้ท่านจะตอบไม่ได้ ท่านจะได้ไม่ตกใจและไม่เกร็งต้าน
  2. ปรับหัวเตียงลงให้ราบเท่าที่แผนการดูแลอนุญาต ห้ามปรับราบถ้าท่านหายใจลำบาก เสี่ยงสำลัก หรือกำลังให้อาหารทางสายหรือเพิ่งให้อาหาร แล้วยกเตียงให้สูงประมาณระดับเอวของคนดูแล ถ้ามีราวกั้นเตียง ให้ยกราวด้านตรงข้ามขึ้นไว้ก่อน
  3. ถ้าท่านนอนค่อนมาทางฝั่งที่คนดูแลยืน ให้ไปยืนอีกฝั่งแล้วใช้ผ้าขวางเตียงดึงเลื่อนท่านเข้าหาฝั่งนั้นเล็กน้อยก่อน ยกราวฝั่งนั้นขึ้น แล้วกลับมาฝั่งที่จะพลิก เมื่อพลิกเข้าหาตัว ท่านจะได้อยู่กลางเตียง ไม่ใช่ริมขอบ
  4. งอเข่าข้างที่อยู่ไกลตัวคนดูแลขึ้น และวางแขนข้างนั้นพาดอกท่าน
  5. คนดูแลยืนกางขาเล็กน้อย ย่อเข่า หลังตรง มือหนึ่งจับที่หัวไหล่ อีกมือจับที่สะโพกของท่าน หรือจับขอบผ้าขวางเตียง
  6. ถ่ายน้ำหนักตัวไปด้านหลังพร้อมพลิกท่านเข้าหาตัวช้า ๆ ใช้แรงขา ไม่บิดเอว
  7. จัดหมอนหนุนหลัง คั่นเข่า รองน่องตามข้อ 4 ดึงผ้าปูที่นอนใต้ตัวให้เรียบตึง ไม่ให้มีรอยยับกดผิว
  8. ตรวจผิวจุดที่เพิ่งนอนทับ ลดระดับเตียงลงต่ำสุด ยกราวกั้นเตียงตามความเหมาะสม แล้วจดเวลาและท่าลงใบบันทึก

ผ้าขวางเตียงและแผ่นเลื่อนตัวช่วยได้มาก

ผ้าขวางเตียงคือผ้าที่ปูขวางใต้ตัวท่านตั้งแต่ไหล่ถึงสะโพก ให้ใช้ผ้าขวางเตียงหรือแผ่นเลื่อนตัวที่แข็งแรง สภาพดี และรับน้ำหนักท่านได้ ตามที่พยาบาลแนะนำ ไม่ใช้ผ้าบางหรือผ้าเก่าที่อาจขาดระหว่างยก แผ่นเลื่อนตัวบางชนิดต้องดึงออกหลังใช้ ให้ทำตามที่พยาบาลสอน เวลาเลื่อนหรือพลิกให้จับขอบผ้าแล้วยก ไม่ดึงแขนหรือรักแร้ท่าน และไม่ลากตัวครูดกับที่นอนซึ่งทำให้ผิวถลอก ถ้ามีสองคน ให้ยืนคนละฝั่ง จับผ้าชิดลำตัวท่านระดับไหล่และสะโพก แล้วยกพร้อมกันตามจังหวะนับ

6. ตารางพลิกตัว 24 ชั่วโมง และใบบันทึก

ตารางช่วยให้ทุกคนในบ้านพลิกตามรอบเดียวกัน ตัวอย่างนี้ดัดแปลงจากนาฬิกาพลิกตัวในคู่มือพยาบาลของโรงพยาบาลศิริราช ปรับเวลาได้ตามกิจวัตรของแต่ละบ้าน ส่วนระยะห่างระหว่างรอบให้พยาบาลเป็นผู้ปรับให้เหมาะกับท่าน

  • 06:00 · 12:00 · 18:00 · 24:00 นอนหงาย (ช่วงมื้ออาหารยกหัวเตียงขึ้นตามข้อ 8)
  • 08:00 · 14:00 · 20:00 · 02:00 ตะแคงขวา
  • 10:00 · 16:00 · 22:00 · 04:00 ตะแคงซ้าย

ถ้ามีรอยแดงข้างใดข้างหนึ่ง พยาบาลอาจให้ข้ามท่าที่ทับด้านนั้นไปก่อน

ใบบันทึกไม่ต้องซับซ้อน กระดาษแผ่นเดียวแปะข้างเตียงก็พอ แต่ละแถวให้มีช่องดังนี้

  • เวลา
  • ท่าที่จัด (หงาย / ตะแคงซ้าย / ตะแคงขวา)
  • ผิวจุดที่เพิ่งนอนทับ ปกติหรือมีรอยแดง ตรงไหน
  • เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือไม่ ผิวบริเวณนั้นเป็นอย่างไร
  • ชื่อคนที่พลิก

7. กลางคืนพลิกอย่างไรไม่ให้ท่านตื่นเต็มที่ทุกรอบ

สำหรับท่านส่วนใหญ่ การพลิกตัวกลางคืนยังจำเป็นตามรอบที่พยาบาลกำหนด ส่วนท่านระยะประคับประคองหรือปวดมาก ให้ยึดแผนของทีมที่เน้นความสบาย ไม่ใช่ตารางตายตัว ทั้งนี้ทำให้รบกวนการนอนน้อยลงได้ด้วยเทคนิคเหล่านี้

  • รวมงานไว้ในรอบเดียว เปลี่ยนผ้าอ้อม ตรวจผิว และพลิกตัวในรอบเดียวกัน แทนการปลุกหลายครั้ง
  • เปิดไฟสลัวหรือไฟหัวเตียง แทนไฟเพดาน และบอกท่านเบา ๆ สั้น ๆ ก่อนพลิก
  • เตรียมหมอนไว้ที่เดิมทุกคืน ไม่ต้องควานหาในความมืด
  • ใช้ผ้าขวางเตียงเสมอ การยกด้วยผ้านุ่มนวลกว่าการจับตัวดึง ท่านมักรู้สึกตัวน้อยกว่า
  • ใช้ผ้าอ้อมหรือแผ่นรองซับที่ซึมซับดีสำหรับกลางคืน ลดความเปียกชื้นระหว่างรอบ
  • คนดูแลต้องได้นอนด้วย ถ้าคนเดียวทำทั้งวันทั้งคืนหลายสัปดาห์ ร่างกายจะไม่ไหว ควรผลัดเวรกันหรือหาคนช่วยกะกลางคืน

ถ้าท่านสับสนตอนกลางคืนหรือเจ็บทุกครั้งที่พลิก ให้บอกพยาบาลหรือแพทย์ เพราะอาจมีเรื่องความปวด ยา หรือท่านอนที่ต้องปรับ

8. ยกหัวเตียงตอนกินอาหารและหลังอาหาร

เวลากินอาหารหรือได้รับอาหารทางสายยาง ท่านต้องอยู่ในท่าศีรษะสูง ไม่ใช่นอนราบหรือตะแคง เพื่อลดการสำลัก ถ้าท่านนั่งได้ให้นั่งตัวตรงเท่าที่ทำได้อย่างสบาย

หลังอาหาร คู่มือของศิริราชแนะนำว่าท่านที่ต้องนอนศีรษะสูงเพื่อรับอาหารทางสายยาง ให้คงท่าศีรษะสูงไว้ แล้วจึงปรับเตียงลงเหลือประมาณ 30 องศาภายหลังอาหาร 1 ชั่วโมง เพราะการยกหัวเตียงสูงค้างไว้นานทำให้ตัวไถลและเพิ่มแรงกดที่ก้นกบ ในทางปฏิบัติจึงควรวางรอบพลิกตัวให้เป็นท่าหงายช่วงมื้ออาหาร แล้วค่อยพลิกไปตะแคงหลังจากนั้น ขั้นตอนการให้อาหารและการดูแลสายยางอ่านเพิ่มได้ที่ คู่มือให้อาหารทางสายยางที่บ้าน

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • เห็นท่านหลับแล้วข้ามรอบพลิกตัว ข้ามคืนละรอบสองรอบ รวมกันหลายวันผิวก็เริ่มเสียหาย ให้พลิกตามรอบที่พยาบาลกำหนดแต่ทำให้นุ่มนวลตามข้อ 7 ถ้าอยากปรับรอบกลางคืน หรือท่านอยู่ในระยะประคับประคอง ให้คุยกับพยาบาลเพื่อปรับแผน ไม่ข้ามรอบเอง
  • ตะแคงตั้งฉากเต็มตัว แรงกดทั้งหมดลงที่สันสะโพกและหัวไหล่ ให้เอียงประมาณ 30 องศาแล้วหนุนหมอนหลังแทน
  • ลากตัวท่านขึ้นหัวเตียง ผิวที่ก้นกบและส้นเท้าถลอกจากแรงเสียดสี ให้ใช้ผ้ารองยกและมีสองคนถ้าทำได้
  • วางหมอนใต้ส้นเท้าโดยตรง ส้นเท้ายังรับแรงกดอยู่ ต้องวางหมอนใต้น่องให้ส้นเท้าลอย
  • นวดตรงรอยแดง เพราะคิดว่าจะช่วยให้เลือดไหลเวียน กลับทำให้เนื้อเยื่อเสียหายเพิ่ม ให้เลี่ยงการนอนทับและแจ้งพยาบาลแทน
  • ใช้ห่วงยางหรือถุงมือใส่น้ำรองก้น ตามคำแนะนำที่ส่งต่อกันมา อุปกรณ์เหล่านี้เพิ่มแรงกดรอบวงและความอับชื้น ไม่แนะนำให้ใช้

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

การพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงตลอดวันตลอดคืนเป็นงานหนักของการดูแลคนติดเตียง สัญญาณว่าเกินกำลังครอบครัว ได้แก่ คนดูแลหลักคนเดียวนอนไม่พอหลายคืนติดกัน เริ่มปวดหลัง พลิกคนเดียวไม่ไหว เริ่มเห็นรอยแดงที่กดแล้วไม่จาง หรือเริ่มข้ามรอบกลางคืนบ่อยขึ้น ถ้าคนดูแลเริ่มหมดแรง อ่านเพิ่มเรื่อง สัญญาณคนดูแลหมดไฟและทางออก

  • นักบริบาลดูแลที่บ้าน การพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง จัดท่า เปลี่ยนผ้าอ้อม และดูแลผิว อยู่ในงานประจำวันของนักบริบาล กะ 24 ชั่วโมงอยู่ประจำ 1 ท่าน 2,500 บาทต่อวัน หรือรายเดือน 36,000 บาท โดยผู้ดูแลพักตามช่วงที่ท่านพัก เช่น หลัง 22:00 ถ้าต้องมีคนตื่นพลิกตัวตามรอบตลอดคืน ควรใช้กะ 12 ชั่วโมง 2 ท่าน คือกะกลางวัน 08:00–20:00 และกะกลางคืน 20:00–08:00 กะละ 1,800 บาทต่อวัน (รายเดือนกะละ 30,000 บาท) จ้างรายวันขั้นต่ำ 3 วัน ดูรายละเอียดที่ ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
  • พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้าน ช่วยประเมินผิวและจุดเสี่ยง วางรอบพลิกตัวให้เหมาะกับท่าน และสอนครอบครัวจัดท่าที่ข้างเตียงจริง 1,800 บาทต่อครั้ง ถ้ามีแผลที่ต้องทำ พยาบาลทำแผลเริ่ม 1,200 บาทต่อครั้ง ดูที่ พยาบาลดูแลที่บ้าน
  • เตียงและที่นอน เตียงผู้ป่วยไฟฟ้าช่วยยกหัวเตียงและปรับสูงระดับเอวคนดูแล เช่าพร้อมที่นอนเริ่ม 4,500 บาทต่อเดือน หรือพร้อมที่นอนโฟมกันแผลกดทับ 6,500 บาทต่อเดือน ที่นอนโฟมแยกเช่า 2,000 บาทต่อเดือน ให้พยาบาลช่วยประเมินว่าเหมาะกับท่านหรือไม่ มีทั้งให้เช่าและจำหน่าย ราคาจำหน่ายสอบถาม 061-881-9399 ดูที่ หน้าเช่าอุปกรณ์

ถ้าอยากเห็นภาพรวมว่าคนติดเตียงต้องดูแลเรื่องอะไรอีกบ้างนอกจากการพลิกตัว อ่าน ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน ต้องดูแลอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ป่วยติดเตียงต้องพลิกตัวทุกกี่ชั่วโมง

คู่มือของโรงพยาบาลในไทยแนะนำอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน ใช้เป็นค่าเริ่มต้นได้ ส่วนรอบที่เหมาะกับแต่ละท่านให้พยาบาลปรับตามสภาพผิว ความสบาย และที่นอน ถ้าผิวเริ่มแดง ช้ำ หรือท่านเจ็บ พยาบาลอาจให้เปลี่ยนท่าถี่ขึ้น ถ้าจะเว้นห่างกว่านี้ต้องเป็นแผนที่พยาบาลกำหนด และท่านระยะประคับประคองหรือปวดมากให้ยึดแผนที่เน้นความสบาย

ท่านอนตะแคงผู้ป่วยติดเตียงที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

ให้ตะแคงกึ่งหงาย เอียงสะโพกประมาณ 30 องศากับที่นอน ไม่ใช่ตะแคงตั้งฉาก ใช้หมอนยาวหนุนหลัง หมอนคั่นระหว่างเข่า และหมอนรองใต้น่องให้ส้นเท้าลอย แล้วสลับซ้ายขวาในรอบถัดไป

กลางคืนท่านหลับอยู่ ต้องปลุกขึ้นมาพลิกตัวไหม

โดยทั่วไปต้องพลิกตามรอบที่พยาบาลกำหนด แต่ไม่ต้องปลุกให้ตื่นเต็มที่ ใช้ไฟสลัว พูดเบา ๆ ใช้ผ้าขวางเตียงยกอย่างนุ่มนวล และรวมการเปลี่ยนผ้าอ้อมไว้ในรอบเดียวกัน ถ้าจะปรับรอบกลางคืน หรือท่านอยู่ในระยะประคับประคองหรือปวดมาก ให้ปรึกษาพยาบาลเพื่อวางแผนที่เน้นความสบายของท่าน

พลิกตัวคุณพ่อคุณแม่คนเดียวทำได้ไหม

ทำได้เฉพาะเมื่อพยาบาลหรือนักกายภาพประเมินกับตัวท่านจริงแล้วว่าคนเดียวทำได้ปลอดภัย และสอนวิธีให้ก่อน โดยปรับเตียงสูงระดับเอว จัดให้ท่านอยู่กลางเตียง ใช้ผ้าขวางเตียงหรือแผ่นเลื่อนตัวที่แข็งแรง แล้วใช้แรงขาพลิกเข้าหาตัว ถ้าท่านช่วยตัวเองไม่ได้เลย ตัวใหญ่ หรือเพิ่งผ่าตัด ควรมีสองคนเสมอ

นั่งรถเข็นนาน ๆ ต้องขยับตัวด้วยไหม

ต้องขยับ คู่มือของศิริราชแนะนำให้นั่งรถเข็นไม่เกินครั้งละ 1 ชั่วโมง และยกตัวหรือเอียงตัวสลับสะโพกซ้ายขวาเพื่อลดแรงกดทุก 15 นาที ถ้าท่านทำเองไม่ได้ คนดูแลต้องช่วย

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้าการพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงเริ่มกินแรงและเวลานอนของทั้งบ้าน หรืออยากให้พยาบาลมาดูผิวและสอนจัดท่าที่ข้างเตียงจริง เล่าสภาพของคุณพ่อคุณแม่ให้ทีมฟังได้เลย ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้กะแบบไหน และส่งโปรไฟล์ผู้ดูแลให้ดูก่อนเริ่มงาน

  • ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน พยาบาลที่บ้าน และเช่าอุปกรณ์ โทร 061-881-9399
  • กายภาพบำบัดที่บ้าน โทร 095-767-6307
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน ให้บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ