ดูแลสายสวนปัสสาวะ ที่บ้านให้ปลอดภัยมีหลักง่าย ๆ ไม่กี่ข้อ คือ ล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังแตะสายหรือถุง ทำความสะอาดผิวรอบรูเปิดของสายด้วยสบู่อ่อนกับน้ำสะอาดทุกวัน แขวนถุงให้ต่ำกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะเสมอแต่ไม่วางกับพื้น ยึดสายกับต้นขาไม่ให้ถูกดึงรั้ง ระวังสายพับงอ และเทถุงก่อนเต็ม ถ้าถุงไม่มีปัสสาวะไหลลงเลยทั้งที่ตรวจแล้ว มีไข้ หนาวสั่น สับสนขึ้นมาใหม่ ปวดท้องน้อย มีลิ่มเลือด หรือสายหลุด ให้โทรหาพยาบาลทันที และห้ามใส่สายกลับเองเด็ดขาด
หลายครอบครัวรับคุณพ่อกลับจากโรงพยาบาลพร้อมถุงปัสสาวะห้อยข้างเตียง พยาบาลสอนเทถุงให้ครั้งเดียวก่อนกลับ พอถึงบ้านคืนแรกก็เริ่มมีคำถาม ถุงควรแขวนตรงไหน ทำไมเช้านี้ปัสสาวะดูขุ่น ถุงไม่มีอะไรไหลมาสามชั่วโมงแล้วต้องทำอย่างไร บทความนี้รวบรวมงานประจำวันที่ครอบครัวทำเองได้ วิธีเช็กเมื่อถุงไม่ไหล และเส้นแบ่งชัด ๆ ว่าอาการแบบไหนเฝ้าดูได้ แบบไหนต้องโทรหาพยาบาล และแบบไหนต้องโทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ล้างมือด้วยสบู่ก่อนและหลังแตะสายหรือถุงทุกครั้ง และทำความสะอาดรอบรูเปิดของสายด้วยสบู่อ่อนกับน้ำสะอาดทุกวัน ซับให้แห้ง
- ถุงต้องอยู่ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะเสมอ แขวนข้างเตียงให้ลอยเหนือพื้น ไม่แขวนกับราวกั้นเตียงที่ต้องยกขึ้นลง
- ยึดสายกับต้นขาหรือหน้าท้องตามที่พยาบาลสอน ไม่ให้สายตึงหรือพับงอ และอย่าปลดข้อต่อระหว่างสายกับถุงเอง
- เทถุงก่อนเต็ม ประมาณครึ่งถึงสามในสี่ของถุง อย่างน้อยทุก 8 ชั่วโมง และก่อนเคลื่อนย้ายท่านทุกครั้ง
- ถุงไม่ไหลให้เช็กสายพับ ถุงสูงเกิน ท่านนอนทับสาย ถุงเต็ม ถ้ายังไม่ไหลและท่านปวดท้องน้อย ให้โทรหาพยาบาล
- สายหลุดหรือถึงกำหนดเปลี่ยนสาย เป็นงานของพยาบาลวิชาชีพ ห้ามครอบครัวใส่กลับเอง ถ้าเป็นสายสวนทางหน้าท้อง (เหนือหัวหน่าว) แล้วหลุด ให้ไปโรงพยาบาลทันที เพราะรูอาจปิดเร็ว
1. รู้จักอุปกรณ์ที่ติดตัวท่านกลับบ้าน
บทความนี้พูดถึงสายสวนปัสสาวะแบบคาสายที่ใส่ทางท่อปัสสาวะเป็นหลัก บางท่านใส่สายสวนทางหน้าท้อง (เหนือหัวหน่าว) ซึ่งงานประจำวันคล้ายกัน แต่ถ้าสายแบบนี้หลุด ให้ไปโรงพยาบาลทันที เพราะรูที่หน้าท้องอาจปิดเร็ว ไม่ต้องรอดูปัสสาวะหรือรอนัดพยาบาล
สายสวนปัสสาวะแบบคาสายเป็นสายนิ่มที่ต่อจากกระเพาะปัสสาวะออกมาภายนอก ปลายด้านในมีบอลลูนเล็ก ๆ ยึดไว้ ปลายด้านนอกต่อกับถุงเก็บปัสสาวะเป็นระบบปิด ปัสสาวะไหลลงถุงเองตามแรงโน้มถ่วง หน้าที่ของครอบครัวคือดูแลไม่ให้ระบบนี้ถูกรบกวน
ของที่มักติดตัวท่านกลับบ้าน ได้แก่
- ถุงเก็บปัสสาวะใบใหญ่ แขวนข้างเตียง ใช้กับท่านที่นอนเป็นส่วนใหญ่ และใช้ช่วงกลางคืน
- ถุงขา ถุงขนาดเล็กรัดกับน่องหรือต้นขา สำหรับท่านที่ลุกเดินหรือนั่งรถเข็นได้
- เทปหรือสายรัดยึดสาย กันไม่ให้สายถูกดึง
ก่อนออกจากโรงพยาบาล ให้ถามให้ได้คำตอบชัด 4 เรื่อง คือ ใส่สายเพราะอะไรและต้องใส่นานแค่ไหน ครั้งถัดไปต้องเปลี่ยนสายเมื่อไรและที่ไหน ท่านดื่มน้ำได้วันละเท่าไร (บางโรคต้องจำกัดน้ำ) และถ้ามีปัญหานอกเวลาราชการให้โทรหาใคร ขอให้พยาบาลสาธิตการเทถุงและทำความสะอาดรอบสายให้ดู แล้วลองทำเองต่อหน้าพยาบาลหนึ่งรอบ รายการคำถามที่ควรถามก่อนรับท่านกลับบ้านทั้งหมดอ่านได้ที่ ก่อนรับคุณพ่อคุณแม่กลับจากโรงพยาบาล ต้องถามอะไรบ้าง
2. งานประจำวันที่ครอบครัวทำเองได้
งานดูแลสายสวนปัสสาวะแต่ละวันไม่ซับซ้อน หัวใจคือ มือสะอาด ถุงต่ำ สายไม่ตึง และระบบปิดไม่ถูกเปิดโดยไม่จำเป็น

- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ ก่อนและหลังแตะสายหรือถุงทุกครั้ง ถ้ามีถุงมือแบบใช้แล้วทิ้งให้สวมด้วย
- ทำความสะอาดรอบรูเปิดของสาย ด้วยสบู่อ่อนกับน้ำสะอาดทุกวัน หรือทุกครั้งที่เปื้อน แล้วซับให้แห้ง ไม่ต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ
- ถุงต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะเสมอ ทั้งตอนนอน ตอนนั่ง และตอนเคลื่อนย้าย เพื่อไม่ให้ปัสสาวะไหลย้อนกลับ
- ถุงไม่แตะพื้น แขวนกับที่แขวนข้างเตียงหรือขอบเตียงส่วนที่ไม่ขยับ ไม่แขวนกับราวกั้นเตียง เพราะเวลายกราวขึ้นจะดึงสายและยกถุงสูง
- ยึดสายไม่ให้ตึง และตรวจว่าสายไม่พับงอ ไม่ถูกตัวท่านหรือผ้าห่มทับ
- เทถุงก่อนเต็ม ตามข้อต่อไป
- ดื่มน้ำตามที่แพทย์อนุญาต ถ้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องน้ำ ให้ดื่มพอที่ปัสสาวะมีสีเหลืองอ่อน และกินผักผลไม้ช่วยกันท้องผูก เพราะท้องผูกและการเบ่งอุจจาระรบกวนการไหลของสาย
ทำความสะอาดรอบสายอย่างไร
ผู้หญิงให้ล้างจากด้านหน้าไปด้านหลังเสมอ ไม่ให้สิ่งสกปรกจากทวารหนักมาทางสาย ผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบให้รูดหนังหุ้มปลายลงเบา ๆ ล้างแล้วรูดกลับเข้าที่ทุกครั้ง ล้างสายส่วนที่อยู่นอกตัวเบา ๆ โดยไม่ดันหรือดึงสายเข้าออก ส่วนการอาบน้ำเช็ดตัวทั้งตัวบนเตียงอ่านได้ที่ อาบน้ำ เช็ดตัว สระผมผู้ป่วยติดเตียงบนเตียง
ยึดสายไม่ให้ถูกดึงรั้ง
แนวทางของโรงพยาบาลในไทยคือ ผู้หญิงยึดสายที่ต้นขา ผู้ชายยึดที่หน้าท้องหรือต้นขาตามที่พยาบาลสอน ให้สายหย่อนพอที่ท่านขยับขาได้โดยไม่กระตุก ย้ายตำแหน่งยึดสายและเปลี่ยนเทปตามรอบที่พยาบาลสอน (บางโรงพยาบาลแนะนำทุกวัน) และเปลี่ยนทันทีเมื่อเทปหลุด เปียก หรือสกปรก ลอกเทปอย่างเบามือเพราะผิวผู้สูงอายุบางและฉีกง่าย หรือใช้สายรัดยึดสายสวนแทนเทปตามที่พยาบาลแนะนำ และตรวจเทปทุกครั้งก่อนพลิกตัว เพราะสายที่เลื่อนเข้าออกอาจพาเชื้อเข้าไปได้ วิธีพลิกตัวท่านอย่างปลอดภัยอ่านได้ที่ พลิกตัวผู้ป่วยติดเตียงทุก 2 ชั่วโมง
เทถุงเมื่อไรและอย่างไร
เทก่อนถุงเต็ม คือเมื่อปัสสาวะได้ประมาณครึ่งถึงสามในสี่ของถุง ถุงใหญ่ข้างเตียงให้เทอย่างน้อยทุก 8 ชั่วโมง และเทก่อนเคลื่อนย้ายท่านทุกครั้ง เพราะถุงที่หนักจะถ่วงดึงสาย
- ล้างมือ สวมถุงมือ
- ใช้ภาชนะรองที่สะอาดและใช้เฉพาะของท่านคนเดียว
- เปิดปากทางเทที่ก้นถุง ปล่อยปัสสาวะลงภาชนะโดยไม่ให้ปลายปากทางแตะภาชนะหรือพื้น และระวังกระเด็น
- ปิดปากทางให้สนิท เช็ดตามที่พยาบาลสอน แล้วเก็บปากทางเข้าที่
- สังเกตสีและปริมาณ จดลงสมุด แล้วเททิ้งในโถส้วม ล้างภาชนะ ถอดถุงมือ ล้างมือ
สิ่งที่ห้ามทำเอง: ปลดข้อต่อระหว่างสายกับถุง ฉีดน้ำล้างสาย ดึงหรือดันสาย และยกถุงสูงกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะ ถ้าถุงรั่วหรือสกปรก ให้แจ้งพยาบาลเพื่อเปลี่ยนถุงตามวิธีที่ถูกต้อง
3. ถุงเก็บปัสสาวะกลางคืนและถุงขา
ท่านที่ลุกนั่งหรือเดินได้บางช่วง อาจใช้ถุงขาตอนกลางวัน ถุงขารัดกับขาด้วยสายรัดยางยืด ให้สายรัดอยู่ใต้สาย ไม่รัดทับจนปัสสาวะไหลไม่สะดวก และเลือกข้างที่ท่านสบาย ถุงขาจุน้อยจึงต้องเทบ่อยกว่า
ตอนกลางคืนจะต่อถุงใบใหญ่เพิ่ม โดยต่อพ่วงเข้ากับทางเทของถุงขาหรือวาล์วตามที่พยาบาลสอน โดยไม่ปลดข้อต่อระหว่างสายสวนกับถุงขา แล้ววางถุงบนที่แขวนข้างเตียงในระดับต่ำใกล้พื้นแต่ไม่แตะพื้น ปัสสาวะจะไหลลงได้ตลอดคืน ท่านที่ติดเตียงตลอดเวลามักใช้ถุงใบใหญ่ใบเดียวทั้งวัน การต่อหรือเปลี่ยนชนิดถุงควรให้พยาบาลสอนก่อนครั้งแรก
4. ถุงไม่ไหล เช็ก 5 อย่างก่อนโทร
ถ้าถุงไม่มีปัสสาวะไหลลงเลยประมาณ 2–3 ชั่วโมง หรือเร็วกว่านั้นถ้าท่านรู้สึกปวดหน่วงหรืออยากปัสสาวะ ให้เช็กตามลำดับนี้ทันที
- สายพับ บิด หรือถูกกดทับ ใต้ตัวท่าน ใต้ขา หรือถูกเสื้อผ้ารัด คลายให้ตรง
- ถุงอยู่สูงเกิน เช่น วางบนเตียงหรือแขวนสูงกว่าตัวท่าน ย้ายลงให้ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะ
- ท่านนอนทับสาย หลังพลิกตัว จัดสายใหม่ให้ออกจากใต้ตัว
- ถุงเต็ม ถุงที่เต็มแล้วปัสสาวะจะไหลลงไม่ได้ ให้เทถุง
- ท่านดื่มน้ำน้อยไปหรือไม่ ถ้าวันนั้นดื่มน้อยมาก ปัสสาวะอาจออกน้อยจริง
ถ้าเช็กครบแล้วยังไม่ไหล หรือท่านปวดท้องน้อย ท้องน้อยตึงแข็ง กระสับกระส่าย ให้โทรหาพยาบาลทันที สายอาจอุดตันและต้องได้รับการแก้ไขโดยพยาบาล ห้ามดึงสาย ห้ามฉีดน้ำล้างสายเอง ข้อสังเกตอีกอย่างคือ ถ้ามีปัสสาวะรั่วซึมออกรอบ ๆ สาย อาจเป็นสัญญาณว่าสายอุดตันได้เช่นกัน ให้เช็กสายพับก่อน ถ้าไม่พบสาเหตุให้แจ้งพยาบาล
5. สี ตะกอน กลิ่น แบบไหนเฝ้าดู แบบไหนต้องแจ้ง
ให้ดูปัสสาวะทุกครั้งที่เทถุงแล้วจดไว้ แต่อย่าตัดสินจากสีหรือกลิ่นอย่างเดียว ต้องดูอาการของท่านประกอบด้วยเสมอ
เฝ้าดู จดไว้ แล้วเล่าให้พยาบาลฟังในรอบเยี่ยมถัดไป
- ปัสสาวะสีเข้มขึ้นในวันที่ดื่มน้ำน้อย ดีขึ้นเมื่อดื่มน้ำตามที่แพทย์อนุญาต
- มีเศษตะกอนหรือเลือดเล็กน้อยในสายเป็นครั้งคราว ซึ่ง NHS ของอังกฤษระบุว่าพบได้บ่อยในคนที่ใส่สายคาไว้ โดยท่านสบายดี ไม่มีไข้ และปัสสาวะยังไหล
- อาการปวดเกร็งท้องน้อยเป็นพัก ๆ คล้ายปวดท้องบีบ ซึ่งพบได้ค่อนข้างบ่อยในคนใส่สาย ถ้าปวดมากหรือบ่อยขึ้นให้แจ้งพยาบาล
แจ้งพยาบาลโดยเร็ว
- ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นแรง ร่วมกับมีไข้
- ปวดท้องน้อยหรือขาหนีบ ร่วมกับมีไข้ รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ หรือสับสนขึ้นมาใหม่
- มีเลือดปนมากขึ้น หรือมีลิ่มเลือดหรือเศษชิ้นใหญ่หลุดออกมา
- ถุงไม่ไหลทั้งที่เช็ก 5 ข้อแล้ว หรือปัสสาวะรั่วรอบสายโดยหาสาเหตุไม่ได้
- ผิวรอบรูเปิดของสายแดง บวม มีหนอง หรือผิวใต้เทปเป็นแผล
6. เมื่อไรโทรหาพยาบาล และเมื่อไรต้องโทร 1669
การตัดสินใจเร็วสำคัญมากกับผู้สูงอายุที่ใส่สาย NHS ของอังกฤษระบุว่าอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในคนใส่สาย นอกจากปวดท้องน้อยและไข้หรือหนาวสั่นแล้ว ยังรวมถึงความสับสนด้วย ครอบครัวจึงต้องสังเกตทั้งตัวเลขอุณหภูมิและพฤติกรรมของท่าน

โทรหาพยาบาลหรือทีมที่ดูแลทันที เมื่อ
- สายหลุดออกมา ไม่ว่าจะหลุดเองหรือถูกดึง (ถ้าเป็นสายสวนทางหน้าท้อง ให้ไปโรงพยาบาลทันที)
- ถุงไม่ไหลหลังเช็กและแก้สายพับหรือตำแหน่งถุงแล้ว หรือมีปวดท้องน้อย ท้องน้อยตึง
- มีไข้ หนาวสั่น หรือสับสนขึ้นมาใหม่
- มีลิ่มเลือดหรือเลือดออกมาก
โทร 1669 ทันที (ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง) เมื่อท่านมีอาการรุนแรงเหล่านี้ ซึ่งเข้าข่ายอาการฉุกเฉิน
- ซึมลงมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น หรือหมดสติ
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง
- เหงื่อแตก ตัวเย็น หนาวสั่นรุนแรง หัวใจเต้นเร็วมาก
ก่อนโทร ให้เตรียมข้อมูลสั้น ๆ คือ ใส่สายมาตั้งแต่เมื่อไร เปลี่ยนสายครั้งล่าสุดวันไหน ปัสสาวะออกล่าสุดกี่โมง สีเป็นอย่างไร มีไข้กี่องศา และยาที่ท่านกินอยู่ วิธีโทร 1669 ให้ได้ความช่วยเหลือเร็วอ่านได้ที่ แผนฉุกเฉิน 1669 สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ
7. สายหลุดหรือถึงกำหนดเปลี่ยนสาย เป็นงานของพยาบาลวิชาชีพ
การใส่หรือเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะเป็นหัตถการทางการพยาบาลที่ต้องใช้เทคนิคปลอดเชื้อและประเมินร่างกายท่านก่อนทำ ห้ามครอบครัวใส่สายกลับเข้าไปเอง แม้สายเพิ่งหลุดและดูสะอาด เพราะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของท่อปัสสาวะและการติดเชื้อ
ถ้าเป็น สายสวนทางหน้าท้อง (เหนือหัวหน่าว) แล้วหลุด ให้ไปโรงพยาบาลทันที เพราะรูอาจปิดเร็ว ห้ามรอดูปัสสาวะหรือรอนัดพยาบาล ปิดรูด้วยผ้าก๊อซสะอาดระหว่างเดินทาง และนำสายที่หลุดไปด้วย
ถ้าเป็นสายสวนทางท่อปัสสาวะแล้วหลุด ให้เก็บสายไว้ในถุงสะอาด ใช้ผ้าอ้อมหรือแผ่นรองซับรองรับปัสสาวะไปก่อน จดเวลาที่หลุด แล้วโทรหาพยาบาลหรือโรงพยาบาลที่ดูแล สังเกตว่าหลังจากนั้นท่านปัสสาวะออกเองได้หรือไม่ ถ้าไม่มีปัสสาวะออกและท่านปวดท้องน้อย ต้องรีบแจ้ง
ส่วนกำหนดเปลี่ยนสายตามรอบ ขึ้นกับชนิดของสายและคำสั่งแพทย์ ให้จดวันที่ใส่สายไว้ในสมุดและถามโรงพยาบาลให้ชัดว่าครั้งถัดไปคือเมื่อไร จะได้นัดพยาบาลล่วงหน้า ไม่ต้องรอจนสายมีปัญหา
8. อาบน้ำ ขับถ่าย และใช้ชีวิตกับสาย
- อาบน้ำได้ไหม ท่านที่ลุกไปห้องน้ำได้ อาบน้ำได้ตามปกติโดยต่อถุงขาหรือวาล์วไว้ตามเดิม ไม่ต้องปลดข้อต่อ ให้ถุงอยู่ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะตลอด ท่านที่ติดเตียงใช้วิธีเช็ดตัวบนเตียงแทน
- ป้องกันท้องผูก ดื่มน้ำตามที่แพทย์อนุญาต กินผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี เพราะอุจจาระแข็งจะกดเบียดและรบกวนการไหล
- ขับถ่ายอุจจาระ หลังถ่ายให้เช็ดจากหน้าไปหลัง แล้วทำความสะอาดรอบสายซ้ำ
- ขยับตัวและพลิกตัว ก่อนพลิกให้ดูทิศทางสายและถุงก่อน เลื่อนถุงตามไปอีกฝั่งเตียง โดยให้ถุงอยู่ต่ำกว่าตัวท่านตลอด
- ออกนอกบ้าน เทถุงก่อนออกเดินทาง แขวนถุงต่ำข้างรถเข็นหรือเบาะ ไม่วางบนตักท่าน
ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ
- วางถุงบนเตียงหรือบนตักท่าน ถุงสูงกว่ากระเพาะปัสสาวะทำให้ปัสสาวะไหลย้อน เสี่ยงติดเชื้อ ให้แขวนต่ำเสมอ
- วางถุงกับพื้น ปากทางเทสัมผัสพื้นที่สกปรก ให้แขวนลอยเหนือพื้น
- รอให้ถุงเต็มปริ่มก่อนเท ถุงหนักดึงสายและปัสสาวะไหลลงไม่ได้ ให้เทตั้งแต่ครึ่งถึงสามในสี่ของถุง
- ปลดข้อต่อหรือฉีดน้ำล้างสายเอง เพราะเห็นตะกอน การเปิดระบบปิดเพิ่มโอกาสติดเชื้อ ให้แจ้งพยาบาลแทน
- ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแรง ๆ เช็ดรอบสาย ไม่จำเป็นและอาจระคายผิว สบู่อ่อนกับน้ำสะอาดก็พอ
- พยายามใส่สายกลับเองเมื่อสายหลุด อันตรายต่อท่อปัสสาวะ ให้โทรหาพยาบาลทุกครั้ง ถ้าเป็นสายทางหน้าท้อง ให้ไปโรงพยาบาลทันที
เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย
ครอบครัวส่วนใหญ่ดูแลสายสวนปัสสาวะประจำวันเองได้ แต่ถ้าไม่มีใครอยู่บ้านช่วงกลางวัน กังวลทุกครั้งที่เห็นตะกอน ท่านเคยติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ หรือถึงรอบเปลี่ยนสายแต่พาท่านไปโรงพยาบาลลำบาก มีทางเลือกให้ช่วยได้หลายระดับ
- พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้านเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ 2,200 บาทต่อครั้ง พยาบาลนำอุปกรณ์ปลอดเชื้อไปทำที่บ้าน ประเมินอาการ และทบทวนวิธีดูแลให้ครอบครัว
- พยาบาลเยี่ยมบ้าน 1,800 บาทต่อครั้ง สำหรับประเมินอาการ ตรวจสายและผิวรอบสาย สอนครอบครัวเทถุงและทำความสะอาดที่ข้างเตียงจริง ท่านที่อาการซับซ้อนและต้องมีพยาบาลอยู่ด้วยตลอด มีพยาบาลวิชาชีพกะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวัน ดูที่ พยาบาลดูแลที่บ้าน
- นักบริบาลดูแลประจำวัน เทถุง ทำความสะอาดรอบสาย สังเกตสีและปริมาณปัสสาวะ พลิกตัว และเปลี่ยนผ้าอ้อม อยู่ในงานดูแลประจำวันของนักบริบาล กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน หรือกะ 24 ชั่วโมงอยู่ประจำ 2,500 บาทต่อวัน จ้างรายวันขั้นต่ำ 3 วัน ส่วนการเปลี่ยนสายเป็นงานของพยาบาลวิชาชีพ ดูที่ ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
ถ้าท่านนอนติดเตียงและมีเรื่องต้องดูแลหลายด้านพร้อมกัน อ่านภาพรวมได้ที่ ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน ต้องดูแลอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อย
สายสวนปัสสาวะไม่ไหล ต้องทำอย่างไร
ให้เช็กก่อนว่าสายพับ บิด หรือถูกทับไหม ถุงอยู่สูงกว่าตัวท่านไหม และถุงเต็มหรือยัง ถ้าแก้สายพับและตำแหน่งถุงแล้วยังไม่ไหล หรือท่านปวดท้องน้อย ท้องน้อยตึง ให้โทรหาพยาบาลทันที ไม่ต้องรอดูต่อ ห้ามฉีดน้ำล้างหรือดึงสายเอง
ถุงปัสสาวะควรเทบ่อยแค่ไหน
เทก่อนเต็ม คือเมื่อได้ประมาณครึ่งถึงสามในสี่ของถุง และอย่างน้อยทุก 8 ชั่วโมงสำหรับถุงใบใหญ่ข้างเตียง รวมถึงเทก่อนเคลื่อนย้ายท่านทุกครั้ง
ปัสสาวะขุ่นในสายสวน แปลว่าติดเชื้อไหม
ไม่เสมอไป ปัสสาวะขุ่นหรือมีตะกอนเล็กน้อยพบได้ในคนใส่สายนาน ให้ดื่มน้ำตามที่แพทย์อนุญาตและจดไว้ แต่ถ้าขุ่นร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ปวดท้องน้อย หรือสับสนขึ้นมาใหม่ ให้แจ้งพยาบาลโดยเร็ว
มีเลือดในสายสวนปัสสาวะ อันตรายไหม
เลือดจาง ๆ หรือเศษเลือดเล็กน้อยเป็นครั้งคราวพบได้ แต่ถ้าเลือดออกมากขึ้น มีลิ่มเลือด หรือถุงไม่ไหลร่วมด้วย ให้โทรหาพยาบาลทันที
สายสวนปัสสาวะหลุด ใส่กลับเองได้ไหม
ไม่ได้ การใส่สายเป็นหัตถการของพยาบาลวิชาชีพ ถ้าเป็นสายทางท่อปัสสาวะ ให้ใช้ผ้าอ้อมรองรับไปก่อน จดเวลาที่หลุด แล้วโทรหาพยาบาลหรือโรงพยาบาลที่ดูแลท่าน ถ้าเป็นสายทางหน้าท้อง (เหนือหัวหน่าว) ให้ไปโรงพยาบาลทันที เพราะรูอาจปิดเร็ว
คนใส่สายสวนปัสสาวะอาบน้ำได้ไหม
ได้ ท่านที่ลุกไปห้องน้ำได้อาบน้ำได้ตามปกติ โดยต่อถุงไว้และให้ถุงอยู่ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะตลอด ส่วนท่านที่ติดเตียงใช้วิธีเช็ดตัวบนเตียงและทำความสะอาดรอบสายทุกวัน
ปรึกษาทีม KIN HomeCare
ถ้ารับคุณพ่อคุณแม่กลับบ้านพร้อมสายสวนปัสสาวะแล้วยังไม่มั่นใจ หรืออยากให้พยาบาลมาดูที่บ้านและสอนครอบครัวทำจริงข้างเตียง เล่าอาการของท่านให้ทีมฟังได้เลย ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้พยาบาลเยี่ยมบ้าน นักบริบาลประจำ หรือทั้งสองอย่าง
- ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน พยาบาลที่บ้าน และเช่าอุปกรณ์ โทร 061-881-9399
- กายภาพบำบัดที่บ้าน โทร 095-767-6307
- LINE @KINHOMECARE
- ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน ให้บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ
ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่
เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ





