สูตรอาหารปั่นผู้ป่วยติดเตียง ที่ดีไม่ได้เริ่มจากรายการวัตถุดิบในอินเทอร์เน็ต แต่เริ่มจากใบสั่งอาหารของแพทย์และสูตรที่นักกำหนดอาหารของโรงพยาบาลคำนวณให้ท่านโดยเฉพาะ อาหารปั่นผสมในบทความนี้หมายถึงอาหารครบ 5 หมู่ที่ปรุงสุกแล้วปั่นรวมจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อให้ทางสายให้อาหาร ซึ่งไม่ใช่สิ่งเดียวกับอาหารปั่นหรืออาหารบดสำหรับกินทางปากในคนที่เคี้ยวหรือกลืนลำบาก กลุ่มหลังต้องประเมินการกลืนก่อน (ดูหัวข้อ 8) สิ่งที่ครอบครัวควบคุมได้และสำคัญพอ ๆ กับสูตร คือ ชั่งวัตถุดิบให้ตรง ทำให้สุกทั่ว ปั่นให้เนียน และเก็บในตู้เย็นที่เย็นไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส ไม่เกิน 24 ชั่วโมง

หลายบ้านเจอปัญหาเดียวกันในสัปดาห์แรกหลังกลับจากโรงพยาบาล ปั่นแล้วข้นจนไหลไม่ลงสาย ตื่นตีห้ามาต้มปั่นทุกวันจนหมดแรง อาหารที่เก็บไว้มีกลิ่นเปรี้ยว หรือญาติบอกว่าให้เติมผักเติมผลไม้ "จะได้มีวิตามิน" ทั้งที่คุณพ่อเป็นโรคไต บทความนี้รวมหลักการที่ฝ่ายโภชนาการของโรงพยาบาลใช้ ตั้งแต่หมวดวัตถุดิบ วิธีปั่นกรอง การเก็บและอุ่น สาเหตุที่สายอุดตัน ไปจนถึงการเลือกระหว่างปั่นเองกับอาหารสำเร็จรูปแบบยุติธรรม ส่วนขั้นตอนการให้อาหารทางสายที่ถูกต้อง เขียนไว้ละเอียดในบทความ การให้อาหารทางสายยางที่บ้าน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • อาหารปั่นผสมคืออาหารครบ 5 หมู่ที่ปรุงสุกแล้วปั่นรวม สูตร "1:1" หมายถึงอาหาร 1 มิลลิลิตรให้พลังงาน 1 กิโลแคลอรี ความเข้มข้น ปริมาณ และสายที่ใช้ได้ ให้แพทย์และนักกำหนดอาหารกำหนด
  • ขอสูตรที่เขียนเป็นกรัมจากฝ่ายโภชนาการก่อนออกจากโรงพยาบาล ชั่งด้วยตาชั่งทุกครั้ง ไม่กะด้วยสายตา และถามให้ชัดว่าน้ำหนักในสูตรเป็นของดิบหรือของสุก
  • ไข่และเนื้อสัตว์ต้องสุกทั่ว ปั่นให้เนียน กรองเมื่อจำเป็นตามที่นักกำหนดอาหารแนะนำ
  • เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาที่เย็นไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส ไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังปั่นเสร็จ เวลาที่อาหารอยู่นอกตู้เย็นนับรวมกันทั้งหมดไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง และไม่เกิน 1 ชั่วโมงเมื่ออากาศร้อนจัด
  • โรคไต เบาหวาน หรือต้องจำกัดน้ำ ห้ามปรับสูตรเอง โดยเฉพาะการเติมผักผลไม้ในโรคไตระยะท้าย
  • อาหารสำเร็จรูปทางการแพทย์สะดวกและมีสูตรเฉพาะโรค อาหารปั่นเองปรับได้และใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ทั้งสองทางใช้ได้ถ้าเหมาะกับท่านและครอบครัวทำได้สม่ำเสมอ

1. อาหารปั่นผสมคืออะไร และสูตร 1:1 หมายถึงอะไร

อาหารปั่นผสม (blenderized diet) คืออาหารที่มีส่วนผสมครบ 5 หมู่ ปรุงสุกแล้วนำมาปั่นรวมให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้กับผู้ที่ระบบทางเดินอาหารยังทำงานได้ แต่กินเองทางปากได้ไม่พอ หรือเคี้ยวกลืนไม่ได้ จนแพทย์ใส่สายให้อาหาร

ตัวเลขที่เห็นในใบสั่งอาหาร เช่น "1:1" หรือ "1.5:1" คือ ความเข้มข้นของพลังงาน หมายถึงอาหาร 1 มิลลิลิตร (1 ซีซี) ให้พลังงาน 1 หรือ 1.5 กิโลแคลอรี ตัวอย่างเช่น ฝ่ายโภชนาการของโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ในกรุงเทพฯ แห่งหนึ่งผลิตอาหารปั่นผสมทั้งแบบ 1:1 และแบบเข้มข้นกว่านั้นสำหรับบางโรค สูตรที่เข้มข้นขึ้นจะข้นหนืดขึ้นตามไปด้วย

สาเหตุที่ไม่ควรคำนวณสูตรเองจากน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว คือ พลังงาน โปรตีน และน้ำที่ท่านต้องการขึ้นกับโรค ยา แผลกดทับ การทำงานของไต และภาวะบวมด้วย แพทย์จึงเขียนเป็นใบสั่งอาหาร (diet order) แล้วนักกำหนดอาหารแปลงเป็นสูตรและปริมาณวัตถุดิบ ถ้ายังไม่มีใบนี้ ให้ขอจากโรงพยาบาลก่อนกลับบ้าน หรือขอนัดคุยกับนักกำหนดอาหาร

สายให้อาหารแบบไหนใช้อาหารปั่นทำเองได้

อาหารปั่นทำเองไม่ได้เหมาะกับสายทุกเส้น ขึ้นกับชนิด ขนาด และตำแหน่งปลายสาย (ในกระเพาะอาหารหรือในลำไส้เล็ก) สายเส้นเล็กอุดตันง่ายกว่า ก่อนเริ่มทำเองหรือเปลี่ยนจากอาหารสำเร็จรูป ให้ถามทีมที่ใส่สายและนักกำหนดอาหารก่อนทุกครั้ง

2. สูตรอาหารปั่นผู้ป่วยติดเตียง: หมวดวัตถุดิบที่โรงพยาบาลใช้

สูตรอาหารปั่นที่โรงพยาบาลใช้ประกอบด้วยวัตถุดิบหาง่ายในท้องตลาดครบ 5 หมู่ ส่วนปริมาณเป็นกรัมต้องมาจากสูตรของท่านเอง บทความนี้จึงไม่ใส่ตัวเลขกรัม เพราะสูตรที่คำนวณให้คนหนึ่ง อาจให้พลังงานหรือเกลือแร่ไม่เหมาะกับอีกคน

ตัวอย่างหมวดวัตถุดิบที่พบในสูตรของโรงพยาบาลรัฐและโรงเรียนแพทย์

โปรตีน

  • ไข่ไก่ เนื้อปลาเนื้อขาว อกไก่ เป็นโปรตีนคุณภาพดีที่ย่อยง่าย บางสูตรโรคไตใช้ไข่ขาวแทนไข่ทั้งฟอง
  • เลี่ยงเนื้อติดมัน กระดูกอ่อน เอ็น และพังผืด เพราะเหนียว ปั่นไม่ละเอียด และเป็นต้นเหตุสายอุดตัน
  • ไข่ในสูตรมักคำนวณจากไข่ขนาดมาตรฐานขนาดหนึ่ง ถามนักกำหนดอาหารว่าใช้ไข่เบอร์ไหน เพราะขนาดไข่เปลี่ยนปริมาณโปรตีน

ข้าว แป้ง และแหล่งพลังงาน

  • ข้าวสวย ขนมปัง ฟักทอง กล้วย มันต่าง ๆ ให้พลังงาน แต่ทำให้อาหารข้น นักกำหนดอาหารจึงจำกัดปริมาณแต่ละชนิดไว้
  • น้ำตาลทราย น้ำตาลฟรุกโตส (บางสูตรสำหรับเบาหวาน) หรือมอลโตเด็กซ์ตริน ในสูตรไม่ได้ใส่เพื่อความหวาน แต่เป็นแหล่งพลังงานที่ย่อยง่าย และช่วยให้อาหารไม่ข้นเกินไป

ผักและผลไม้

  • ฟักทอง ผักกาดขาว กะหล่ำปลี กล้วย พบได้บ่อยในสูตรทั่วไป
  • ในโรคไตบางระยะ ผักและผลไม้ถูกจำกัดเพราะมีโพแทสเซียม ห้ามเติมเอง (ดูหัวข้อ 6)

ไขมัน

  • น้ำมันพืช เช่น น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันถั่วเหลือง ใส่ตามปริมาณในสูตร เป็นแหล่งพลังงานสำคัญ

เกลือ และส่วนผสมพิเศษ

  • เกลือป่นใส่ตามสูตร โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันสูง โรคหัวใจ หรือโรคไต ปริมาณเกลือเปลี่ยนตามโรค
  • บางสูตรมีเวย์โปรตีนชนิดที่ใช้ทางการแพทย์ หรือมอลโตเด็กซ์ตริน ซึ่งมักหาซื้อได้ที่ฝ่ายโภชนาการของโรงพยาบาลหรือร้านขายยาใหญ่ ปริมาณให้นักกำหนดอาหารคำนวณ
สิ่งที่หลายบ้านไม่รู้คือ วัตถุดิบเหมือนกัน แต่สัดส่วนต่างกัน ก็กลายเป็นคนละสูตรได้ จึงควรยึดสูตรเฉพาะบุคคลที่โรงพยาบาลหรือนักกำหนดอาหารจัดให้คุณพ่อคุณแม่ ไม่ใช่สูตรจากกลุ่มไลน์

3. วิธีทำอาหารปั่นทีละขั้น ให้เนียน ไม่อุดสาย และสะอาด

หลักคือ ชั่งให้ตรง ทำให้สุกทั่วและนุ่ม ปั่นให้เนียน กรองเมื่อจำเป็น แล้วแบ่งเก็บเข้าตู้เย็นให้เร็ว อาหารปั่นเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อได้ง่ายกว่าอาหารสำเร็จรูป ความสะอาดของคนทำและครัวจึงสำคัญพอ ๆ กับสูตร

นักบริบาลเทอาหารปั่นผ่านตะแกรงตาถี่ลงเหยือกแก้วในครัว
กรองอาหารที่ปั่นแล้วผ่านตะแกรงตาถี่เมื่อจำเป็น เช่น สายเส้นเล็กหรือมีวัตถุดิบที่เป็นเมล็ดและเส้นใย ตามที่นักกำหนดอาหารแนะนำ
  1. ล้างมือและเตรียมพื้นที่ ล้างมือด้วยสบู่ เช็ดเคาน์เตอร์ เขียง และเครื่องปั่นให้สะอาด แยกเขียงของสดกับของสุก
  2. ชั่ง ตวง ตามสูตร ใช้ตาชั่งดิจิทัลในครัว ตรวจว่าตาชั่งแม่น ไม่กะปริมาณด้วยสายตา
  3. ทำให้สุกทั่วและนุ่ม หั่นเนื้อสัตว์ชิ้นเล็กก่อนทำให้สุก การนึ่งช่วยรักษาคุณค่าอาหารได้ดีกว่าการต้ม ไข่ตุ๋นบนน้ำร้อนได้เนื้อนิ่มกว่าต้ม แต่ไข่และเนื้อสัตว์ทุกชนิดต้องสุกทั่วทั้งชิ้น ไข่ขาวและไข่แดงต้องสุก ไม่ใช้ไข่ลวกหรือไข่ยางมะตูม เพราะท่านติดเชื้อทางเดินอาหารได้ง่าย
  4. ปั่นรวม ปั่นทุกส่วนผสมตามสูตรจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำที่ใช้ปั่นให้เป็นน้ำต้มสุกหรือน้ำดื่มสะอาดตามที่ทีมสอน และใส่ตามปริมาณในสูตร ถ้าข้นเกินไป อย่าเติมน้ำเพิ่มเองจนสูตรเจือจาง ให้ถามนักกำหนดอาหาร
  5. กรองเมื่อจำเป็น เทผ่านตะแกรงตาถี่ตามที่นักกำหนดอาหารแนะนำ มักจำเป็นเมื่อเครื่องปั่นกำลังไม่สูง สายเส้นเล็ก หรือมีเมล็ดและเส้นใย กากที่กรองทิ้งทำให้สารอาหารน้อยกว่าที่ชั่งไว้ ถ้ามีกากเหลือมากเป็นประจำ ให้นำสูตรกลับไปปรับ
  6. ตรวจความเนียนและการไหล ไม่มีเศษหรือก้อน และไหลผ่านอุปกรณ์ได้ตามวิธีที่ทีมสอน
  7. แบ่งเป็นมื้อและทำให้เย็นเร็ว เทใส่ภาชนะสะอาดใบเล็กหรือตื้นที่มีฝาปิด มื้อละภาชนะ ให้เย็นลงเร็ว พักคลายร้อนสั้น ๆ แล้วปิดฝาเข้าตู้เย็น ไม่ทิ้งไว้นอกตู้นาน

เลือกเครื่องปั่นอย่างไร อ้างอิงคำแนะนำของนักกำหนดอาหารในวารสารโภชนบำบัดของไทย

  • เครื่องที่มอเตอร์กำลังสูงมักปั่นได้เนียนกว่า แต่ตัวเลขวัตต์เป็นเพียงแนวทาง ไม่ได้บอกว่าพอหรือไม่ ให้ดูจากอาหารที่ปั่นได้จริงว่าเนียนและไหลผ่านสายได้
  • ใบมีดทรงแบน เหมาะกับวัตถุดิบเนื้อนิ่ม
  • โถแก้วทนความร้อน ล้างและลวกน้ำร้อนได้ เกิดรอยขีดข่วนน้อยกว่าโถพลาสติก
  • ถอดแยกชิ้นส่วนมาล้างได้ทั่วถึง ขนาดโถพอดีกับปริมาณที่ทำต่อวัน

4. เก็บรักษาและอุ่นอาหารปั่นอย่างไรไม่ให้บูด

อาหารปั่นผสมเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาที่เย็นไม่เกิน 5 องศาเซลเซียสได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังปั่นเสร็จ และเวลาที่อาหารอยู่นอกตู้เย็นทั้งหมดไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง เวลา 24 และ 2 ชั่วโมงมาจากนักกำหนดอาหารที่อ้างแนวทางเวชปฏิบัติด้านโภชนาการของไทย ส่วน 5 องศาเซลเซียสเป็นเกณฑ์ของกรมอนามัยสำหรับอาหารปรุงสำเร็จ อาหารปั่นบูดง่ายและทำให้ท้องเสียได้

นับเวลานอกตู้เย็นอย่างไร

  • นับรวมทุกช่วงที่อาหารไม่ได้อยู่ในตู้เย็น ตั้งแต่ปั่นเสร็จ พักให้คลายร้อน อุ่น จนให้เสร็จ ไม่เริ่มนับใหม่ตอนเริ่มให้
  • วันที่อากาศร้อนกว่าราว 32 องศาเซลเซียส (90 องศาฟาเรนไฮต์) ลดเหลือไม่เกิน 1 ชั่วโมง ตามเกณฑ์ของสำนักงานอาหารและยาสหรัฐอเมริกา
  • ส่วนที่เกินเวลาให้ทิ้ง ไม่นำกลับไปเก็บต่อ

เก็บอย่างไร

  • เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาที่เย็นไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส มีเทอร์โมมิเตอร์ตู้เย็นไว้ตรวจ เพราะปุ่มปรับความเย็นไม่ได้บอกอุณหภูมิจริง วางห่างจากหลอดไฟ
  • ไม่เก็บที่ประตูตู้เย็น เพราะอุณหภูมิขึ้นลงบ่อย
  • ใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด แยกจากเนื้อสัตว์และผักสด ถ้าต้องเก็บร่วมกัน ให้ใส่ของสดในกล่องมีฝาแยกออกไป
  • ทำเฉพาะปริมาณที่ใช้หมดในหนึ่งวัน ส่วนที่เกินเวลาให้ทิ้ง แม้ดูหรือดมแล้วยังปกติ
  • ช่องแช่แข็ง ทำตามคำแนะนำของโรงพยาบาลหรือนักกำหนดอาหารเจ้าของสูตร (ดูคำถามที่พบบ่อย)
นักบริบาลวางกล่องแก้วใส่อาหารปั่นที่แบ่งเป็นมื้อบนชั้นกลางของตู้เย็น
แบ่งอาหารปั่นเป็นมื้อในภาชนะมีฝาปิด เก็บบนชั้นในตู้เย็นช่องธรรมดาที่เย็นไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส ไม่วางที่ประตูตู้

อุ่นอย่างไร

  • แบ่งเฉพาะปริมาณที่จะให้มื้อนั้น แล้ววางภาชนะในน้ำอุ่นสักพัก ถ้าใส่แก้ว คนด้วยช้อนสะอาดได้ ถ้าใส่ถุงให้อาหาร ให้ปิดถุงให้สนิทแล้วพลิกหรือนวดถุงเบา ๆ จากด้านนอก ห้ามเปิดถุงเอาช้อนลงไปคน
  • อุ่นให้ได้ประมาณอุณหภูมิห้อง (ราว 25–30 องศาเซลเซียส) หรือหยดลงหลังมือ ต้องไม่เย็นหรือร้อนเกินไป
  • ไม่แช่ภาชนะในน้ำเดือดหรือน้ำร้อนจัด และเลี่ยงการอุ่นบนเตาโดยตรงหรือในไมโครเวฟ เพราะอาหารร้อนไม่สม่ำเสมอ และส่วนผสม โดยเฉพาะไข่ สุกเพิ่มจนข้นและไหลลงสายยาก

5. ทำไมสายให้อาหารอุดตัน และป้องกันอย่างไร

สายอุดตันส่วนใหญ่เกิดจากอาหารที่ข้นเกินไป ปั่นไม่ละเอียด หรือไม่ได้กรองในกรณีที่ควรกรอง การป้องกันทำได้ตั้งแต่ในครัว ก่อนอาหารจะถึงสาย

สาเหตุที่พบบ่อย

  • ใส่วัตถุดิบที่ทำให้ข้นมากเกินสูตร เช่น ข้าว ฟักทอง กล้วย ขนมปัง
  • ใช้เนื้อสัตว์ส่วนที่มีเอ็นหรือพังผืด ปั่นไม่ละเอียด
  • ไม่ได้กรองทั้งที่สายเส้นเล็กหรือเครื่องปั่นกำลังไม่สูง หรือใช้อาหารปั่นกับสายที่ทีมยังไม่ได้ยืนยันว่าเหมาะ
  • อุ่นร้อนเกินไปจนอาหารข้นขึ้น
  • บดยาผสมลงในอาหารปั่น ยาบางชนิดบดไม่ได้หรือเกาะตัวในสาย ให้ถามเภสัชกรว่ายาแต่ละตัวให้ทางสายได้หรือไม่ และควรให้แยกจากอาหารอย่างไร
  • ไม่ได้ล้างสายด้วยน้ำสะอาดตามที่ทีมสอนหลังให้อาหารและหลังให้ยา (ปริมาณน้ำและวิธีล้างสาย ดูบทความ การให้อาหารทางสายยางที่บ้าน)

ถ้าสายอุดตันแล้ว ห้ามใช้ลวด ไม้ หรือของแหลมแยงเข้าไปในสาย และห้ามดันแรง ให้หยุดให้อาหาร แล้วโทรปรึกษาพยาบาล

ดูแลต่อที่บ้านได้ · เฝ้าดูใกล้ชิด

  • ถ่ายเหลวเล็กน้อยครั้งสองครั้งหลังเปลี่ยนสูตร ท่านยังได้รับน้ำทางสายตามที่กำหนด ไม่มีไข้ ไม่ซึม ให้ทบทวนความสะอาดและเวลาเก็บอาหาร
  • ท้องผูกเล็กน้อย ให้จดจำนวนวันที่ไม่ถ่าย แล้วแจ้งนักกำหนดอาหารหรือแพทย์ในนัดถัดไป

โทรปรึกษาพยาบาลภายในวันนี้

  • สายอุดตันและล้างด้วยน้ำอุ่นตามที่สอนแล้วยังไม่ไหล
  • ถ่ายเหลวหลายครั้งในวันเดียว หรือท้องอืดมาก
  • อาเจียน หรือสายเลื่อนจากตำแหน่งเดิม

ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที

  • สำลัก ไอไม่หยุด หายใจเหนื่อยหอบ หรือริมฝีปากเขียวระหว่างหรือหลังให้อาหาร
  • ซึมลงมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น หรือมีไข้สูงร่วมกับหายใจเร็ว สัญญาณเตือนเรื่องไข้และเสมหะดูเพิ่มที่ ผู้ป่วยติดเตียงไข้ขึ้น เสมหะเยอะ ซึมลง

6. อาหารปั่นผู้ป่วยโรคไต เบาหวาน และโรคประจำตัว: ทำไมห้ามปรับสูตรเอง

ผู้ที่เป็นโรคไต เบาหวาน โรคหัวใจ หรือต้องจำกัดน้ำ ต้องใช้สูตรที่แพทย์และนักกำหนดอาหารคำนวณเฉพาะ ห้ามปรับเอง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ฝ่ายโภชนาการของโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์มีสูตรอาหารปั่นผสมสำหรับคนที่เป็นโรคไต และโรคไตร่วมกับเบาหวาน แยกจากสูตรทั่วไป โดยคำนวณโซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสของแต่ละสูตรไว้

  • โรคไต โดยเฉพาะระยะท้ายหรือกำลังฟอกไต ห้ามเติมผักใบเขียว ผลไม้ หรือน้ำผลไม้เอง เพราะอาจทำให้โพแทสเซียมในเลือดสูงจนเป็นอันตราย และอาจต้องจำกัดน้ำด้วย
  • เบาหวาน สูตรต้องสัมพันธ์กับยาหรืออินซูลินและเวลาให้อาหาร ถ้าเปลี่ยนเวลา งดมื้อ หรือเปลี่ยนสูตร ต้องแจ้งแพทย์ เพราะเสี่ยงน้ำตาลต่ำหรือสูง การดูแลเรื่องอินซูลินและน้ำตาลต่ำอ่านเพิ่มที่ ดูแลเบาหวานและฉีดอินซูลินผู้สูงอายุที่บ้าน
  • ต้องจำกัดน้ำ เช่น หัวใจล้มเหลวหรือบวม สูตรจะเข้มข้นขึ้นและข้นขึ้น ปั่นให้เนียนเป็นพิเศษ และถามนักกำหนดอาหารว่าควรกรองหรือไม่
  • มีแผลกดทับหรือน้ำหนักลด ความต้องการโปรตีนและพลังงานอาจเปลี่ยน ให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารประเมินใหม่ ไม่เพิ่มไข่หรือเนื้อสัตว์เอง

สูตรไม่ใช่สูตรตายตัว ให้จดน้ำหนักตามที่ทีมแนะนำ การถ่าย และปริมาณที่ให้ได้จริง แล้วนำไปให้นักกำหนดอาหารทบทวนสูตรตามนัด ถ้าน้ำหนักลดต่อเนื่อง บวมขึ้น หรือถ่ายผิดปกติไม่หาย ให้ขอทบทวนเร็วขึ้น

7. ปั่นเองหรือใช้อาหารสำเร็จรูป: เทียบแบบยุติธรรม

ไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคน ทางเลือกที่ดีคือทางที่ตรงกับโรคและสายให้อาหารของท่าน และครอบครัวทำได้อย่างสม่ำเสมอและสะอาดทุกวัน กรมการแพทย์อธิบายว่าอาหารทั้งสองแบบมีประโยชน์ แต่มีจุดดีต่างกัน

อาหารปั่นผสมทำเอง

  • ข้อดี: ปรับพลังงานและสารอาหารได้ตามคำสั่งแพทย์ ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ สูตรมาตรฐานมักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าอาหารทางการแพทย์
  • ข้อจำกัด: เตรียมยุ่งยากและใช้เวลา เสี่ยงปนเปื้อนเชื้อขึ้นกับความสะอาดของคนทำ วิตามินและเกลือแร่บางชนิดสูญเสียระหว่างปรุง สารอาหารแปรผันไปตามวัตถุดิบแต่ละครั้ง ข้นมากเมื่อต้องจำกัดน้ำ และใช้ไม่ได้กับสายบางชนิดหรือบางขนาด

อาหารสำเร็จรูปทางการแพทย์ (ชนิดผงชงหรือชนิดน้ำพร้อมใช้)

  • ข้อดี: สะดวก ส่วนประกอบคงที่ มีหลายสูตรตามโรคและความต้องการ เช่น เบาหวาน โรคไต
  • ข้อจำกัด: ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ต้องเลือกสูตรตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร และเมื่อชงหรือเปิดแล้วต้องเก็บและใช้ตามฉลากของผลิตภัณฑ์

อาหารปั่นผสมสำเร็จรูปจากฝ่ายโภชนาการของโรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลบางแห่งผลิตอาหารปั่นผสมจำหน่ายให้ครอบครัวที่ดูแลต่อที่บ้าน มีทั้งสูตรทั่วไปและสูตรเฉพาะโรค ช่วยลดภาระการทำทุกวัน ให้สอบถามวิธีเก็บและอายุการใช้กับโรงพยาบาลที่ซื้อ

หลายครอบครัวใช้แบบผสม เช่น ปั่นเองวันที่มีคนอยู่บ้าน และใช้อาหารสำเร็จรูปวันที่ไม่มีใครทำได้ ถ้าจะสลับ ให้ถามนักกำหนดอาหารก่อนว่าสายของท่านใช้อาหารปั่นได้หรือไม่ และใช้แทนกันในปริมาณเท่าไรให้พลังงานใกล้เคียงกัน

8. อาหารปั่นทางปาก สำหรับผู้สูงอายุที่เคี้ยวหรือกลืนลำบาก

อาหารปั่นสำหรับกินทางปากเป็นอาหารดัดแปลงเนื้อสัมผัส ไม่ใช่อาหารชุดเดียวกับที่ให้ทางสาย และถ้ากลืนลำบาก ต้องให้แพทย์หรือนักแก้ไขการพูดประเมินการกลืนก่อน เพราะความข้นเหลวที่ปลอดภัยของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนต้องใช้อาหารนุ่ม บางคนต้องเพิ่มความข้นของเครื่องดื่ม

  • ถ้าปัญหาคือเคี้ยวไม่ไหวแต่กลืนได้ปกติ อาหารบด อาหารนุ่ม หรืออาหารปั่นข้นพอดีช่วยได้ ยังกินร่วมโต๊ะกับครอบครัวได้
  • ถ้าไอหรือสำลักขณะกิน มีอาหารค้างในปาก หรือเป็นปอดอักเสบซ้ำ เป็นสัญญาณที่ควรให้แพทย์ประเมินการกลืน
  • นั่งตัวตรงขณะกิน ป้อนช้า ๆ คำเล็ก ๆ ไม่ป้อนตอนง่วงหรือซึม
  • ผู้สูงอายุที่อยู่ในระยะประคับประคอง เป้าหมายเรื่องอาหารอาจเปลี่ยนไปเป็นความสบาย ควรคุยเป้าหมายนี้กับแพทย์และครอบครัวไว้ล่วงหน้า อ่านเพิ่มที่ หนังสือแสดงเจตนา Living Will

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • ใช้สูตรจากอินเทอร์เน็ตหรือกลุ่มไลน์ ได้พลังงานหรือเกลือแร่ไม่ตรงกับที่ท่านต้องการ แก้โดยขอสูตรเป็นกรัมจากฝ่ายโภชนาการของโรงพยาบาลที่ดูแล
  • กะปริมาณด้วยสายตา วันหนึ่งข้น วันหนึ่งเหลว พลังงานไม่คงที่ ซื้อตาชั่งดิจิทัลในครัวหนึ่งเครื่อง
  • ทำครั้งเดียวเก็บหลายวัน อาหารปั่นเกิน 24 ชั่วโมงเสี่ยงท้องเสีย ทำวันต่อวัน
  • เติมน้ำเพื่อให้ไหลง่าย ทำให้พลังงานต่อมื้อลดลงโดยไม่รู้ตัว ถ้าข้นเกินไปให้ถามนักกำหนดอาหารเรื่องปรับสูตร
  • เติมผักผลไม้เพราะหวังดีในคนเป็นโรคไต อาจอันตรายจากโพแทสเซียมสูง ทุกการเปลี่ยนแปลงให้ถามก่อน

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

ถ้าคนในบ้านต้องทำงานประจำ ต้องตื่นมาเตรียมอาหารทุกเช้าจนหมดแรง หรือไม่มั่นใจเรื่องการให้อาหารทางสายและความสะอาด การมีผู้ช่วยในช่วงนี้ทำให้ทุกมื้อเป็นไปตามแผนสม่ำเสมอมากขึ้น ทั้งนี้สูตรอาหารยังเป็นของแพทย์และนักกำหนดอาหารของโรงพยาบาลที่ดูแลท่าน

  • นักบริบาลดูแลที่บ้าน การให้อาหารทางสายยางเป็นงานดูแลประจำวันที่นักบริบาลทำได้ รวมถึงป้อนอาหาร ให้ยาตามที่แพทย์สั่ง พลิกตัว และวัดสัญญาณชีพ ส่วนการเตรียมอาหารปั่นตามสูตรของโรงพยาบาล ให้ตกลงรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ตอนจ้าง กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน (ขั้นต่ำ 3 วัน) รายสัปดาห์ 12,000 บาท รายเดือน 30,000 บาท ดูที่ ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
  • พยาบาลวิชาชีพเปลี่ยนสายให้อาหารทางจมูกที่บ้าน 1,600 บาทต่อครั้ง (สายซิลิโคน 1,900 บาท) หรือแพ็กเปลี่ยนสาย 3 ครั้ง 4,500 บาท (ปกติ 4,800 บาท) ซื้อได้ถึง 31 ธันวาคม 2569 ดูที่ พยาบาลที่บ้าน
  • พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้าน 1,800 บาทต่อครั้ง (หัตถการรายครั้งเริ่ม 1,200 บาท) เหมาะเมื่ออยากให้พยาบาลมาดูวิธีให้อาหาร ตรวจตำแหน่งสาย และสอนครอบครัวต่อหน้า

คำถามที่พบบ่อย

อาหารปั่นสูตร 1:1 คืออะไร

คืออาหารปั่นที่มีความเข้มข้นของพลังงาน 1 กิโลแคลอรีต่อ 1 มิลลิลิตร (1 ซีซี) ถ้าเป็นสูตร 1.5:1 จะได้ 1.5 กิโลแคลอรีต่อมิลลิลิตร และข้นกว่า ความเข้มข้นที่เหมาะกับท่านให้แพทย์และนักกำหนดอาหารเป็นผู้กำหนด

อาหารปั่นเก็บในตู้เย็นได้กี่วัน

ไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมงหลังปั่นเสร็จ เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาที่เย็นไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส (ใช้เทอร์โมมิเตอร์ตู้เย็นตรวจ) ในภาชนะมีฝาปิด เวลาที่อาหารอยู่นอกตู้เย็นนับรวมตั้งแต่ปั่น อุ่น จนให้เสร็จ ไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง และไม่เกิน 1 ชั่วโมงเมื่ออากาศร้อนจัด ทางที่ปลอดภัยคือทำวันต่อวัน

อาหารปั่นแช่แข็งเก็บไว้หลายวันได้ไหม

ได้ในบางกรณี ขึ้นกับคำแนะนำของโรงพยาบาลหรือนักกำหนดอาหารเจ้าของสูตร บางแห่งให้เก็บเฉพาะตู้เย็นช่องธรรมดา ถ้าได้รับคำแนะนำว่าแช่แข็งได้ ให้แบ่งเป็นมื้อแล้วแช่ทันทีหลังปั่น ละลายในตู้เย็น ไม่ละลายที่อุณหภูมิห้อง คู่มือของ NHS สหราชอาณาจักรระบุว่าเก็บที่ต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียสได้นาน 1–3 เดือน

ใส่สายให้อาหารแบบไหนก็ใช้อาหารปั่นทำเองได้ไหม

ไม่ใช่ทุกสาย ความเหมาะสมขึ้นกับชนิด ขนาด และตำแหน่งปลายสาย เช่น ปลายสายอยู่ในกระเพาะอาหารหรือในลำไส้เล็ก และสายเส้นเล็กอุดตันง่ายกว่า ให้ถามแพทย์หรือทีมที่ใส่สายและนักกำหนดอาหารก่อนเริ่ม และไม่เปลี่ยนจากอาหารสำเร็จรูปมาเป็นอาหารปั่นเองโดยลำพัง

อาหารปั่นผู้ป่วยโรคไตทำเองได้ไหม

ทำเองได้เมื่อมีสูตรที่นักกำหนดอาหารคำนวณให้เฉพาะ เพราะต้องควบคุมโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และบางครั้งปริมาณน้ำ ห้ามดัดแปลงจากสูตรทั่วไปหรือเติมผักผลไม้เอง

อาหารปั่นกับอาหารทางการแพทย์ อันไหนดีกว่า

ไม่มีแบบใดที่เหมาะกับทุกคน อาหารปั่นปรับได้และใช้วัตถุดิบธรรมชาติแต่ทำยากและเสี่ยงปนเปื้อน อาหารทางการแพทย์สะดวกและสม่ำเสมอแต่มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ให้เลือกตามโรคของท่าน ชนิดของสาย และความพร้อมของครอบครัว

ให้อาหารทางสายยางมื้อละกี่ซีซี

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ปริมาณต่อมื้อและจำนวนมื้อต่อวันมาจากใบสั่งอาหารของแพทย์และนักกำหนดอาหาร ห้ามเพิ่มเองแม้ท่านดูหิว ถ้าคิดว่าไม่พอ ให้นำบันทึกน้ำหนักและการถ่ายไปปรึกษาในนัดถัดไป

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้าครอบครัวกำลังเหนื่อยกับการเตรียมอาหารและให้อาหารทางสายทุกวัน หรือไม่มั่นใจว่าทำถูกวิธี โทรมาเล่าให้ฟังได้ ถ้ามีสูตรอาหารและใบสั่งจากโรงพยาบาล ส่งรูปมาทาง LINE ทีมจะช่วยดูว่าควรมีผู้ช่วยแบบไหน

  • โทร 061-881-9399 (นักบริบาล · พยาบาลวิชาชีพ · เช่าอุปกรณ์)
  • LINE @KINHOMECARE
  • ประเมินราคานักบริบาลหรือพยาบาลด้วยตัวเองที่ แบบฟอร์มขอใช้บริการ
  • ปรึกษาฟรี ให้บริการนักบริบาลและพยาบาลถึงบ้านทั่วประเทศ ค่าเดินทางตามพื้นที่ เจ้าหน้าที่แจ้งก่อนยืนยันงาน

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์และนักกำหนดอาหารที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เขียนโดย พว.อรฤทัย บุญตวง (ว.5311192883) · ตรวจทานโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ (ว.40854) · ราคาอ้างอิงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ