ผู้ป่วยติดเตียงไข้ขึ้น ซึมลงกว่าปกติ หรือปัสสาวะขุ่น มักเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังมีการติดเชื้อ ที่พบบ่อยคือปอดอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และแผลกดทับอักเสบ จุดที่หลายบ้านพลาดคือ ผู้สูงอายุจำนวนมากติดเชื้อแล้ว ไม่มีไข้สูง แต่มาด้วยอาการ "ซึมลง กินน้อย สับสน หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่มากกว่าเดิม" กฎที่ใช้ได้ทันทีคือ ถ้าหายใจเร็วหรือหอบจนพูดไม่เป็นประโยค ปลุกไม่ค่อยตื่น สับสนขึ้นมาใหม่ หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ โทร 1669 ทันที ส่วนอาการที่ยังไม่ถึงขั้นนั้น ให้วัดและจดตัวเลขสำคัญ แล้วโทรปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์ภายในวันเดียวกัน
ภาพที่เจอบ่อยในบ้านที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่ติดเตียงคือ เช้านี้ท่านไม่ค่อยลืมตา ป้อนข้าวได้ไม่กี่คำ ได้ยินเสียงครืดคราดในคอ ผ้าอ้อมเปียกน้อยกว่าเมื่อวาน ลูกเอามือแตะหน้าผากแล้วรู้สึกว่าไม่ร้อนเท่าไร เลยคิดว่า "คงเพลียเฉย ๆ ขอดูอีกวัน" บทความนี้จะช่วยให้ครอบครัวแยกได้ว่าอาการแบบไหนเฝ้าดูที่บ้านได้ แบบไหนต้องโทรหาพยาบาลวันนี้ และแบบไหนห้ามรอ พร้อมรายการสิ่งที่ควรจดไว้ก่อนยกหูโทร
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ผู้สูงอายุติดเตียงติดเชื้อได้โดยไม่มีไข้สูง สัญญาณแรกมักเป็นซึมลง กินน้อย สับสน หรือพฤติกรรมเปลี่ยนจากเมื่อวาน
- หายใจเร็วหรือหอบ ปลุกไม่ตื่น สับสนใหม่ ผิวหรือริมฝีปากซีดเขียวคล้ำ ไอเป็นเลือด วัดออกซิเจนปลายนิ้วซ้ำได้ 92% หรือต่ำกว่า หรือตัวเย็นวัดได้ต่ำกว่า 36 องศาเซลเซียสร่วมกับซึม หนาวสั่น หรือหายใจเร็ว ให้โทร 1669 ทันที
- ไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส เสมหะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเขียวร่วมกับเหนื่อยขึ้น ปัสสาวะน้อยลงมาก รอยแดงตรงจุดกดทับที่กดแล้วไม่จาง หรือแผลกดทับแดงบวมมีหนอง ควรโทรปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์ภายในวันนี้
- ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นอย่างเดียว โดยไม่มีอาการอื่น ยังไม่ได้แปลว่าติดเชื้อเสมอ แต่ต้องดื่มน้ำตามแผนของแพทย์และเฝ้าดูต่อ
- ก่อนโทร จดอุณหภูมิ ชีพจร จำนวนครั้งที่หายใจ ค่าออกซิเจนปลายนิ้ว ปริมาณปัสสาวะ และยาที่ท่านกินอยู่ จะช่วยให้คนปลายสายตัดสินใจได้เร็วขึ้น
- ห้ามให้ยาปฏิชีวนะที่เหลือจากครั้งก่อนเอง และถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาลดไข้ทุกครั้ง
1. ทำไมผู้สูงอายุติดเชื้อแล้วไม่ค่อยมีไข้ แต่ซึมลงก่อน
คำตอบสั้นคือ ร่างกายผู้สูงอายุตอบสนองต่อการติดเชื้อได้ไม่แรงเท่าคนหนุ่มสาว ไข้จึงอาจขึ้นไม่สูง หรือไม่ขึ้นเลย สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก่อนมักเป็นความรู้สึกตัว พฤติกรรม หรือกิจวัตรประจำวัน เช่น ซึม สับสน หรือกินได้น้อยลง
ระบบสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร (NHS) ระบุว่า ในผู้สูงอายุที่เปราะบาง ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม และผู้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอาจแสดงออกเป็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป กระสับกระส่ายหรือสับสน ปัสสาวะเล็ดมากกว่าเดิม หรือหนาวสั่นขึ้นมาใหม่ และระบุว่าอุณหภูมิกายที่ ต่ำผิดปกติ (ต่ำกว่า 36 องศาเซลเซียส) เป็นสัญญาณของการติดเชื้อได้เช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะอาการตัวร้อน ส่วนเรื่องปอดอักเสบ NHS ก็ระบุว่าอาการสับสนพบบ่อยในผู้สูงอายุ
ท่านที่ติดเตียงมีปัจจัยเสี่ยงซ้อนกันหลายชั้น ทั้งปอด (ไอไม่มีแรง กลืนไม่ดี หรือให้อาหารทางสาย ทำให้สำลักเงียบ ๆ ได้) ทางเดินปัสสาวะ (สายสวน ผ้าอ้อม ดื่มน้ำน้อย) และผิวหนัง (แผลกดทับเป็นทางเข้าของเชื้อ) อีกทั้งหลายท่านบอกไม่ได้ว่าเจ็บหรือแสบตรงไหน ครอบครัวจึงต้องอาศัยการสังเกต
จำง่าย ๆ ว่า ในผู้สูงอายุติดเตียง "ซึมลงจากเมื่อวาน" มีน้ำหนักพอ ๆ กับ "ตัวร้อน" อย่ารอให้ไข้ขึ้นก่อนค่อยโทรถาม
2. แผนตัดสินใจ 3 ระดับ ใช้ได้ทันทีเมื่อท่านไม่สบาย
ดูอาการที่หนักที่สุดที่ท่านมีอยู่ตอนนี้ แล้วทำตามระดับนั้น ถ้าอาการอยู่หลายระดับ ให้ยึดระดับที่สูงกว่าเสมอ และถ้าไม่แน่ใจ ให้ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าหนึ่งขั้น
ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีแผนดูแลแบบประคับประคองหรือแผนรับมือเหตุฉุกเฉินที่แพทย์กับครอบครัวตกลงกันไว้ล่วงหน้า เช่น ตกลงว่าจะดูแลที่บ้านโดยไม่ส่งโรงพยาบาล ให้ทำตามแผนนั้นและโทรหาทีมที่ดูแลท่านทันที ถ้าไม่มีแผนแบบนี้ หรือไม่แน่ใจว่าแผนครอบคลุมอาการที่เห็นหรือไม่ ให้ใช้เกณฑ์ข้างล่าง
ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที
- หายใจ หายใจเร็วมาก หอบจนพูดไม่เป็นประโยค อกบุ๋ม ปีกจมูกบาน ไอเป็นเลือด หรือวัดออกซิเจนปลายนิ้วซ้ำแล้วได้ 92% หรือต่ำกว่า (ยกเว้นแพทย์กำหนดค่าเป้าหมายเฉพาะไว้ เช่น ท่านที่มีโรคปอดเรื้อรัง)
- ความรู้สึกตัว ปลุกไม่ตื่นหรือปลุกยากมาก สับสนขึ้นมาทันที พูดไม่รู้เรื่อง พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก หรือชัก
- อุณหภูมิต่ำ วัดได้ต่ำกว่า 36 องศาเซลเซียส ร่วมกับซึมลง สับสน หนาวสั่น หรือหายใจเร็ว
- ผิวและการไหลเวียน ผิวซีด เขียวคล้ำ หรือเป็นลาย รวมถึงริมฝีปากหรือลิ้นเขียวคล้ำ เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีผื่นจุดเลือดที่กดแล้วไม่จาง
- ปัสสาวะ สายสวนไม่มีปัสสาวะไหลแม้แก้สายพับแล้ว ร่วมกับท้องน้อยโป่งตึงและปวด ซึม หรือหอบ
- อื่น ๆ เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน หรือมีไข้สูงหนาวสั่นร่วมกับอาการใดอาการหนึ่งข้างบน
อาการกลุ่มนี้ตรงกับสัญญาณเตือนภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดตามคำแนะนำของ NHS และกลุ่มอาการฉุกเฉินวิกฤตของไทย โทร 1669 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง วิธีเตรียมข้อมูลและสิ่งที่ต้องบอกเจ้าหน้าที่อยู่ใน แผนรับมือเหตุฉุกเฉินและการโทร 1669 สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ
โทรปรึกษาพยาบาลภายในวันนี้
- ไข้ วัดได้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส หรือหนาวสั่นขึ้นมาใหม่ แต่ยังรู้ตัว ตอบโต้ได้ หายใจไม่หอบ
- อุณหภูมิต่ำ วัดได้ต่ำกว่า 36 องศาเซลเซียสโดยท่านยังรู้ตัวดีและไม่มีอาการอื่น ให้ห่มผ้าให้อุ่นแล้ววัดซ้ำด้วยวิธีเดิม ถ้ายังต่ำ โทรหาพยาบาลหรือแพทย์ทันที ไม่รอถึงเย็น ถ้าเริ่มซึม สับสน หนาวสั่น หรือหายใจเร็ว ใช้ระดับโทร 1669
- เสมหะ เสมหะมากขึ้น เหนียวข้น หรือเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเขียว ร่วมกับไอมากขึ้น หรือเหนื่อยขึ้นเล็กน้อย
- ออกซิเจน วัดออกซิเจนปลายนิ้วซ้ำได้ 93% (ต่ำกว่า 94% แต่ยังไม่ถึง 92%) ร่วมกับเหนื่อยขึ้น แต่ยังพูดเป็นประโยคได้ ให้ติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลโดยเร็ว ไม่รอถึงเย็น (ถ้าได้ 92% หรือต่ำกว่า หรือหอบจนพูดไม่เป็นประโยค ใช้ระดับโทร 1669)
- ปัสสาวะ ปัสสาวะน้อยลงชัดเจนทั้งวัน มีเลือดปน หรือปวดท้องน้อย
- สายสวนไม่มีปัสสาวะไหล ตรวจก่อนว่าสายหักพับหรือถุงวางสูงกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะหรือไม่ แก้แล้วยังไม่ไหล ให้โทรหาพยาบาลทันที ไม่รอถึงเย็น
- ความรู้สึกตัว ซึมกว่าเมื่อวาน กินน้อยลงมาก กระสับกระส่าย หรือพฤติกรรมเปลี่ยน แต่ยังปลุกตื่นและพูดคุยได้
- แผล แผลกดทับแดงขึ้น บวม อุ่น มีหนองหรือกลิ่นเหม็นมากขึ้น
- ผิวตรงจุดกดทับ รอยแดงที่กดแล้วไม่จาง หรือผิวม่วงคล้ำ อุ่น แข็ง หรือเจ็บ แม้ผิวยังไม่แตก อาจเป็นแผลกดทับระยะเริ่มต้น ให้เลี่ยงไม่ให้ท่านนอนทับจุดนั้นทันทีและแจ้งพยาบาลภายในวันนั้น
- ภาพรวม มีไข้ที่ดูแลเองแล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
ปลายสายอาจเป็นพยาบาลที่ดูแลท่าน แพทย์เจ้าของไข้ หรือโรงพยาบาลประจำ ซึ่งอาจแนะนำให้ไปตรวจวันนี้ ให้พยาบาลเยี่ยมบ้าน หรือเฝ้าดูต่อ
ดูแลต่อที่บ้านได้ · เฝ้าดูใกล้ชิด
- อุณหภูมิไม่ถึงเกณฑ์ไข้ ท่านรู้ตัวดี กินดื่มได้ใกล้เคียงเดิม หายใจสบาย
- มีเสมหะใสหรือขาวพอไอออกได้ ไม่เหนื่อย
- ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นแรงขึ้น แต่ไม่มีไข้ ไม่ซึม ไม่ปวด และปริมาณปัสสาวะยังปกติ
- ผิวแดงตรงจุดกดทับที่กดแล้วจางลง และแดงน้อยลงหลังพลิกตัวออกจากจุดนั้น (ถ้ากดแล้วไม่จาง ใช้ระดับโทรปรึกษาพยาบาล)
ระดับนี้ไม่ได้แปลว่าเฝ้ารอเฉย ๆ แต่คือดูแลตามอาการพร้อมวัดซ้ำเป็นระยะ เช่น วัดอุณหภูมิและดูการหายใจทุกไม่กี่ชั่วโมง แล้วจดลงสมุด ถ้าอาการเปลี่ยนไปเข้าระดับที่สูงกว่า ให้ทำตามระดับนั้นทันที
3. วัดและจดอะไรก่อนโทรหาพยาบาลหรือแพทย์
คำตอบสั้นคือ จดตัวเลข 6 อย่างและเรื่องเล่าสั้น ๆ ว่าเปลี่ยนไปจากเมื่อวานอย่างไร ข้อมูลชุดนี้ทำให้พยาบาลหรือแพทย์ประเมินทางโทรศัพท์ได้แม่นขึ้น และถ้าต้องไปโรงพยาบาล ก็ยื่นให้ทีมห้องฉุกเฉินได้เลย

- อุณหภูมิ ใช้ปรอทวัดไข้แบบดิจิทัล NHS แนะนำว่าไม่ควรใช้ปรอทแก้ว ท่านที่ซึม สับสน อมปรอทไม่ได้ หรือมีโอกาสกัดปรอท ให้วัดทางรักแร้ หรือใช้เครื่องวัดทางหูหรือหน้าผากตามคู่มือของเครื่อง ไม่วัดใต้ลิ้น ส่วนท่านที่รู้ตัวดีและอมปรอทได้ วัดใต้ลิ้นได้ ใช้วิธีเดิมทุกครั้งเพื่อให้เทียบค่ากันได้ บันทึกค่าและเวลาที่วัด หากท่านเพิ่งได้รับการเช็ดตัวหรือยาลดไข้ ให้แจ้งพยาบาลด้วย
- ชีพจร นับที่ข้อมือ 1 นาทีเต็ม หรือดูจากเครื่องวัดความดันหรือเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว สังเกตว่าเร็วกว่าปกติของท่านไหม
- การหายใจ นับจำนวนครั้งที่อกขึ้นลงใน 1 นาที ตอนท่านนอนพัก และสังเกตว่ามีเสียงครืดคราด หายใจแรง หรือต้องลุกนั่งถึงหายใจได้ไหม
- ออกซิเจนปลายนิ้ว ทำให้มือของท่านอุ่น เช็ดสีทาเล็บออก แล้วหนีบเครื่องค้างไว้จนตัวเลขนิ่ง จดค่าที่นิ่งแล้ว ค่าที่ผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนใหญ่ได้คือประมาณ 95–100% วิธีวัดให้แม่นอยู่ใน วิธีอ่านค่าเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วสำหรับผู้สูงอายุ
- ปัสสาวะ วันนี้เปลี่ยนผ้าอ้อมกี่ครั้ง เปียกมากหรือน้อย สีและกลิ่นเป็นอย่างไร ถ้าใส่สายสวน ดูปริมาณในถุงเทียบกับวันก่อน NHS ระบุว่าการไม่ปัสสาวะเลยทั้งวัน หรือปัสสาวะน้อยมากในช่วงประมาณ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในอาการที่เกี่ยวกับภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
- ยาที่กินอยู่ ถ่ายรูปรายการยาทั้งหมด รวมยาที่เพิ่งเริ่มใหม่และยาที่ให้ไปแล้ววันนี้ (ถ้ามีเครื่องวัดความดัน จดค่าไว้ด้วย)
เพิ่มเรื่องเล่าสั้น ๆ ว่าเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่เมื่อไร กินดื่มได้แค่ไหน และมีสำลักตอนกินหรือตอนให้อาหารทางสายไหม
อุณหภูมิกับออกซิเจนปลายนิ้วเพียงตัวเดียวบอกได้ไม่ครบ พยาบาลจะดูภาพรวมของทุกตัวเลขพร้อมกับความรู้สึกตัวของท่าน
4. ไข้ขึ้นในผู้สูงอายุติดเตียง ดูแลเบื้องต้นอย่างไร
ตามคำอธิบายของ NHS อุณหภูมิตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไปถือว่าเป็นไข้ แต่ในผู้สูงอายุ ตัวเลขไม่ใช่ทุกอย่าง ท่านที่รู้สึกหนาวสั่นหรือตัวร้อนเย็นสลับ ก็อาจกำลังมีไข้แม้ปรอทยังไม่ถึงเกณฑ์ ส่วนท่านที่ตัวเย็นและวัดได้ต่ำกว่า 36 องศาเซลเซียส ให้ทำตามแผนในหัวข้อ 2 ทันที เพราะอุณหภูมิต่ำในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่รุนแรง และไม่ต้องเช็ดตัวหรือให้ยาลดไข้
สิ่งที่ครอบครัวทำได้ระหว่างรอคำแนะนำ
- ให้ดื่มน้ำตามแผนของแพทย์ ไข้ทำให้เสียน้ำ ถ้าแพทย์จำกัดน้ำเพราะโรคหัวใจหรือโรคไต ให้ทำตามที่แพทย์สั่ง ท่านที่ให้อาหารทางสายให้ถามพยาบาลเรื่องปริมาณน้ำ
- ใส่เสื้อผ้าบาง และเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น ถ้าท่านรู้สึกสบายขึ้น ไม่ห่มผ้าหนาหลายชั้น และไม่ใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งที่ทำให้หนาวสั่น
- เรื่องยาลดไข้ ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนว่ายาตัวไหนใช้กับท่านได้ ขนาดเท่าไร เว้นห่างแค่ไหน โดยเฉพาะท่านที่มีโรคตับ โรคไต หรือกินยาหลายตัว
- พลิกตัวและดูผิวต่อเนื่อง ช่วงมีไข้ผิวอับชื้นง่าย แผลกดทับเกิดเร็วขึ้น
ยาลดไข้ช่วยให้ท่านสบายขึ้น แต่ไม่ได้รักษาต้นเหตุ ถ้าไข้กลับมาซ้ำ หรือไข้ลดแต่ยังซึมอยู่ ต้องหาสาเหตุกับแพทย์ ไม่ใช่ให้ยาลดไข้ไปเรื่อย ๆ
5. หายใจครืดคราด หอบ หรือไอมากขึ้น ทำอย่างไร
เสมหะที่เพิ่มขึ้นในผู้สูงอายุติดเตียงอาจมาจากการติดเชื้อในปอด การสำลักอาหารหรือน้ำลาย หรือร่างกายขาดน้ำจนเสมหะเหนียว สิ่งที่บอกความรุนแรงได้ดีกว่าสีเสมหะคือ การหายใจและความรู้สึกตัว

สิ่งที่ครอบครัวทำได้
- จัดท่าศีรษะสูง ยกหัวเตียงหรือหนุนหมอนให้ลำตัวท่อนบนสูงประมาณ 30–45 องศา โดยเฉพาะระหว่างกินหรือให้อาหารทางสายและหลังจากนั้นสักพัก ถ้าทีมแพทย์ไม่ได้สั่งท่าเฉพาะไว้
- พลิกตะแคงตามรอบ การเปลี่ยนท่าช่วยให้ปอดแต่ละส่วนได้ขยาย ดูวิธีจัดท่าได้ใน พลิกตัวและจัดท่าผู้ป่วยติดเตียง
- ชวนไอและหายใจลึก ในท่านที่ยังทำตามคำบอกได้ และดื่มน้ำตามแผนแพทย์ให้เสมหะไม่เหนียวเกินไป
- ดูแลช่องปากทุกวัน แปรงฟันหรือเช็ดช่องปาก ลิ้น และกระพุ้งแก้ม ลดคราบสกปรกที่อาจถูกสำลักลงปอด
- ท่านที่ให้อาหารทางสาย ทุกมื้อต้องจัดท่าศีรษะสูงและตรวจตามที่ได้รับการสอน การให้อาหารทางสายไม่ได้ป้องกันการสำลักได้ทั้งหมด รายละเอียดอยู่ใน ให้อาหารทางสายยางที่บ้าน
เรื่องการดูดเสมหะ
การดูดเสมหะเป็นงานที่ต้องได้รับการฝึกก่อน และควรทำเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น เห็นหรือได้ยินเสมหะที่ท่านไอออกเองไม่ได้ ไม่ใช่ดูดตามเวลา ถ้าโรงพยาบาลสอนครอบครัวไว้ ให้ทำตามวิธีและอุปกรณ์ที่ได้รับการฝึก ถ้ายังไม่เคยฝึก อย่าเริ่มเอง ให้ปรึกษาพยาบาล บ้านที่มีท่อเจาะคอ ให้ทำตามแผนที่โรงพยาบาลสอนไว้เป็นรายบุคคล
เปลี่ยนเป็นระดับโทรปรึกษาพยาบาลภายในวันนี้ ถ้าเสมหะเหลืองเขียวร่วมกับไอมากขึ้นหรือเหนื่อยขึ้น หรือเสมหะเหนียวจนดูดหรือไอไม่ออก โทร 1669 ถ้าหายใจลำบากจนพูดไม่ได้ ริมฝีปากเขียว หรือไอเป็นเลือด
6. ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่น หรือออกน้อย สงสัยติดเชื้อปัสสาวะ
ปัสสาวะขุ่นหรือกลิ่นแรงอย่างเดียว ยังไม่ใช่หลักฐานพอว่าติดเชื้อ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า ปัสสาวะที่มีกลิ่น ขุ่น หรือสีเปลี่ยน โดยไม่มีอาการอื่นร่วม ไม่ใช่เหตุผลเพียงพอสำหรับการส่งเพาะเชื้อในผู้ใส่สายสวน สิ่งที่ทำให้ต้องรีบคือ อาการร่วม เช่น ไข้ หนาวสั่น ซึมหรือสับสนใหม่ ปวดท้องน้อยหรือปวดบั้นเอว ปัสสาวะเป็นเลือด
สิ่งที่ครอบครัวทำได้
- ดื่มน้ำตามที่แพทย์อนุญาต ปัสสาวะที่เข้มข้นจะดูขุ่นและกลิ่นแรงได้เอง
- เปลี่ยนผ้าอ้อมเมื่อเปียก ทำความสะอาดจากหน้าไปหลัง
- ท่านที่ใส่สายสวน วางถุงต่ำกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะเสมอ สายไม่หักพับ ไม่ให้ถุงวางพื้น รายละเอียดการดูแลรายวันอยู่ใน ดูแลสายสวนปัสสาวะที่บ้าน
- จดปริมาณปัสสาวะ ถ้าลดลงชัดเจนทั้งวัน ให้โทรหาพยาบาลวันนี้
- ถ้าสายสวนไม่มีปัสสาวะไหล ตรวจก่อนว่าสายหักพับหรือถุงวางสูงกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะหรือไม่ แก้แล้วยังไม่ไหล โทรหาพยาบาลทันที ถ้าท้องน้อยโป่งตึงและปวด ซึม สับสน หรือหอบร่วมด้วย โทร 1669
- ห้ามให้ยาปฏิชีวนะที่เหลือจากครั้งก่อน ยาที่ไม่ตรงเชื้อไม่ได้ช่วย และทำให้การตรวจหาเชื้อครั้งต่อไปยากขึ้น
ถ้าแพทย์ต้องการตรวจปัสสาวะ ทีมแพทย์หรือพยาบาลจะเป็นผู้เก็บตัวอย่างตามวิธีที่ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ใส่สายสวนที่ต้องเก็บจากจุดเฉพาะของสาย ไม่เทจากถุง
7. ซึมลง หลับทั้งวัน หรือสับสนขึ้นมาใหม่
อาการซึมหรือสับสนที่เกิดขึ้นภายในชั่วโมงหรือภายในวันเดียว ต่างจากความหลงลืมที่ค่อย ๆ เป็นมาหลายเดือน และเป็นสัญญาณสำคัญที่สุดตัวหนึ่งว่าร่างกายกำลังมีปัญหา สาเหตุมีได้ตั้งแต่การติดเชื้อ ขาดน้ำ น้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูง ยาบางชนิด ท้องผูกหรือปัสสาวะคั่ง ไปจนถึงโรคหลอดเลือดสมอง
ลองเทียบกับ "ปกติของท่าน" เช่น เรียกชื่อแล้วลืมตาตอบเหมือนเมื่อวานไหม จำลูกหลานได้ไหม กลางวันหลับทั้งวันแต่กลางคืนกระสับกระส่ายไหม หรือดึงสายและพยายามลุกจากเตียงมากกว่าเดิมไหม
ถ้าปลุกยาก สับสนรุนแรง พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรงข้างเดียว โทร 1669 ทันที ถ้ายังปลุกตื่นและคุยได้ แต่ต่างจากเมื่อวานชัดเจน ให้โทรหาพยาบาลหรือแพทย์ภายในวันนี้ และบอกตัวเลขที่จดไว้ในหัวข้อ 3 ท่านที่เป็นเบาหวานและใช้ยาลดน้ำตาล ถ้ามีเครื่องตรวจน้ำตาลปลายนิ้วให้ตรวจด้วย เพราะน้ำตาลต่ำในผู้สูงอายุมักออกมาเป็นอาการซึมหรือสับสน ไม่ใช่ใจสั่น
ท่านที่มีภาวะสมองเสื่อมอยู่เดิม อาการติดเชื้อมักซ่อนอยู่ใต้คำว่า "วันนี้ท่านดื้อ" หรือ "วันนี้ท่านง่วง"
8. แผลกดทับแดง บวม มีหนอง ร่วมกับไข้
แผลกดทับที่อักเสบเป็นแหล่งติดเชื้อที่ครอบครัวมองข้ามได้ง่าย เพราะอยู่ด้านหลังและใต้ผ้าอ้อม เมื่อท่านมีไข้หรือซึมลงโดยหาสาเหตุไม่เจอ ให้พลิกตัวดูผิวหนังทุกจุดที่รับน้ำหนัก ทั้งก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ข้อศอก และหลังศีรษะ
สัญญาณว่าแผลอาจติดเชื้อ ควรให้พยาบาลหรือแพทย์ดูภายในวันนี้ ได้แก่ รอบแผลแดงลามกว้างขึ้น บวม อุ่น มีหนองหรือกลิ่นเหม็นแรงขึ้น แผลลึกขึ้นหรือขอบแผลดำคล้ำ และท่านเจ็บมากขึ้นเวลาพลิกตัวหรือมีไข้ร่วมด้วย
ถ่ายรูปแผลในแสงสว่างพร้อมวันที่ไว้ทุกครั้งที่ทำแผล จะช่วยให้พยาบาลเห็นแนวโน้มว่าดีขึ้นหรือแย่ลง วิธีป้องกันแผลเกิดใหม่และระดับของแผลอยู่ใน ป้องกันแผลกดทับที่บ้าน
ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ
- รอให้ไข้ขึ้นก่อนค่อยโทร ผู้สูงอายุหลายท่านติดเชื้อแบบไม่มีไข้สูง ถ้าซึมลงหรือกินน้อยลงชัดเจน ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนได้เลย
- ตัดสินจากสีเสมหะหรือสีปัสสาวะอย่างเดียว สีบอกความรุนแรงได้ไม่ดี ให้ดูการหายใจ ความรู้สึกตัว และอาการร่วมประกอบเสมอ
- ให้ยาปฏิชีวนะที่เหลืออยู่ในบ้าน ไม่ช่วยถ้าไม่ตรงเชื้อ และทำให้ตรวจหาเชื้อได้ยากขึ้น ยาทุกตัวต้องมาจากการประเมินของแพทย์
- งดน้ำเพราะกลัวเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อย ทำให้ขาดน้ำ ปัสสาวะเข้มข้น เสมหะเหนียว และติดเชื้อทางเดินปัสสาวะง่ายขึ้น ยกเว้นแพทย์สั่งจำกัดน้ำ
- รอดูอีกคืนทั้งที่หายใจเร็ว อาการทางเดินหายใจเปลี่ยนเร็วได้มากในตอนกลางคืน ถ้าเข้าระดับโทร 1669 อย่ารอถึงเช้า
เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย
ครอบครัวทำหน้าที่สังเกตเร็วและส่งต่อข้อมูลให้ถูกคน แต่บางบ้านต้องการให้บุคลากรที่มีทักษะช่วยประเมินอาการซ้ำ โดยเฉพาะช่วงหลังออกจากโรงพยาบาลใหม่ ๆ ทั้งนี้ พยาบาลเยี่ยมบ้านไม่ใช่ทางแทนห้องฉุกเฉิน ถ้าอาการเข้าระดับโทร 1669 ให้โทรก่อนเสมอ
- พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้าน ประเมินอาการ ฟังปอด ดูแผล ตรวจสาย และช่วยตัดสินใจว่าควรพบแพทย์หรือไม่ พร้อมสอนครอบครัวสังเกตอาการต่อ ค่าเยี่ยมบ้าน 1,800 บาทต่อครั้ง ส่วนหัตถการรายครั้งเริ่ม 1,200 บาท เช่น ทำแผล 1,200 บาท เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ 2,200 บาท เปลี่ยนสายให้อาหารทางจมูก 1,600 บาท (แบบซิลิโคน 1,900 บาท) ดูรายละเอียดที่ พยาบาลถึงบ้าน
- แพ็กเปลี่ยนสาย 3 ครั้ง สำหรับบ้านที่แพทย์วางแผนให้เปลี่ยนสายเป็นระยะ สายสวนปัสสาวะ 3 ครั้ง 6,000 บาท (ปกติ 6,600 บาท) สายให้อาหารทางจมูกแบบธรรมดา 3 ครั้ง 4,500 บาท (ปกติ 4,800 บาท) ซื้อได้ถึง 31 ธันวาคม 2569
- พยาบาลวิชาชีพเฝ้าดูทั้งกะ ช่วงที่อาการยังไม่นิ่งหลังกลับจากโรงพยาบาล กะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวัน
- นักบริบาลกะกลางคืน 20:00–08:00 ช่วยพลิกตัว ให้อาหาร วัดสัญญาณชีพ และจดอาการให้ครอบครัวทุกเช้า 1,800 บาทต่อวัน ขั้นต่ำ 3 วัน ถ้าท่านต้องดูดเสมหะ ทีมจัดนักบริบาลที่ผ่านการฝึกงานนั้น ทำงานภายใต้การกำกับของทีมพยาบาลวิชาชีพ ราคาเท่านักบริบาลทั่วไป
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ป่วยติดเตียงไข้ขึ้น ต้องไปโรงพยาบาลไหม
ไม่ทุกครั้ง แต่ต้องโทรปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์ภายในวันนั้น ถ้าไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสโดยท่านยังรู้ตัวและหายใจสบาย และต้องโทร 1669 ทันทีถ้าไข้มาพร้อมหายใจหอบ ปลุกยาก สับสนใหม่ หรือผิวซีดเขียว รวมถึงตัวเย็นต่ำกว่า 36 องศาเซลเซียสร่วมกับซึม หนาวสั่น หรือหายใจเร็ว ผู้สูงอายุติดเตียงมีโอกาสติดเชื้อรุนแรงกว่าคนทั่วไป จึงไม่ควรรอดูหลายวัน
ผู้ป่วยติดเตียงมีเสมหะเยอะ ทำอย่างไรดี
เริ่มจากจัดท่าศีรษะสูง พลิกตัวตามรอบ ดูแลช่องปาก และดื่มน้ำตามแผนแพทย์ ถ้าเสมหะเหลืองเขียวร่วมกับเหนื่อยขึ้นให้โทรหาพยาบาลวันนี้ ถ้าหอบจนพูดไม่ได้หรือริมฝีปากเขียวให้โทร 1669 การดูดเสมหะควรทำโดยคนที่ผ่านการฝึกแล้วเท่านั้น
ผู้ป่วยติดเตียงหลับตลอด ซึมลง อันตรายไหม
อันตรายถ้าเป็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ เพราะอาจมาจากการติดเชื้อ ขาดน้ำ น้ำตาลผิดปกติ ยา หรือโรคทางสมอง ถ้าปลุกยากหรือพูดไม่รู้เรื่อง โทร 1669 ถ้ายังปลุกตื่นได้แต่ซึมกว่าเมื่อวานชัดเจน ให้โทรหาพยาบาลหรือแพทย์ภายในวันนี้
ปัสสาวะขุ่นในผู้ใส่สายสวน แปลว่าติดเชื้อใช่ไหม
ไม่เสมอไป ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นอย่างเดียวโดยไม่มีอาการอื่น ยังไม่พอจะสรุปว่าติดเชื้อ แต่ถ้ามีไข้ หนาวสั่น ซึมลง ปวดท้องน้อย หรือปัสสาวะเป็นเลือด ให้โทรหาพยาบาลหรือแพทย์วันนี้ ถ้าสายไม่มีปัสสาวะไหลแม้แก้สายพับแล้ว ให้โทรทันที และห้ามเริ่มยาปฏิชีวนะเอง
วิธีลดไข้ผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านทำอย่างไร
ใส่เสื้อผ้าบาง เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น ให้ดื่มน้ำตามแผนแพทย์ และพลิกตัวต่อเนื่อง ส่วนยาลดไข้ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนว่าใช้ตัวไหน ขนาดเท่าไร การลดไข้ช่วยให้สบายขึ้น แต่ยังต้องหาสาเหตุของไข้เสมอ
เรียกพยาบาลมาดูที่บ้านแทนไปโรงพยาบาลได้ไหม
ได้ในกรณีที่อาการยังไม่ฉุกเฉิน พยาบาลช่วยประเมิน ดูแผล ตรวจสาย และแนะนำว่าควรพบแพทย์หรือไม่ แต่ถ้าหอบ ปลุกยาก สับสนใหม่ หรือผิวซีดเขียว ต้องโทร 1669 ไม่ควรรอพยาบาล
ปรึกษาทีม KIN HomeCare
ถ้าอาการเข้าระดับโทร 1669 ให้โทร 1669 ก่อนเลย ไม่ต้องโทรหาเราก่อน แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่เริ่มซึม มีไข้ หรือเสมหะมากขึ้น โดยยังไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉิน และครอบครัวไม่แน่ใจว่าควรเริ่มอย่างไร โทรมาเล่าพร้อมตัวเลขที่จดไว้ได้ เจ้าหน้าที่จะรับข้อมูลและประสานทีมพยาบาล เพื่อแนะนำว่าควรนัดพยาบาลเยี่ยมบ้านหรือบริการแบบไหน การคุยทางโทรศัพท์ไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์
- พยาบาลเยี่ยมบ้าน หัตถการ และนักบริบาล โทร 061-881-9399
- LINE @KINHOMECARE ส่งรูปแผลหรือคลิปสั้น ๆ ตอนท่านหายใจมาให้ทีมดูประกอบได้
- ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรเริ่มจากบริการแบบไหน ต่างจังหวัดสอบถามก่อนว่าพื้นที่ของท่านจัดพยาบาลได้หรือไม่
ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่
เขียนโดย พว.อรฤทัย บุญตวง (ว.5311192883) · ตรวจทานโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ (ว.40854) · ราคาอ้างอิงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ





