ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่ "หวัดหนักกว่าปกติ" เพราะคุณพ่อคุณแม่ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดอักเสบ หรือโรคประจำตัวกำเริบ มากกว่าคนหนุ่มสาว สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อสงสัยว่าท่านเป็นไข้หวัดใหญ่คือ ติดต่อแพทย์ตั้งแต่วันแรก ไม่รอดูหลายวัน เพราะยาต้านไวรัสที่แพทย์สั่งได้ผลดีเมื่อเริ่มเร็ว ภายใน 2 วันหลังมีอาการ ระหว่างนั้นดูแลเรื่องน้ำ อาหาร การพัก วัดไข้และจดอาการ แยกห้องและใส่หน้ากากเพื่อไม่ให้คนอื่นในบ้านติด และถ้าหอบเหนื่อย ซึมสับสน เจ็บหน้าอก หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ ให้ โทร 1669 ทันที
หลายบ้านเริ่มต้นแบบเดียวกัน หลานกลับจากโรงเรียนมาพร้อมอาการไอ อีกสองวันต่อมาคุณแม่บอกว่าเมื่อยตัวไปหมด ไม่อยากกินข้าว นอนทั้งวัน ลูกวัดไข้ได้ 37.8 องศาเซลเซียส ก็คิดว่า "ไข้ไม่สูง เดี๋ยวคงหาย" แล้วซื้อยาแก้หวัดมาให้ กว่าจะรู้ตัวว่าท่านหายใจเร็วขึ้นและเริ่มพูดจาสับสน ก็ผ่านไปหลายวันแล้ว บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ครอบครัวควรทำตั้งแต่วันแรกที่สงสัย วิธีดูแลที่บ้านแบบทีละเรื่อง วิธีกันไม่ให้ติดกันทั้งบ้าน และเกณฑ์ตัดสินใจว่าเมื่อไรเฝ้าดูได้ เมื่อไรต้องโทรหาพยาบาล และเมื่อไรห้ามรอ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ไข้หวัดใหญ่มักเริ่มเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย ไอแห้ง เจ็บคอ เบื่ออาหาร แต่ผู้สูงอายุบางท่านไม่มีไข้สูง อาการแรกอาจเป็นซึมลงหรือกินน้อยลง
- ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน จึงควรติดต่อแพทย์ตั้งแต่วันแรกที่สงสัย ยาต้านไวรัสต้องใช้ใบสั่งแพทย์ และได้ผลดีเมื่อเริ่มเร็ว ภายใน 2 วันหลังมีอาการ
- ช่วง 3 วันแรกของอาการเป็นช่วงแพร่เชื้อได้มากที่สุด และอาจแพร่ต่อได้ถึงราว 5–7 วัน ให้ท่านพักในห้องแยก คนดูแลใส่หน้ากากเมื่ออยู่ใกล้ และล้างมือบ่อย
- ให้ดื่มน้ำตามที่แพทย์อนุญาต กินทีละน้อยแต่บ่อย พักให้มาก วัดไข้ ออกซิเจนปลายนิ้ว และจดปริมาณปัสสาวะทุกวัน
- หอบเหนื่อย เจ็บแน่นหน้าอก ซึมจนปลุกยาก สับสนใหม่ ชัก ไม่ปัสสาวะ หรืออาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง ต้องพบแพทย์ทันทีหรือโทร 1669
- ยาปฏิชีวนะไม่ได้ฆ่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ห้ามให้ยาที่เหลือในบ้านเอง หายแล้วค่อยวางแผนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีกับแพทย์
1. ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ อาการต่างจากหวัดธรรมดาอย่างไร
คำตอบสั้นคือ ไข้หวัดใหญ่มาเร็วและแรงกว่า ตามคำอธิบายของระบบสาธารณสุขสหราชอาณาจักร (NHS) อาการหวัดธรรมดามักค่อย ๆ เป็นภายใน 1–2 วัน ส่วนไข้หวัดใหญ่มักเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง ท่านอาจรู้สึกว่า "เมื่อเช้ายังปกติ บ่ายนี้ลุกไม่ไหวแล้ว"
อาการที่พบบ่อยคือ ไข้ขึ้นเร็ว หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลียมาก ไอแห้ง เจ็บคอ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร และนอนไม่หลับ
จุดที่ครอบครัวมักพลาดคือเรื่องไข้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะมีไข้ ในผู้สูงอายุ สัญญาณที่เปลี่ยนก่อนอาจเป็นการซึมลง กินน้อยลง ลุกเดินไม่ไหวเหมือนเดิม หรือสับสนกว่าปกติ ถ้าช่วงนั้นมีคนในบ้านป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ แล้วท่านเปลี่ยนไปจากเมื่อวาน ให้คิดถึงไข้หวัดใหญ่ไว้ก่อน แม้ปรอทยังไม่ถึง 38 องศาเซลเซียส
ในผู้สูงอายุ "อ่อนเพลียผิดปกติแบบเฉียบพลัน" กับ "ซึมลงจากเมื่อวาน" มีน้ำหนักพอ ๆ กับ "ไข้สูง" อย่าใช้ตัวเลขบนปรอทเป็นเกณฑ์เดียว
2. ทำไมไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุจึงน่ากังวลกว่าวัยอื่น
เพราะภูมิคุ้มกันที่เปลี่ยนไปตามวัยทำให้ร่างกายรับมือกับเชื้อได้ไม่ดีเท่าเดิม CDC ระบุว่าผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่สูงกว่าผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาวที่แข็งแรง และประมาณว่าในหลายฤดูกาลที่ผ่านมาของสหรัฐฯ ราวร้อยละ 50–70 ของผู้ที่ต้องนอนโรงพยาบาลเพราะไข้หวัดใหญ่เป็นคนในวัยนี้
ภาวะแทรกซ้อนที่ครอบครัวควรรู้จักมี 2 กลุ่มใหญ่
- ปอดอักเสบ CDC ระบุว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงของไข้หวัดใหญ่ สัญญาณที่ต้องสงสัยคือหายใจเร็วขึ้น เหนื่อยง่ายขึ้น ไอมากขึ้น หรือไข้กับไอที่ดีขึ้นแล้วกลับมาแย่ลงอีกรอบ
- โรคประจำตัวกำเริบ ไข้หวัดใหญ่ทำให้โรคเรื้อรังแย่ลงได้ เช่น โรคหัวใจ โรคหอบหืดหรือปอดเรื้อรัง และเบาหวาน
ท่านที่ติดเตียงหรือกลืนลำบากยังเสี่ยงสำลักเพิ่มอีกชั้น ดูหัวข้อ 7
3. ติดต่อแพทย์ตั้งแต่วันแรก และเรื่องยาต้านไวรัสที่ควรรู้
ข้อสำคัญคือ ผู้สูงอายุที่สงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ไม่ควรรอดูอาการหลายวันก่อนพบแพทย์ CDC แนะนำให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและเป็นหรือสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ได้รับยาต้านไวรัสโดยเร็วที่สุด เพราะยา ได้ผลดีเมื่อเริ่มเร็ว ภายใน 2 วันหลังเริ่มมีอาการ และแม้เริ่มช้ากว่านั้น ก็ยังอาจมีประโยชน์ในคนที่มีความเสี่ยงสูง
- ยาต้านไวรัสต้องให้แพทย์ประเมินและสั่งจ่าย CDC ระบุว่าเป็นยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ แพทย์จะเลือกยาให้เหมาะกับโรคประจำตัวและยาที่ท่านกินอยู่
- ยาปฏิชีวนะไม่ได้รักษาไข้หวัดใหญ่ NHS ระบุว่าไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัส ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียจึงไม่ช่วย ห้ามให้ยาที่เหลือในบ้านเอง
- ยาลดไข้และยาแก้หวัดชุด ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะท่านที่มีโรคตับ โรคไต โรคหัวใจ หรือกินยาหลายตัว
- ยาประจำตัว อย่าหยุดเองเพราะท่านกินข้าวได้น้อย โดยเฉพาะยาเบาหวานและยาความดัน ให้ถามแพทย์ว่าช่วงป่วยต้องปรับอะไรไหม
ก่อนโทรหาแพทย์ เตรียมไว้ว่าอาการเริ่มวันไหน ไข้สูงสุดเท่าไร ค่าออกซิเจนปลายนิ้ว กินดื่มและปัสสาวะได้แค่ไหน มีคนในบ้านป่วยคล้ายกันไหม และรูปแผงยาทุกตัวที่ท่านกินอยู่ วิธีจัดยาให้เป็นระบบอยู่ใน ระบบจัดยาผู้สูงอายุที่บ้าน ถ้าลูกต้องทำงานหรือท่านเดินไม่ไหว อาจใช้ผู้ดูแลช่วยพาไปโรงพยาบาล อยู่ดูแลระหว่างรับบริการ และพากลับบ้าน ดู บริการพาไปโรงพยาบาลและเฝ้าไข้
4. ดูแลผู้สูงอายุเป็นไข้หวัดใหญ่ที่บ้าน ทำอะไรบ้างในแต่ละวัน
หลักใหญ่มี 4 เรื่อง คือ น้ำ อาหาร การพัก และการวัดแล้วจด ทั้งหมดนี้ไม่ได้ฆ่าเชื้อ แต่ช่วยไม่ให้ท่านทรุดลงจากการขาดน้ำ ขาดอาหาร หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ยังไม่แสดงอาการ

น้ำ: จิบบ่อย ดูสีปัสสาวะ
ไข้ทำให้เสียน้ำ และผู้สูงอายุมักไม่รู้สึกกระหายแม้ร่างกายขาดน้ำ ให้วางแก้วน้ำไว้ใกล้มือและชวนจิบทุกครั้งที่ท่านตื่น น้ำซุปใส น้ำข้าว หรือน้ำผลไม้เจือจางก็นับรวมได้ NHS ใช้สีปัสสาวะเป็นตัวช่วยดู ถ้าดื่มพอ ปัสสาวะควรเป็นสีเหลืองอ่อนหรือใส ข้อยกเว้นสำคัญคือท่านที่แพทย์จำกัดน้ำเพราะโรคหัวใจหรือโรคไต ให้ทำตามปริมาณที่แพทย์กำหนด และถามแพทย์ว่าช่วงมีไข้ต้องปรับหรือไม่
อาหาร: ทีละน้อย แต่บ่อยขึ้น
ช่วงไข้หวัดใหญ่ท่านมักเบื่ออาหาร ให้แบ่งเป็นมื้อเล็กหลายมื้อตลอดวัน เลือกอาหารนิ่ม อุ่น กลืนง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ไข่ตุ๋น ซุปฟักทอง เต้าหู้นิ่ม ท่านที่เป็นเบาหวานให้ถามแพทย์ว่าถ้ากินได้น้อยจะจัดยาอย่างไร และถ้ามีเครื่องตรวจน้ำตาลปลายนิ้วให้ตรวจตามที่แพทย์แนะนำ
พัก แต่ไม่ใช่นอนนิ่งทั้งวัน
ให้ท่านพักมาก ๆ แต่ช่วงที่ตื่นอยู่ให้ช่วยเปลี่ยนท่าเป็นระยะ นั่งหัวสูง หรือลุกเดินสั้น ๆ ในห้องถ้ายังเดินได้ปลอดภัย การนอนราบนิ่ง ๆ ทั้งวันทำให้เสมหะคั่งและกล้ามเนื้ออ่อนแรงเร็ว ช่วงที่ท่านมีไข้และอ่อนเพลีย ลุกจากเตียงแล้วหน้ามืดง่ายกว่าปกติ ให้มีคนอยู่ข้าง ๆ ทุกครั้งที่ท่านลุกเข้าห้องน้ำ
วัดและจดวันละหลายรอบ
ใช้สมุดเล่มเดียวจดเวลา อุณหภูมิ ชีพจร จำนวนครั้งที่หายใจใน 1 นาที ค่าออกซิเจนปลายนิ้ว ปริมาณที่กินดื่ม และจำนวนครั้งที่ปัสสาวะ อย่างน้อยเช้า บ่าย เย็น และก่อนนอน ตามคำอธิบายของ NHS อุณหภูมิตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไปถือเป็นไข้ ส่วนออกซิเจนปลายนิ้ว ค่าที่ผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนใหญ่ได้คือราว 95–100% ถ้าวัดได้ต่ำกว่า 94% ร่วมกับเหนื่อยหอบ ให้ติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาล และถ้าวัดซ้ำแล้วได้ 92% หรือต่ำกว่า ให้โทร 1669 วิธีวัดให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้อยู่ใน วิธีอ่านค่าเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วสำหรับผู้สูงอายุ
ถ้าท่านรู้สึกไม่สบายจากไข้ ให้ใส่เสื้อผ้าบาง เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น ไม่ห่มผ้าหนาหลายชั้น และไม่ใช้น้ำเย็นจัดที่ทำให้หนาวสั่น
5. ไข้หวัดใหญ่แยกตัวกี่วัน และป้องกันคนในบ้านอย่างไร
คำตอบที่ใช้ได้จริงคือ ให้ท่านพักแยกจนกว่าอาการดีขึ้นโดยรวม และไม่มีไข้ติดต่อกันอย่างน้อย 24 ชั่วโมงโดยไม่ได้ใช้ยาลดไข้ ตามคำแนะนำของ CDC ไม่ได้ใช้จำนวนวันตายตัว เพราะแต่ละคนหายไม่เท่ากัน และ หลังพ้นช่วงแยกแล้ว ยังต้องระวังต่ออีก 5 วัน เพราะยังแพร่เชื้อได้ คือใส่หน้ากากที่กระชับ เพิ่มอากาศสะอาด เว้นระยะ และเลี่ยงการใกล้ชิดคนในบ้านที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ถ้าไข้กลับมาหรืออาการแย่ลง ให้เริ่มแยกใหม่
ข้อมูลช่วงแพร่เชื้อจาก CDC ที่ช่วยให้วางแผนได้
- อาการมักเริ่มประมาณ 2 วันหลังได้รับเชื้อ (อยู่ในช่วง 1–4 วัน)
- เริ่มแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ประมาณ 1 วันก่อนมีอาการ
- แพร่เชื้อได้มากที่สุดใน 3 วันแรกของอาการ
- ยังตรวจพบเชื้อได้ถึงราว 5–7 วันหลังเริ่มป่วย และผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจแพร่เชื้อได้นานกว่านั้น
ผู้สูงอายุที่ซึมลงอาจไม่ได้มีไข้ชัด จึงต้องดูอาการโดยรวมประกอบด้วย ไม่ใช่ดูแค่ปรอท ถ้าไม่แน่ใจว่าสิ้นสุดการแยกตัวได้หรือยัง โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุอีกท่าน ให้ถามแพทย์ที่ดูแล

จัดบ้านช่วงที่ท่านป่วย
- ห้องแยก ให้ท่านพักในห้องที่มีหน้าต่างเปิดได้ ลดจำนวนคนที่เข้าออก ให้คนดูแลหลักเป็นคนเดิม 1–2 คน
- หน้ากาก CDC แนะนำให้ใส่หน้ากากโดยเฉพาะเวลาที่ต้องอยู่ใกล้กันแบบหันหน้าเข้าหากัน ถ้าท่านใส่ได้ไม่อึดอัดให้ใส่ด้วยเวลามีคนเข้ามาใกล้ ท่านที่หายใจลำบากอยู่แล้วไม่ต้องฝืน ให้คนดูแลใส่แทน
- ล้างมือ ทุกครั้งหลังแตะตัวท่าน หลังเก็บกระดาษทิชชูที่ท่านใช้ และหลังจับเสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอนของท่าน
- ทำความสะอาดพื้นผิว ที่จับบ่อย เช่น ราวเตียง ลูกบิดประตู รีโมต โทรศัพท์ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อตามฉลาก
- อากาศถ่ายเท CDC แนะนำให้เพิ่มอากาศบริสุทธิ์จากภายนอก หรือใช้เครื่องฟอกอากาศช่วย ก่อนเปิดหน้าต่างให้ดูค่าฝุ่นข้างนอกก่อน ถ้าวันนั้นฝุ่น PM2.5 สูง ให้ปิดหน้าต่างและใช้เครื่องฟอกอากาศแทน
- ของใช้แยก แก้วน้ำ ช้อน ผ้าเช็ดตัว ไม่ใช้ร่วมกัน ถังขยะในห้องควรมีฝาปิดสำหรับทิชชูที่ใช้แล้ว
บ้านที่ไม่มีห้องแยก
ให้จัดมุมที่ท่านนอนให้ห่างจากคนอื่นมากที่สุด เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทในวันที่ฝุ่นข้างนอกไม่สูง แยกเวลากินข้าว และให้คนในบ้านใส่หน้ากากเมื่ออยู่ใกล้ท่าน คนในบ้านที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอื่น เช่น หญิงตั้งครรภ์หรือผู้มีโรคเรื้อรัง ถ้าเริ่มมีอาการให้ปรึกษาแพทย์ของตนเองเช่นกัน
คนดูแลป้องกันตัวเอง
ใส่หน้ากากทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ล้างมือก่อนแตะหน้าตัวเอง นอนให้พอ และถ้าเริ่มมีไข้หรือเจ็บคอ ให้หาคนผลัดก่อนที่จะป่วยจนดูแลใครไม่ได้
6. แผนตัดสินใจ 3 ระดับ เมื่อผู้สูงอายุเป็นไข้หวัดใหญ่
ดูอาการที่หนักที่สุดที่ท่านมีอยู่ตอนนี้ แล้วทำตามระดับนั้น ถ้าไม่แน่ใจว่าอยู่ระดับไหน ให้ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าหนึ่งขั้น เกณฑ์ระดับบนสุดอ้างอิงสัญญาณเตือนฉุกเฉินของ CDC และ NHS
ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที
- หายใจลำบาก หอบเหนื่อยจนพูดไม่เป็นประโยค หรือวัดออกซิเจนปลายนิ้วซ้ำแล้วได้ 92% หรือต่ำกว่า
- เจ็บแน่นหน้าอกหรือปวดท้องไม่หาย หรือเจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- ไอเป็นเลือด
- ซึมจนปลุกยาก มึนงงไม่หาย สับสนขึ้นมาใหม่ หรือชัก
- ริมฝีปาก ลิ้น หรือผิวซีดเขียวคล้ำ
- ไม่ปัสสาวะเลย
- อ่อนแรงมากจนยืนหรือนั่งทรงตัวไม่ได้ หรือปวดกล้ามเนื้อรุนแรง
- ไข้หรือไอที่ดีขึ้นแล้วกลับมาแย่ลงอีก หรือโรคประจำตัวแย่ลงชัดเจน เช่น เหนื่อยหรือบวมมากขึ้นในท่านที่เป็นโรคหัวใจ (CDC จัดเป็นสัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที)
โทร 1669 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง วิธีเตรียมข้อมูลก่อนโทรอยู่ใน แผนรับมือเหตุฉุกเฉินและการโทร 1669 สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ
โทรปรึกษาพยาบาลภายในวันนี้
- สงสัยไข้หวัดใหญ่และยังไม่ได้พบแพทย์ โดยเฉพาะถ้าเพิ่งเริ่มมีอาการไม่เกิน 2 วัน
- วัดออกซิเจนปลายนิ้วต่ำกว่า 94% แต่ยังไม่ถึง 92% และยังพูดเป็นประโยคได้ ให้ติดต่อแพทย์โดยเร็ว ไม่รอถึงเย็น
- ดื่มน้ำได้น้อยมาก ปัสสาวะน้อยลงชัดเจน หรือปัสสาวะสีเข้ม
- ท่านที่เป็นเบาหวานวัดน้ำตาลได้สูงหรือต่ำกว่าเป้าที่แพทย์ให้ไว้ แต่ยังรู้ตัวดี
- ซึมกว่าเมื่อวาน กินน้อยลงมาก แต่ยังปลุกตื่นและพูดคุยได้
- อาการไม่ดีขึ้นเลยหลังผ่านไป 7 วัน
ดูแลต่อที่บ้านได้ · เฝ้าดูใกล้ชิด
- พบแพทย์แล้วและได้รับแผนการดูแล ท่านรู้ตัวดี หายใจสบาย พูดคุยได้ตามปกติ
- จิบน้ำและกินอาหารอ่อนได้ ปัสสาวะสีเหลืองอ่อน
- ไข้ค่อย ๆ ลดลง ไอมีบ้าง แต่ไม่เหนื่อยเพิ่ม
ระดับนี้ไม่ได้แปลว่าปล่อยไว้เฉย ๆ แต่คือวัดและจดตามหัวข้อ 4 อย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งในระดับที่สูงกว่า ให้ทำตามระดับนั้นทันที
7. ผู้ป่วยติดเตียงเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ต้องระวังอะไรเพิ่ม
ท่านที่ติดเตียงต้องระวังเรื่องปอดเป็นพิเศษ เพราะไอได้ไม่แรง กลืนได้ไม่ดี และนอนอยู่ท่าเดิมนาน เสมหะจึงคั่งและสำลักลงปอดได้ง่ายช่วงป่วย
- ท่านที่ให้อาหารทางสาย ยกศีรษะสูงประมาณ 30–45 องศาตลอดการให้อาหาร และคงท่าไว้ต่ออีก 30–60 นาทีหลังให้อาหาร ตามที่ทีมรักษาวางแผนไว้
- ท่านที่กินทางปากแต่กลืนลำบาก ให้ใช้ท่านั่งและเนื้ออาหารตามที่แพทย์หรือนักแก้ไขการพูดกำหนด การยกศีรษะอย่างเดียวไม่พอ
- พลิกตัวตามรอบ ช่วงมีไข้ผิวอับชื้นง่าย และการเปลี่ยนท่าช่วยให้ปอดแต่ละส่วนได้ขยาย
- ดูแลช่องปากทุกวัน แปรงฟันหรือเช็ดช่องปากและลิ้น ลดคราบที่อาจถูกสำลักลงปอด
- สังเกตการหายใจและเสมหะ ถ้าเห็นท่านหายใจเร็วหรือแรงขึ้น อกบุ๋ม มีเสียงครืดคราดในลำคอชัดเจน หรือเสมหะเหนียวจนไอไม่ออก ให้ติดต่อพยาบาลภายในวันนี้ การดูดเสมหะต้องทำโดยคนที่ผ่านการฝึกแล้วเท่านั้น
- ท่านที่ให้อาหารทางสาย ถามพยาบาลเรื่องปริมาณน้ำที่ควรเพิ่มช่วงมีไข้ ไม่เพิ่มเอง
สัญญาณเตือนการติดเชื้ออื่น ๆ ในผู้สูงอายุติดเตียง ทั้งปัสสาวะและแผลกดทับ อยู่ใน ผู้ป่วยติดเตียงไข้ขึ้น ซึมลง ปัสสาวะขุ่น แบบไหนดูที่บ้านได้
8. หายแล้ว วางแผนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ผู้สูงอายุสำหรับปีถัดไป
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ทุกครั้ง แต่เป้าหมายของการฉีดตามแนวทางของกรมควบคุมโรค คือ ลดความรุนแรงของการป่วยและการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน เพราะสายพันธุ์ไวรัสในวัคซีนเปลี่ยนไปตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในแต่ละปี จึงต้องฉีดซ้ำทุกปี
ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569 ตามแนวทางการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ปี 2569 ของกรมควบคุมโรค
- ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุนวัคซีน ร่วมกับผู้มีโรคเรื้อรังบางกลุ่ม เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไตวาย และเบาหวาน
- ช่วงรณรงค์ปี 2569 คือ 1 พฤษภาคม ถึง 31 สิงหาคม 2569 บริการแบบมาก่อนได้ก่อนจนกว่าวัคซีนที่หน่วยบริการได้รับจัดสรรจะหมด ตอนนี้ผ่านช่วงรณรงค์หลักแล้ว ให้โทรถามหน่วยบริการใกล้บ้านหรือสายด่วน สปสช. 1330 ก่อนว่ายังมีวัคซีนเหลือไหม หรือวางแผนรับในรอบปีหน้า
- ผู้ประกันตนอายุ 50 ปีขึ้นไป ตามแนวทางเดียวกันระบุว่าสำนักงานประกันสังคมจัดบริการให้อีกทางหนึ่ง
ฉีดวัคซีนหลังหายป่วยได้เมื่อไร แนวทางเดียวกันกำหนดให้เลื่อนการฉีดออกไปถ้าท่านกำลังมีไข้หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน เพิ่งหายจากการเจ็บป่วยเฉียบพลันมาไม่เกิน 7 วัน หรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาไม่เกิน 14 วัน รวมถึงท่านที่โรคประจำตัวยังคุมไม่ได้ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
ท่านที่เดินทางลำบาก ใช้บริการพาไปโรงพยาบาลเพื่อไปฉีดวัคซีนหรือพบแพทย์ตามนัดได้ (ทีม KIN HomeCare ไม่ได้ให้บริการฉีดวัคซีนที่บ้าน) เคล็ดลับอยู่ใน คู่มือพาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล
ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ
- รอให้ไข้สูงก่อนค่อยพาไปหาหมอ ยาต้านไวรัสได้ผลดีเมื่อเริ่มเร็ว ภายใน 2 วันหลังมีอาการ ถ้ารอจนไข้สูงหรือหอบ อาจเลยช่วงที่ยาช่วยได้มากที่สุดไปแล้ว
- ให้ยาปฏิชีวนะที่เหลือในบ้าน ไม่ช่วยกับเชื้อไวรัส และอาจเกิดผลข้างเคียงโดยไม่จำเป็น
- คิดว่าไข้ลดแล้วคือหาย ถ้าไข้หรือไอกลับมาแย่ลงหลังดีขึ้นไปแล้ว เป็นสัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นปอดอักเสบตามมา
- ให้ท่านนอนนิ่งทั้งวันและงดน้ำเพราะกลัวลุกเข้าห้องน้ำบ่อย ทำให้ขาดน้ำ เสมหะเหนียว และกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนลุกไม่ไหวหลังหายป่วย
- ให้หลานเล็ก ๆ เข้าไปกอดหรือนอนด้วย ช่วง 3 วันแรกของอาการเป็นช่วงแพร่เชื้อได้มากที่สุด ให้คุยผ่านประตูหรือวิดีโอคอลแทน
- คนดูแลคนเดียวรับทุกอย่าง จนป่วยตาม แล้วบ้านไม่มีใครดูแลต่อ ควรวางแผนคนผลัดตั้งแต่วันแรก
เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย
ไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่ดูแลต่อที่บ้านได้เมื่อแพทย์ประเมินแล้ว แต่ช่วงสัปดาห์แรกต้องมีคนอยู่ข้างท่านแทบตลอด คอยวัด จด ป้อนน้ำ และสังเกตการหายใจ ถ้าลูกหลานต้องทำงาน หรือคนในบ้านเริ่มป่วยกันเอง ทีมมืออาชีพช่วยแบ่งภาระได้ ทั้งนี้ บริการที่บ้านไม่ใช่ทางแทนการพบแพทย์หรือห้องฉุกเฉิน ถ้าอาการเข้าระดับโทร 1669 ให้โทรก่อนเสมอ
- นักบริบาลช่วงที่ท่านป่วย ช่วยป้อนน้ำและอาหาร เช็ดตัว พลิกตัว พาเข้าห้องน้ำ วัดสัญญาณชีพ และจดอาการให้ครอบครัวทุกวัน โดยใส่หน้ากากและล้างมือตามหลักป้องกันการติดเชื้อ กะ 12 ชั่วโมง (08:00–20:00 หรือ 20:00–08:00) 1,800 บาทต่อวัน หรือกะ 24 ชั่วโมงแบบอยู่ประจำ 1 ท่าน 2,500 บาทต่อวัน ขั้นต่ำ 3 วัน มัดจำ 2,000 บาท ดูรายละเอียดที่ นักบริบาลดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
- พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้าน ประเมินอาการ ฟังปอด ดูว่าควรพบแพทย์เร็วแค่ไหน และสอนครอบครัวสังเกตอาการต่อ 1,800 บาทต่อครั้ง หรือพยาบาลวิชาชีพเฝ้าดูทั้งกะ 12 ชั่วโมง 3,500 บาทต่อวัน สำหรับช่วงที่อาการยังไม่นิ่ง ดูที่ พยาบาลถึงบ้าน
- พาไปโรงพยาบาล ผู้ดูแลรับจากบ้าน อยู่ด้วยตลอด และพากลับ 1,800 บาทต่อ 8 ชั่วโมง เกินคิดชั่วโมงละ 200 บาท ค่ารถคิดแยก ถ้าใช้รถพยาบาลของ KIN เริ่ม 2,000 บาทตามระยะทาง (ไม่รวมค่ารักษา ค่ายา และค่าที่จอดรถ)
คำถามที่พบบ่อย
ผู้สูงอายุเป็นไข้หวัดใหญ่ ต้องไปหาหมอไหม
ควรติดต่อแพทย์ตั้งแต่วันแรกที่สงสัย เพราะผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และยาต้านไวรัสได้ผลดีเมื่อเริ่มเร็ว ภายใน 2 วันหลังมีอาการ ถ้าหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก ซึมจนปลุกยาก หรือสับสนใหม่ ให้โทร 1669 ทันที
ไข้หวัดใหญ่แยกตัวกี่วัน
ให้แยกจนกว่าอาการดีขึ้นโดยรวมและไม่มีไข้ติดต่อกันอย่างน้อย 24 ชั่วโมงโดยไม่ใช้ยาลดไข้ ตามคำแนะนำของ CDC แล้วระวังต่ออีก 5 วัน เช่น ใส่หน้ากากและเลี่ยงใกล้ชิดคนกลุ่มเสี่ยง ช่วงที่แพร่เชื้อได้มากที่สุดคือ 3 วันแรกของอาการ และอาจแพร่ต่อได้ถึงราว 5–7 วัน ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจนานกว่านั้น ให้ถามแพทย์ประกอบ
ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ ซื้อยาต้านไวรัสกินเองได้ไหม
ไม่ควร ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ต้องให้แพทย์ประเมินและสั่งจ่าย เพื่อเลือกยาให้เหมาะกับโรคประจำตัวและยาที่ท่านกินอยู่ ส่วนยาปฏิชีวนะไม่ได้ฆ่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ จึงไม่ควรให้ยาที่เหลือในบ้านเอง
ผู้ป่วยติดเตียงเป็นไข้หวัด ต้องระวังอะไร
ระวังเรื่องปอดเป็นหลัก จัดท่าศีรษะสูงเวลาให้อาหาร พลิกตัวตามรอบ ดูแลช่องปาก และสังเกตการหายใจ ถ้าเสมหะเหนียวไอไม่ออก หายใจเร็วขึ้น หรือซึมลงจากเมื่อวาน ให้ติดต่อพยาบาลภายในวันนี้ ถ้าหอบจนพูดไม่ได้หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ ให้โทร 1669
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ผู้สูงอายุ ฟรีไหม ปี 2569
ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569 ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ สปสช. สนับสนุนวัคซีน ช่วงรณรงค์ปี 2569 คือ 1 พฤษภาคม ถึง 31 สิงหาคม 2569 แบบมาก่อนได้ก่อนจนวัคซีนหมด ก่อนเดินทางให้โทรถามหน่วยบริการใกล้บ้านหรือสายด่วน สปสช. 1330 ว่ายังมีวัคซีนหรือไม่
เพิ่งหายไข้หวัดใหญ่ ฉีดวัคซีนได้เลยไหม
ยังไม่ควรฉีดทันที แนวทางของกรมควบคุมโรคให้เลื่อนการฉีดถ้ากำลังมีไข้ เพิ่งหายจากการเจ็บป่วยเฉียบพลันไม่เกิน 7 วัน หรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาลไม่เกิน 14 วัน ให้ปรึกษาแพทย์ว่าควรฉีดเมื่อไร
ปรึกษาทีม KIN HomeCare
ถ้าคุณพ่อคุณแม่เริ่มป่วยด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ให้ติดต่อแพทย์ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วถ้าครอบครัวต้องการคนช่วยดูแลที่บ้านช่วงที่ท่านป่วย ต้องการพยาบาลไปประเมินอาการ หรือต้องการคนพาไปโรงพยาบาล โทรมาเล่าอาการพร้อมตัวเลขที่จดไว้ได้ เจ้าหน้าที่จะช่วยดูว่าควรเริ่มจากบริการแบบไหน การปรึกษาทางโทรศัพท์ใช้แทนการตรวจโดยแพทย์ไม่ได้
- นักบริบาล พยาบาลเยี่ยมบ้าน และพาไปโรงพยาบาล โทร 061-881-9399
- LINE @KINHOMECARE
- ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน เริ่มงานปกติภายใน 2–3 วัน มีโปรไฟล์ผู้ดูแลให้ดูก่อน ต่างจังหวัดสอบถามก่อนว่าพื้นที่ของท่านจัดทีมได้หรือไม่ ค่าเดินทางตามพื้นที่ เจ้าหน้าที่แจ้งก่อนยืนยันงาน
ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่
เขียนโดย พว.อรฤทัย บุญตวง (ว.5311192883) · ตรวจทานโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ (ว.40854) · ราคาอ้างอิงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ





