พาผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบินให้ราบรื่น เริ่มจากถามแพทย์ว่าท่านพร้อมเดินทางหรือยัง แล้วขอบริการรถเข็นกับสายการบินตั้งแต่ตอนจองตั๋ว บางสายการบินกำหนดให้แจ้งอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนบิน เลือกรหัสบริการให้ตรงกับความสามารถของท่าน ใส่ยาประจำตัวทั้งหมดไว้ในกระเป๋าถือพร้อมรายการยา และถ้าท่านเพิ่งผ่าตัด เพิ่งออกจากโรงพยาบาล อาการยังไม่คงที่ หรือต้องใช้ออกซิเจนบนเครื่อง ต้องให้แพทย์กรอกแบบฟอร์ม MEDIF และรอสายการบินอนุมัติก่อน นโยบายและค่าบริการของแต่ละสายการบินไม่เหมือนกัน ทุกข้อในบทความนี้จึงต้องยืนยันกับสายการบินที่จะใช้อีกครั้งเสมอ
งานแต่งหลาน ทริปครอบครัว หรือกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดต่างจังหวัด เป็นเหตุผลที่ดีที่คุณพ่อคุณแม่อยากเดินทาง แต่ภาพจริงในวันบินมักไม่ง่าย ท่านยังเดินได้แต่เดินไกลไม่ไหว สนามบินกว้าง ประตูขึ้นเครื่องอยู่สุดทาง คิวตรวจค้นยาว หลายบ้านไม่รู้ว่าขอรถเข็นล่วงหน้าได้ จึงปล่อยให้ท่านเดินจนหมดแรงตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเครื่อง หรือเผลอใส่ยาไว้ในกระเป๋าโหลดแล้วเที่ยวบินล่าช้า บทความนี้ไล่ให้ตั้งแต่ก่อนจองตั๋ว การขอรถเข็น รถเข็นของตัวเอง ยาและเอกสาร กรณีเพิ่งผ่าตัดหรือใช้ออกซิเจน ช่วงบนเครื่อง จนถึงปลายทาง พร้อมคำตอบว่าท่านเดินทางคนเดียวได้ไหม
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ขึ้นเครื่องบินได้ ถ้ามีโรคประจำตัว เพิ่งเจ็บป่วย หรือไม่แน่ใจ ให้ถามแพทย์ก่อนจองตั๋ว
- ขอบริการรถเข็นตั้งแต่ตอนจอง บางสายการบินกำหนดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนบิน และบางสายการบินอาจเก็บค่าบริการ
- รหัสบริการมี 3 แบบ WCHR เดินไกลไม่ไหว WCHS ขึ้นลงบันไดไม่ได้ WCHC เคลื่อนไหวเองไม่ได้
- ยาประจำตัวทุกชนิดใส่กระเป๋าถือพร้อมรายการยา ยาน้ำเกิน 100 มล. ต้องมีใบรับรองแพทย์หรือฉลากยาที่ระบุชื่อผู้โดยสาร
- เพิ่งผ่าตัด เพิ่งออกจากโรงพยาบาล อาการยังไม่คงที่ หรือใช้ออกซิเจนบนเครื่อง ต้องมีแบบฟอร์ม MEDIF ที่สายการบินอนุมัติแล้ว
- บนเครื่องให้จิบน้ำ ขยับข้อเท้าเป็นระยะ และพาเข้าห้องน้ำก่อนขึ้นเครื่องเสมอ
1. ผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบินได้ไหม ประเมินความพร้อมก่อนจอง
ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ขึ้นเครื่องบินได้ ความพร้อมของร่างกายสำคัญกว่าตัวเลขอายุ ถ้าท่านมีโรคประจำตัวที่ยังคุมไม่ได้ เพิ่งเจ็บป่วย หรือครอบครัวไม่แน่ใจ ให้ถามแพทย์ประจำตัวก่อนจองตั๋ว ไม่ใช่หลังจองแล้ว
กรณีที่ต้องถามแพทย์ก่อนจอง
- เพิ่งผ่าตัด หรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาล
- อาการยังไม่คงที่ เช่น เพิ่งปรับยา หรือมีอาการใหม่ที่ยังไม่ได้ให้แพทย์ดู
- ใช้ออกซิเจนที่บ้าน หรือมีโรคหัวใจหรือโรคปอดที่ทำให้เหนื่อยง่าย
- ฉีดอินซูลิน ต้องวางแผนเวลาฉีดและมื้ออาหารระหว่างเดินทาง
- มีภาวะหลงลืมหรือสับสน ซึ่งการเดินทางไกลในที่คนพลุกพล่านอาจทำให้ท่านกังวลมากขึ้น
คำถามที่ควรถามแพทย์
- ท่านเดินทางด้วยเครื่องบินได้ไหม และช่วงไหนเหมาะ
- ต้องมีเอกสารทางการแพทย์หรือต้องกรอกแบบฟอร์ม MEDIF ไหม
- ถ้าเวลาเที่ยวบินตรงกับเวลายา จะกินหรือฉีดอย่างไร
- ควรเตรียมยาสำรองไปเท่าไร เผื่อเที่ยวบินล่าช้า
- มีอาการอะไรบ้างที่ถ้าเกิดก่อนวันบิน ควรเลื่อนการเดินทาง
เอกสารทางการแพทย์ทุกชนิดต้องออกโดยแพทย์ที่ตรวจท่าน ถ้าลูกหลานลางานพาไปตรวจไม่ได้ ดูทางเลือกในหัวข้อ "เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย"
2. ขอรถเข็นที่สนามบินอย่างไร และรหัสแบบไหนเหมาะกับท่าน
ขอบริการรถเข็นได้จากสายการบินตั้งแต่ตอนจองตั๋ว ผ่านเว็บไซต์ แอป หรือศูนย์บริการลูกค้าของสายการบิน ถ้าจองไปแล้วให้แจ้งเพิ่มโดยเร็ว บางสายการบินกำหนดให้แจ้งอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนบิน สายการบินอื่นให้เช็กเงื่อนไขเอง
รหัสบริการรถเข็น 3 แบบ
- WCHR เดินระยะไกลไม่ไหว แต่ขึ้นลงบันไดและเดินไปถึงที่นั่งบนเครื่องเองได้
- WCHS ขึ้นลงบันไดไม่ได้ แต่เดินในห้องโดยสารไปถึงที่นั่งได้
- WCHC เคลื่อนไหวเองไม่ได้ ต้องมีคนช่วยจนถึงที่นั่ง
เลือกตามความสามารถของท่านในวันที่เหนื่อยที่สุด ไม่ใช่วันที่แข็งแรงที่สุด เพราะวันเดินทางมักต้องตื่นเช้า รอนาน และบางเที่ยวบินอาจต้องขึ้นลงเครื่องด้วยบันไดหรือรถบัส ถ้าไม่แน่ใจระหว่างสองรหัส ให้เล่าความสามารถของท่านตามจริงแล้วให้เจ้าหน้าที่สายการบินช่วยเลือก
ขั้นตอนขอรถเข็นทีละข้อ
- แจ้งตอนจองว่าผู้โดยสารต้องการบริการรถเข็น และระบุรหัสให้ตรง
- ขอให้ครอบคลุมทุกช่วง ทั้งขาไป ขากลับ และเที่ยวบินต่อเครื่อง
- ถามค่าบริการให้ชัด บางสายการบิน โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ อาจเก็บค่าบริการรถเข็น
- เก็บหลักฐานการขอไว้ในโทรศัพท์
- วันเดินทาง แจ้งซ้ำที่เคาน์เตอร์เช็กอิน และไปถึงสนามบินเผื่อเวลามากกว่าปกติ
สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต มีบริการช่วยเหลือผู้โดยสารที่เคลื่อนไหวลำบาก การประสานงานทำผ่านสายการบินที่ท่านเดินทาง จึงควรแจ้งสายการบินให้ครบตั้งแต่ต้น
3. รถเข็นขึ้นเครื่องบินได้ไหม และเตรียมรถเข็นของตัวเองอย่างไร
โดยทั่วไปนำรถเข็นของตัวเองไปได้ ส่วนใหญ่ต้องโหลดใต้ท้องเครื่อง และต้องแจ้งขนาดกับน้ำหนักของรถเข็นให้สายการบินทราบล่วงหน้า ส่วนจะมีค่าใช้จ่ายหรือนับรวมกับน้ำหนักสัมภาระหรือไม่ ขึ้นกับสายการบิน ให้ถามตอนจอง
- วัดขนาดรถเข็นทั้งตอนกางและตอนพับ ชั่งน้ำหนัก แล้วถ่ายรูปเก็บไว้
- ถามสายการบินว่าท่านนั่งรถเข็นของตัวเองไปถึงประตูขึ้นเครื่องได้ไหม หรือต้องเปลี่ยนเป็นรถเข็นของสนามบินตั้งแต่เคาน์เตอร์
- ถอดชิ้นส่วนที่หลุดง่าย เช่น เบาะรองนั่ง ถุงข้างรถ ใส่กระเป๋าถือ
- ติดป้ายชื่อและเบอร์โทรไว้ที่รถเข็น
- ถ้าเป็นรถเข็นไฟฟ้า ให้แจ้งสายการบินตั้งแต่ตอนจองและถามเงื่อนไขให้ชัด
- ถึงปลายทาง ตรวจรถเข็นทันทีที่ได้รับคืน ถ้ามีความเสียหายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนออกจากสนามบิน
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังไม่มีรถเข็นของตัวเอง การเช่ามาใช้ก่อนวันเดินทางช่วยให้ท่านคุ้นกับการนั่ง และครอบครัวได้ฝึกเข็น พับ และยกขึ้นรถ อ่านวิธีเลือกได้ใน คู่มือเลือกและเช่ารถเข็น
4. เตรียมยาและเอกสารอะไรบ้าง
ยาประจำตัวทุกชนิดต้องอยู่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ไม่ใส่กระเป๋าโหลด พร้อมรายการยาและเอกสารสำคัญ ส่วนยาน้ำที่เกิน 100 มล. นำขึ้นเครื่องได้ถ้ามีใบรับรองแพทย์หรือฉลากยาที่ระบุชื่อผู้โดยสาร ตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
เช็กลิสต์ยา
- ยาทุกชนิดอยู่ในซองหรือขวดเดิมที่มีฉลาก
- ยาสำรองเผื่อเที่ยวบินล่าช้า ตามจำนวนที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ
- รายการยาเขียนชื่อยา ขนาดยา และเวลากิน ทั้งฉบับกระดาษและรูปในโทรศัพท์
- ยาที่อาจต้องใช้เร่งด่วน เช่น ยาพ่น วางในช่องที่หยิบได้ทันที
- อินซูลินอยู่ในกระเป๋าถือเสมอ อย่าให้ร้อนเกินหรือเย็นจนแข็ง อ่านวิธีเก็บได้ใน ดูแลผู้สูงอายุเบาหวานที่บ้าน
- แยกยาตามมื้อใส่กล่องจัดยา จะได้ไม่ต้องเปิดหลายขวดบนเครื่อง ดูวิธีจัดใน ระบบจัดยาผู้สูงอายุที่บ้าน
เอกสารที่ควรพกติดตัว
- บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
- บัตรข้อมูลสุขภาพ ได้แก่ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ ประวัติแพ้ยา เบอร์ญาติ และเบอร์แพทย์ประจำตัว
- เอกสารจากแพทย์ และแบบฟอร์ม MEDIF ที่สายการบินอนุมัติแล้ว ถ้ามี
- หลักฐานการขอบริการรถเข็น
5. เพิ่งผ่าตัด ใช้ออกซิเจน หรืออาการยังไม่คงที่ ต้องทำอะไรเพิ่ม
ท่านที่เพิ่งผ่าตัด เพิ่งออกจากโรงพยาบาล อาการยังไม่คงที่ หรือต้องใช้ออกซิเจนหรือเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาบนเครื่อง ต้องให้แพทย์กรอกแบบฟอร์ม MEDIF แล้วรอสายการบินอนุมัติก่อนเดินทาง ห้ามจองแล้วไปลุ้นเอาที่สนามบิน
- ขอแบบฟอร์ม MEDIF จากสายการบินที่จะใช้
- นัดแพทย์ที่ดูแลท่านให้กรอกแบบฟอร์ม
- ส่งกลับให้สายการบินตามช่องทางที่กำหนด โดยเผื่อเวลาให้มาก
- รอผลอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วพิมพ์ติดตัวไปด้วย
- เรื่องออกซิเจนบนเครื่อง เงื่อนไขและอุปกรณ์ที่ใช้ได้ต่างกันในแต่ละสายการบิน ให้ถามพร้อมกับตอนขอแบบฟอร์ม
ถ้าได้ผลอนุมัติไม่ทันวันบิน การเลื่อนเที่ยวบินปลอดภัยกว่าการเสี่ยงไปโดยไม่มีเอกสาร
6. บนเครื่อง จัดการห้องน้ำ ขยับขา และดื่มน้ำอย่างไร
บนเครื่อง เป้าหมายคือให้ท่านสบาย ไม่ขาดน้ำ และไม่นั่งนิ่งนานเกินไป ให้พาเข้าห้องน้ำก่อนขึ้นเครื่อง จิบน้ำสม่ำเสมอ และขยับข้อเท้าเป็นระยะตลอดเที่ยวบิน
ห้องน้ำบนเครื่อง
- พาเข้าห้องน้ำก่อนขึ้นเครื่องทุกครั้ง แม้ท่านจะบอกว่ายังไม่ปวด
- ห้องน้ำบนเครื่องแคบและประตูเล็ก ถ้าท่านเดินในห้องโดยสารไม่ได้ ให้ถามสายการบินล่วงหน้าว่าช่วยได้แบบไหน
- ขอที่นั่งริมทางเดินใกล้ห้องน้ำตั้งแต่ตอนจอง ถ้าสายการบินจัดให้ได้
- ท่านที่กลั้นปัสสาวะได้ไม่นาน ใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกงและเตรียมชุดเปลี่ยน อ่านวิธีเลือกใน คู่มือเลือกผ้าอ้อมผู้ใหญ่
- อย่าให้ท่านงดดื่มน้ำเพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าห้องน้ำ
ขยับขาและดื่มน้ำ
- ระหว่างนั่ง หมุนข้อเท้าและกระดกปลายเท้าขึ้นลงเป็นระยะ
- ถ้าท่านเดินได้และสัญญาณรัดเข็มขัดดับแล้ว ให้ลุกยืนหรือเดินสั้น ๆ โดยมีคนประคอง
- จิบน้ำเปล่าสม่ำเสมอ และเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ถ้าแพทย์เคยบอกว่าท่านเสี่ยงเรื่องลิ่มเลือด ให้ถามแพทย์ก่อนเดินทางว่าต้องป้องกันเพิ่มอย่างไร
- เตรียมเสื้อคลุมและถุงเท้า เพราะในห้องโดยสารอาจเย็น
- ถ้าหูอื้อตอนเครื่องขึ้นหรือลง ให้ท่านกลืนน้ำลายหรือจิบน้ำ
7. สัมภาระและการเตรียมตัวที่ปลายทาง
จัดสัมภาระให้เบา แยกกระเป๋าใบเล็กสำหรับของที่ท่านต้องใช้ระหว่างทาง และจองรถเข็นขาลง รถรับจากสนามบิน และที่พักที่เข้าถึงง่ายไว้ก่อนออกเดินทาง
กระเป๋าใบเล็กติดตัวท่าน
- ยาและรายการยา
- เอกสารสำคัญ
- แว่นตา เครื่องช่วยฟังและแบตเตอรี่สำรอง
- เสื้อคลุม ถุงเท้า
- ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ชุดเปลี่ยน และทิชชู่เปียก ถ้าจำเป็น
- ขนมหรืออาหารว่าง ซึ่งสำคัญมากสำหรับท่านที่เป็นเบาหวาน
ที่ปลายทาง
- ตรวจว่ารถเข็นขาลงถูกจองไว้แล้ว
- รถรับจากสนามบินควรขึ้นลงง่ายและมีที่ใส่รถเข็น
- ที่พักควรเป็นชั้นล่างหรือมีลิฟต์ ห้องน้ำมีราวจับ และเตียงไม่สูงหรือต่ำเกินไป
- วันแรกให้ท่านพักผ่อน ไม่จัดกิจกรรมแน่น
8. ผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบินคนเดียวได้ไหม
ได้ ถ้าท่านสื่อสารได้ดี และช่วยเหลือตัวเองเรื่องกิน เข้าห้องน้ำ และกินยาได้ บริการรถเข็นของสายการบินช่วยเรื่องการเคลื่อนที่ในสนามบินและการขึ้นลงเครื่อง แต่อย่าคาดหวังให้ลูกเรือช่วยเรื่องส่วนตัว เช่น พาเข้าห้องน้ำ ป้อนอาหาร หรือให้ยา ถ้าท่านต้องการความช่วยเหลือเหล่านี้ ควรมีคนในครอบครัวเดินทางไปด้วย และถามสายการบินให้ชัดว่าช่วยได้แค่ไหน
เช็กลิสต์ก่อนให้ท่านเดินทางคนเดียว
- ท่านบอกชื่อ จุดหมาย และเบอร์ลูกหลานได้เอง
- ท่านใช้โทรศัพท์ได้ และแบตเตอรี่เต็ม
- มีบัตรข้อมูลสุขภาพติดตัว
- มีคนส่งถึงเคาน์เตอร์เช็กอิน และมีคนรอรับที่ปลายทาง
- ท่านที่มีภาวะหลงลืมหรือสับสน ไม่ควรเดินทางคนเดียว
สิ่งที่ทีม KIN HomeCare ช่วยได้เต็มที่คือช่วงก่อนออกเดินทางและหลังกลับถึงบ้าน ตามหัวข้อด้านล่าง
ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ
- ไม่ขอรถเข็นล่วงหน้า ท่านต้องเดินไกลจนหมดแรงก่อนขึ้นเครื่อง แก้ด้วยการขอตั้งแต่ตอนจองให้ครบทุกช่วง
- ใส่ยาไว้ในกระเป๋าโหลด ถ้ากระเป๋าล่าช้าหรือเที่ยวบินดีเลย์ ท่านจะไม่มียา แก้ด้วยการใส่ยาทุกชนิดในกระเป๋าถือ
- เลือกรหัสรถเข็นตามวันที่ท่านแข็งแรงที่สุด ระหว่างทางความช่วยเหลือไม่พอ แก้ด้วยการเลือกตามวันที่ท่านเหนื่อยที่สุด
- จองเที่ยวบินเช้ามืดหรือต่อเครื่องกระชั้น ท่านเหนื่อยสะสม แก้ด้วยการเลือกเวลาที่ท่านได้พักพอและเผื่อเวลาต่อเครื่อง
- ให้ท่านงดน้ำเพื่อลดการเข้าห้องน้ำ เสี่ยงขาดน้ำ แก้ด้วยการเข้าห้องน้ำก่อนขึ้นเครื่องและจิบน้ำสม่ำเสมอ
- คิดว่าเพิ่งผ่าตัดไม่เป็นไร ถ้าไม่มีแบบฟอร์ม MEDIF ที่อนุมัติแล้ว ท่านอาจเดินทางไม่ได้ในวันจริง แก้ด้วยการถามแพทย์และสายการบินตั้งแต่ก่อนจอง
เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้เดินไกลมานาน ขาไม่ค่อยมีแรง ยังไม่มีรถเข็น หรือต้องไปตรวจกับแพทย์ก่อนเดินทางแต่ลูกหลานลางานไม่ได้ ทีม KIN HomeCare ช่วยให้ท่านพร้อมก่อนออกเดินทางได้ ทางเลือกที่ไม่เสียเงินก็มี เช่น ยืมรถเข็นจากญาติหรือชุมชน และพาท่านเดินออกกำลังเบา ๆ ทุกวันตามที่แพทย์อนุญาต
- เช่ารถเข็นรุ่น AR-200 ใช้ฝึกนั่ง ฝึกเข็น และพับขึ้นรถก่อนวันเดินทาง รายวัน 900 บาท รายสัปดาห์ 1,600 บาท รายเดือน 3,000 บาท มัดจำ 9,400 บาท จัดส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าจัดส่ง 1,200 บาทต่อเที่ยว ถ้าตั้งใจจะนำรถเข็นเช่าติดตัวไปด้วย ให้แจ้งทีมตอนเช่าเพื่อตรวจเงื่อนไขก่อน ดูรุ่นอื่นได้ที่ เช่าอุปกรณ์การแพทย์
- พาไปตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง ผู้ดูแลรับท่านที่บ้าน อยู่ด้วยตลอดระหว่างพบแพทย์ และพากลับ 1,800 บาท ระยะเวลา 8 ชั่วโมง เกินคิดชั่วโมงละ 200 บาท ค่ารถคิดแยก ดูที่ บริการพาไปโรงพยาบาล
- กายภาพบำบัดที่บ้านก่อนทริปยาว นักกายภาพฝึกการเดิน การลุกนั่ง การขึ้นลงบันได และความทนทาน ให้ท่านเดินทางได้ไม่เหนื่อยเกินไป 1,800 บาทต่อครั้ง ครั้งแรก 1,500 บาท ถึง 31 ธันวาคม 2569 แพ็กเกจ 10 ครั้ง 15,000 บาท ดูที่ กายภาพบำบัดที่บ้าน
ถ้าท่านจะไปพักบ้านญาติต่างจังหวัดหลายสัปดาห์และต้องมีคนดูแลที่บ้านปลายทาง ปรึกษาทีมได้ เพราะบริการดูแลถึงบ้านของ KIN HomeCare ครอบคลุมทั่วประเทศ ค่าเดินทางตามพื้นที่ เจ้าหน้าที่แจ้งก่อนยืนยันงาน
คำถามที่พบบ่อย
ผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบินได้ไหม
ได้ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ขึ้นเครื่องบินได้ ความพร้อมของร่างกายสำคัญกว่าอายุ ถ้าท่านมีโรคประจำตัวที่ยังคุมไม่ได้ เพิ่งผ่าตัด เพิ่งออกจากโรงพยาบาล หรือใช้ออกซิเจน ให้ถามแพทย์ก่อนจองตั๋ว
ผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบินคนเดียวได้ไหม
ได้ ถ้าท่านสื่อสารได้ดีและช่วยเหลือตัวเองเรื่องกิน เข้าห้องน้ำ และกินยาได้ บริการรถเข็นของสายการบินช่วยเรื่องการเคลื่อนที่ แต่ไม่ควรคาดหวังให้ลูกเรือช่วยเรื่องส่วนตัว ท่านที่หลงลืมหรือสับสนควรมีคนในครอบครัวเดินทางไปด้วย
รถเข็นขึ้นเครื่องบินได้ไหม
ได้ โดยทั่วไปนำรถเข็นของตัวเองไปได้ ส่วนใหญ่ต้องโหลดใต้ท้องเครื่อง และต้องแจ้งขนาดกับน้ำหนักให้สายการบินทราบล่วงหน้า เงื่อนไขและค่าใช้จ่ายต่างกันในแต่ละสายการบิน ให้ยืนยันตอนจอง
ขอรถเข็นที่สนามบินต้องแจ้งล่วงหน้ากี่ชั่วโมง
ควรขอตั้งแต่ตอนจองตั๋ว บางสายการบินกำหนดให้แจ้งอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนบิน สายการบินอื่นอาจกำหนดต่างกัน ให้เช็กกับสายการบินที่ใช้ และแจ้งซ้ำที่เคาน์เตอร์เช็กอินในวันเดินทาง
ขอรถเข็นที่สนามบินเสียเงินไหม
ขึ้นกับสายการบิน บางสายการบิน โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ อาจเก็บค่าบริการรถเข็น จึงไม่ควรคิดว่าฟรีทุกสาย ให้ถามค่าบริการให้ชัดตอนจอง
ยาน้ำเอาขึ้นเครื่องบินได้ไหม
ได้ ยาน้ำที่เกิน 100 มล. นำขึ้นเครื่องได้ถ้ามีใบรับรองแพทย์หรือฉลากยาที่ระบุชื่อผู้โดยสาร ตามข้อกำหนดของ กพท. ยาประจำตัวทุกชนิดควรอยู่ในกระเป๋าถือ ไม่ใส่กระเป๋าโหลด
เพิ่งผ่าตัดขึ้นเครื่องบินได้ไหม
ต้องถามแพทย์ที่ผ่าตัดก่อน ถ้าแพทย์เห็นว่าเดินทางได้ ต้องให้แพทย์กรอกแบบฟอร์ม MEDIF แล้วรอสายการบินอนุมัติก่อนเดินทาง ถ้าได้ผลอนุมัติไม่ทัน การเลื่อนเที่ยวบินปลอดภัยกว่า
ปรึกษาทีม KIN HomeCare
ถ้าครอบครัวกำลังวางแผนพาคุณพ่อคุณแม่เดินทาง แต่ยังไม่แน่ใจว่าท่านควรเตรียมร่างกายอย่างไร ควรเช่ารถเข็นรุ่นไหน หรือใครจะพาไปตรวจก่อนบิน เล่าให้ทีมฟังได้เลย ทีมช่วยวางลำดับว่าควรเริ่มจากอะไรก่อนวันเดินทาง
- เช่ารถเข็นและพาไปโรงพยาบาล โทร 061-881-9399
- กายภาพบำบัดที่บ้าน โทร 095-767-6307 (สำรอง 061-881-9399)
- LINE @KINHOMECARE
- ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน
ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่
เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ


