ข้อติดแข็งในผู้ป่วยติดเตียง เกิดจากข้อที่ไม่ได้ขยับและค้างอยู่ท่าเดิมนาน ๆ จนกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่อรอบข้อหดสั้นและแข็งขึ้น ข้อจึงงอหรือเหยียดได้ไม่สุดเหมือนเดิม ข้อที่ติดบ่อยคือ ไหล่ ศอก ข้อมือ นิ้วมือ สะโพก และเข่า วิธีป้องกันที่ครอบครัวทำได้ทุกวันมี 2 อย่างคู่กัน คือ จัดท่าระหว่างวันไม่ให้ข้องอค้างนาน และ ขยับข้อแบบช่วยทำอย่างช้า ๆ ไม่ฝืนเกินจุดตึง ไม่ทำจนเจ็บ ส่วนข้อที่เริ่มติดแล้ว ปวดเวลาขยับ หรือเพิ่งผ่าตัดหรือกระดูกหัก ควรให้นักกายภาพบำบัดประเมินก่อนเริ่มทำเอง

หลายบ้านเพิ่งสังเกตตอนจะเปลี่ยนเสื้อให้คุณแม่ แขนข้างหนึ่งยกขึ้นได้ไม่สุดเหมือนเดือนก่อน มือกำแน่นจนเช็ดฝ่ามือยาก หรือเวลาจัดท่านอนหงาย เข่าทั้งสองข้างงออยู่ตลอดและเหยียดตรงไม่ได้ ลูกหลานไม่แน่ใจว่าควรช่วยดัดให้ตรงไหม กลัวท่านเจ็บ และกลัวทำแล้วยิ่งแย่ บทความนี้อธิบายว่าข้อติดเกิดอย่างไร ข้อไหนต้องระวัง จัดท่าแบบไหนช่วยได้ ขยับข้ออย่างไรให้ปลอดภัย และจุดไหนที่ควรหยุดแล้วให้มืออาชีพดู

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ข้อติดแข็งเกิดจากข้อค้างอยู่ท่าเดิมนาน ยิ่งท่านขยับน้อย กล้ามเนื้อยิ่งอ่อนและตึง แล้วยิ่งขยับน้อยลงอีก กลายเป็นวงจรที่ต้องตัดตั้งแต่ต้น
  • ข้อที่ต้องดูทุกวัน ได้แก่ ไหล่ ศอก ข้อมือ นิ้วมือ สะโพก และเข่า
  • จัดท่าให้ข้ออยู่ในท่าที่สบายและเหยียดตรงเท่าที่ท่านไหว มีหมอนรองแขนและขา และสลับท่าระหว่างวัน ไม่ปล่อยให้ขดงอท่าเดียวทั้งวัน
  • ขยับข้อแบบช่วยทำ จับเหนือและใต้ข้อ ขยับช้า ๆ หยุดเมื่อรู้สึกต้าน ตึง หรือท่านมีสีหน้าเจ็บ ห้ามกระชากหรือดัดแรง ส่วนท่าและจำนวนครั้งให้นักกายภาพบำบัดกำหนดรายคน
  • งดขยับข้อที่บวม แดง ร้อน หรือปวดมาก โดยข้ามเฉพาะข้อนั้น ข้ออื่นทำต่อได้ และไม่เริ่มเองถ้าเพิ่งผ่าตัด กระดูกหัก หรือแพทย์ยังไม่อนุญาต
  • น่องหรือขาข้างเดียวบวม ปวด แดง ให้หยุดขยับและหยุดนวดขาข้างนั้น แล้วพบแพทย์ภายในวันนี้ ถ้ามีหอบ เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือหน้ามืด โทร 1669 ทันที

1. ข้อติดแข็งในผู้ป่วยติดเตียงคืออะไร ต่างจากเกร็ง อ่อนแรง และปวดข้ออย่างไร

ข้อติดแข็ง (contracture) คือภาวะที่กล้ามเนื้อ เอ็น หรือเนื้อเยื่ออื่นรอบข้อหดสั้นและแข็งขึ้น จนข้อเคลื่อนไหวได้ไม่สุด ขยับยาก และอาจเจ็บเวลาขยับ ตามเอกสารแนะนำของ NHS สหราชอาณาจักร ใครก็ตามที่เลิกใช้ข้อหรือให้ข้ออยู่ท่าเดียวเป็นเวลานานเกิดข้อติดได้ โดยเฉพาะคนที่อยู่บนเตียงนาน และคนที่นั่งเก้าอี้หรือรถเข็นนิ่ง ๆ ทั้งวันก็เกิดข้อติดที่สะโพกและเข่าได้เช่นกัน

สาเหตุมีทั้งโรคที่ทำให้แขนขาอ่อนแรงหรือความตึงตัวของกล้ามเนื้อเปลี่ยน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง การบาดเจ็บของสมองหรือไขสันหลัง กระดูกหัก และข้ออักเสบ แต่ตัวการใหญ่ที่ครอบครัวป้องกันได้คือ การไม่ได้ขยับ เมื่อนอนนิ่ง กล้ามเนื้อจะอ่อนและตึงขึ้น พอขยับแล้วเจ็บหรือลำบาก ท่านก็ยิ่งขยับน้อยลง สุดท้ายกล้ามเนื้อหดจนยืดไม่พอให้ข้อขยับได้

แยกให้ออกก่อนช่วยขยับ

  • ข้อติด ช่วงการเคลื่อนไหวของข้อลดลงอย่างคงที่ แม้ขยับช้า ๆ ขณะท่านผ่อนคลาย ข้อก็ไปได้ไม่เกินจุดเดิม ไม่ควรฝืนทดสอบเอง
  • กล้ามเนื้อเกร็ง พบบ่อยหลังโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคทางสมอง แขนขาตึงต้านมากขึ้นเมื่อขยับเร็ว และมักคลายลงบ้างเมื่อขยับช้า ๆ อาการเกร็งที่ไม่ได้ดูแลนานวันกลายเป็นข้อติดได้
  • อ่อนแรง ท่านยกเองไม่ไหว แต่เวลาคนอื่นช่วยยก ข้อขยับได้สุดโดยไม่ต้าน
  • ปวดข้อ ขยับแล้วเจ็บเป็นหลัก ถ้าข้อบวม แดง ร้อน ต้องให้แพทย์ดูก่อน ไม่ใช่ช่วยดัด

การแยก 4 อย่างนี้สำคัญ เพราะวิธีดูแลต่างกัน และเป็นเหตุผลว่าทำไมควรให้นักกายภาพบำบัดดูสักครั้งก่อนวางแผนขยับข้อระยะยาว

2. ข้อไหนติดง่าย และสัญญาณแรกที่ควรสังเกต

ข้อที่ติดบ่อยในผู้สูงอายุที่อยู่บนเตียง คือ ไหล่ ศอก ข้อมือ นิ้วมือ สะโพก และเข่า สัญญาณแรกมักเห็นตอนทำกิจวัตร ไม่ใช่ตอนตั้งใจตรวจ

  • ไหล่ ยกแขนใส่เสื้อได้ไม่สุด แขนแนบชิดลำตัวตลอด เจ็บเวลาสอดแขนเข้าแขนเสื้อ
  • ศอกและข้อมือ ศอกงอค้าง แขนพับไว้บนอก ข้อมืองอลง เหยียดแขนตรงไม่ได้เหมือนเดิม
  • นิ้วมือ มือกำแน่น แบมือเช็ดฝ่ามือยาก ฝ่ามืออับชื้น มีกลิ่น เล็บจิกฝ่ามือ
  • สะโพกและเข่า นอนหงายแล้วเข่างอตั้งขึ้นตลอด ขาเหยียดราบไม่ได้ ขาหุบชิดกันจนเช็ดทำความสะอาดขาหนีบยาก

ข้อติดไม่ได้เป็นแค่เรื่องข้อ เอกสารของ NHS ระบุปัญหาที่ตามมา ได้แก่ ปวดหรือไม่สบาย จัดท่าให้สบายยาก เคลื่อนไหวลำบาก ดูแลความสะอาดยาก คนดูแลทำงานยากขึ้น เสี่ยงติดเชื้อและเกิดแผลมากขึ้น และท่านช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง ส่วนผิวแดง ตุ่มพอง หรือผิวแตก ไม่ได้เกิดเพราะขยับข้อน้อยไป แต่เป็นสัญญาณว่าตรงนั้นโดนแรงกด เสียดสี หรือผิวเริ่มเสียหาย ให้ลดแรงกดตรงนั้นทันทีและให้พยาบาลประเมิน รอยแดงหรือคล้ำที่กดแล้วสีไม่จางลงอาจเป็นแผลกดทับระยะแรก อ่านวิธีตรวจผิวและลดแรงกดได้ที่ ป้องกันแผลกดทับที่บ้าน

3. จัดท่าระหว่างวัน ให้ข้อไม่ค้างในท่างอ

การจัดท่าคือการป้องกันข้อติดที่ทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเวลาที่ท่านนอนหรือนั่งอยู่เฉย ๆ มีมากกว่าเวลาที่ใครมาขยับข้อให้หลายเท่า เอกสารการจัดท่าของ NHS อธิบายว่าการจัดท่าที่ไม่ดีทำให้ข้อติด เพราะกล้ามเนื้อถูกปล่อยให้อยู่ในท่าหดสั้นเป็นเวลานาน และคนที่อ่อนแรงมักขดตัวงอเพราะรู้สึกสบายกว่า เป้าหมายจึงเป็น ท่าที่สบาย ไม่เจ็บ มีหมอนรองรับ และเหยียดตรงเท่าที่ท่านทำได้

นักบริบาลจัดหมอนรองแขนให้คุณพ่อที่นอนหงายบนเตียงไฟฟ้า
นอนหงายโดยมีหมอนรองแขนตลอดความยาว แขนไม่แนบลำตัว และขาทั้งสองข้างเหยียดตรงอย่างสบาย

วิธีจัดท่าแบบละเอียดทั้งท่านอนหงายและตะแคง รวมทั้งรอบการพลิกตัว อยู่ในบทความ พลิกตัวและจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง ในหัวข้อนี้จะเน้นเฉพาะมุมของข้อ

แขนและมือ

  • วางแขนบนหมอนให้รองรับตลอดความยาวแขน ไม่ปล่อยแขนห้อยหรือพับไว้บนอกทั้งวัน เอกสาร NHS เตือนว่าการเก็บแขนข้างที่อ่อนแรงแนบเข้าหาลำตัวตลอดทำให้กล้ามเนื้อรอบศอกหดสั้น
  • แขนข้างที่อ่อนแรงหลังโรคหลอดเลือดสมอง น้ำหนักแขนที่ห้อยลงดึงข้อไหล่จนหลวมและปวดได้ จึงควรมีหมอนหรือที่วางแขนรองรับทั้งตอนนอนและตอนนั่ง
  • มือที่เริ่มกำแน่น ให้ทำความสะอาดและเช็ดฝ่ามือให้แห้งทุกวัน และตัดเล็บให้สั้น เพราะเล็บจิกฝ่ามือได้เมื่อมือกำค้าง อุปกรณ์รองฝ่ามือหรือเฝือกพยุงข้อมือใช้เมื่อนักกายภาพแนะนำเท่านั้น

สะโพกและเข่า

  • เวลานอนหงาย ให้มีช่วงที่ขาเหยียดตรงทั้งสองข้าง ไม่ใช่ชันเข่าทั้งวัน
  • หมอนใต้เข่าช่วยให้สบายเป็นช่วง ๆ ได้ แต่ถ้าวางค้างตลอดวันตลอดคืน เข่าและสะโพกจะอยู่ในท่างอนาน ให้สลับมีช่วงที่เข่าเหยียด และถามนักกายภาพว่าท่านควรใช้หมอนแบบไหน
  • เวลานอนตะแคง สอดหมอนคั่นระหว่างเข่า ไม่ปล่อยให้ขาบิดหรือหุบชิดกันนาน

ข้อเท้าก็ติดได้เช่นกัน ถ้าปล่อยให้ปลายเท้าชี้ลงตลอด แต่อย่าเอาหมอนหรือของแข็งยันฝ่าเท้าเอง เพราะบางท่านจะเกร็งจิกเท้าลงมากขึ้น และแรงจะไปกดที่ส้นเท้า ให้รองหมอนใต้น่องตลอดแนวจนส้นเท้าลอยพ้นที่นอน จัดผ้าห่มไม่ให้กดปลายเท้า และช่วยกระดกข้อเท้าขึ้นลงเบา ๆ ทุกวัน อุปกรณ์รองฝ่าเท้าหรือพยุงข้อเท้าให้นักกายภาพเป็นผู้เลือกและสอนวิธีใช้ โดยเฉพาะเมื่อข้อเท้าเริ่มกระดกขึ้นไม่ได้

สลับท่าระหว่างวัน

ลุกนั่งบนเก้าอี้หรือรถเข็นตามที่ท่านไหวในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะช่วงมื้ออาหาร แต่ไม่ใช่นั่งท่าเดียวทั้งวัน เพราะการนั่งนิ่งนาน ๆ ก็ทำให้สะโพกและเข่าติดได้ เวลานั่งให้วางเท้าราบบนพื้นหรือที่พักเท้า และมีหมอนรองแขน

ต้องเปลี่ยนท่าบ่อยแค่ไหนไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกบ้าน ขึ้นกับสภาพผิว ที่นอน และการขยับเองของท่าน ให้พยาบาลช่วยกำหนดรอบที่เหมาะ แล้วดูวิธีทำทีละขั้นที่ รอบการพลิกตัวและการจัดท่านอน

ข้อที่ติดแล้วจนมือกำแน่นหรือขาหนีบชิด ดูแลผิวอย่างไร

ไม่ต้องดัดข้อให้ตรงเพื่อทำความสะอาด ให้คลายเท่าที่ข้อยอมไปเองอย่างช้า ๆ แล้วสอดผ้าบางชุบน้ำสะอาดเช็ดในซอกฝ่ามือ ซอกนิ้ว หรือขาหนีบ ซับให้แห้งสนิททุกครั้ง และดูแลเล็บให้สั้น ถ้าอยากใช้อะไรคั่นในซอกให้อากาศผ่าน ให้ถามนักกายภาพหรือพยาบาลก่อนว่าควรใช้แบบไหน ถ้าผิวในซอกแดง เปื่อย มีกลิ่น หรือมีแผล ให้พยาบาลประเมิน

4. ขยับข้อแบบช่วยทำ (passive ROM): หลักการ 7 ข้อที่ต้องจำ

การขยับข้อแบบช่วยทำ คือคนดูแลพาข้อของท่านเคลื่อนไหวไปตามทางปกติของข้อนั้น สำหรับคนที่ขยับเองไม่ได้ เอกสารของโรงพยาบาลในระบบ NHS อธิบายว่าการขยับข้อสม่ำเสมอช่วยป้องกันหรือลดข้อแข็งและปวด ช่วยการไหลเวียนและลดบวม และช่วยเก็บช่วงการเคลื่อนไหวไว้พอให้แต่งตัวและนั่งได้ถูกท่า หลักที่ต้องจำมีดังนี้

นักกายภาพบำบัดสาธิตการพยุงเข่าและส้นเท้าของคุณแม่บนเตียง ลูกชายนั่งดูอยู่ข้างเตียง
จับพยุงที่เข่าและส้นเท้า แล้วงอสะโพกและเข่าขึ้นอย่างช้า ๆ ภายในช่วงที่ท่านสบาย
  1. ประเมินก่อนเริ่ม ถามท่านว่าวันนี้ปวดตรงไหนไหม ดูว่ามีข้อบวม แดง ร้อน หรือแผลตรงที่จะจับหรือไม่ ถ้ามี ข้ามข้อนั้นไปก่อนและแจ้งพยาบาลหรือนักกายภาพ
  2. จัดท่าให้สบาย ให้ท่านนอนหงายบนเตียงที่มั่นคง ปรับเตียงให้สูงพอที่คนดูแลไม่ต้องก้มหลังมาก และบอกท่านทุกครั้งก่อนขยับร่างกายส่วนไหน
  3. จับเหนือและใต้ข้อ เช่น ขยับแขน ให้จับที่ศอกและข้อมือ ขยับขา ให้จับที่เข่าและส้นเท้า ห้ามจับดึงที่มือหรือนิ้วเพียงจุดเดียว และห้ามดึงแขนข้างที่อ่อนแรง
  4. ช้า สม่ำเสมอ เป็นจังหวะ คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำให้ผู้ดูแลเคลื่อนไหวให้ช้าและต่อเนื่อง ถ้าท่านมีอาการเกร็ง ให้ขยับช้า ๆ ภายในช่วงที่ทำได้
  5. ไปถึงจุดตึงเบา ๆ แล้วหยุด หยุดเมื่อรู้สึกว่ามีแรงต้าน หรือท่านเริ่มไม่สบาย ไม่ดันต่อเพื่อให้ข้องอหรือเหยียดได้มากขึ้น การดัดแรงอาจทำให้ข้อหรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บ
  6. ดูสีหน้า ไม่ใช่ดูแค่ข้อ หลายท่านพูดไม่ได้หรือไม่ยอมบอกว่าเจ็บ ถ้าเห็นหน้านิ่วคิ้วขมวด กัดฟัน กลั้นหายใจ หรือดึงแขนขาหนี ให้ลดช่วงลงหรือหยุด
  7. ชวนท่านช่วยทำเท่าที่ทำได้ ถ้าท่านขยับเองได้บ้าง ให้ท่านออกแรงร่วมด้วย คนดูแลช่วยเฉพาะส่วนที่เหลือ เพราะการได้ใช้กล้ามเนื้อเองมีประโยชน์กว่าการถูกขยับอย่างเดียว

ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีภาวะสมองเสื่อมแล้วขืนตัวหรือดึงแขนขาหนี มักเป็นเพราะตกใจหรือไม่เข้าใจว่ากำลังจะทำอะไร อย่าใช้แรงฝืน ให้พูดช้า ๆ บอกทีละขั้น แตะเบา ๆ ก่อนจับ และเลือกช่วงที่ท่านสงบ ถ้ายังขืนอยู่ให้หยุดแล้วลองใหม่ภายหลัง และเล่าให้นักกายภาพฟังเพื่อปรับวิธี

เรื่องจำนวนครั้ง เอกสารของ NHS ฉบับหนึ่งสำหรับคนที่ขยับเองไม่ได้ ให้เป้าหมายประมาณ 5–10 ครั้งต่อท่าทุกวัน โดยขยับช้าและไม่ยืดเกิน ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเท่านั้น จำนวนครั้ง ท่า และความถี่ที่เหมาะกับคุณพ่อคุณแม่ ควรให้นักกายภาพบำบัดกำหนดตามโรคและสภาพข้อของท่าน

5. ท่าขยับข้อพื้นฐานที่ครอบครัวช่วยทำได้

ท่าด้านล่างเป็นหลักการทั่วไปที่โรงพยาบาลใช้สอนผู้ดูแล ไม่ใช่โปรแกรมเฉพาะตัว ทำทีละข้าง และจบแต่ละท่าด้วยการวางแขนขากลับในท่าพักที่มีหมอนรองรับ ถ้าท่านเคยผ่าตัดข้อ กระดูกหัก หรือแพทย์ให้ข้อจำกัดเรื่องท่าทาง ให้ทำตามข้อจำกัดนั้นก่อนเสมอ

ไหล่

  1. จับที่ศอกและข้อมือ ยกแขนไปข้างหน้าแล้วขึ้นช้า ๆ เท่าที่ท่านสบาย หยุดเมื่อมีแรงต้านหรือท่านไม่สบาย แล้วค่อยวางลง
  2. หงายฝ่ามือขึ้นถ้าทำได้ แล้วกางแขนออกด้านข้างช้า ๆ เท่าที่สบาย แล้วนำกลับ
  3. แขนข้างที่อ่อนแรงหลังโรคหลอดเลือดสมอง ข้อไหล่บาดเจ็บง่าย ให้ขยับเฉพาะในช่วงที่นักกายภาพกำหนดเท่านั้น ห้ามดึงแขนหรือจับมือดึงยกขึ้น แนวทางฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองของแคนาดาแนะนำว่าไม่ควรยกหรือกางแขนข้างนี้แบบช่วยทำเกิน 90 องศา (ราวระดับไหล่) เว้นแต่นักกายภาพสอนวิธีจัดสะบักและต้นแขนให้ถูกก่อน

ศอก ข้อมือ และนิ้ว

  1. จับที่ศอกและข้อมือ งอศอกให้มือเข้าหาไหล่ข้างเดียวกัน แล้วเหยียดกลับจนแขนตรงเท่าที่ทำได้ ไม่ฝืน
  2. งอศอกไว้ แล้วพลิกแขนให้ฝ่ามือหงายขึ้นและคว่ำลงช้า ๆ
  3. ประคองมือ แล้วกระดกข้อมือขึ้นและลง
  4. กำมือแล้วแบนิ้วออก กางนิ้วแล้วหุบ และขยับนิ้วหัวแม่มือไล่แตะปลายนิ้วอื่น ถ้ามือกำแน่น ให้ค่อย ๆ คลายจากโคนนิ้ว ห้ามงัดปลายนิ้วทีละนิ้ว

สะโพกและเข่า

  1. จับใต้เข่าและประคองส้นเท้า งอสะโพกและเข่าให้เข่าเข้าหาอกช้า ๆ แล้วเหยียดขากลับวางบนที่นอน
  2. ชันเข่าโดยให้ฝ่าเท้าวางราบบนเตียง ประคองเข่าไว้ แล้วค่อย ๆ กางสะโพกให้เข่าเอนออกด้านข้างทีละข้างอย่างเบามือ แล้วหุบกลับเข้ากลาง ห้ามทำท่านี้ในท่านที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก หรือข้อสะโพกหลุดง่าย จนกว่านักกายภาพจะประเมิน
  3. ทำทีละข้าง และไม่บิดหรือหมุนสะโพกถ้านักกายภาพไม่ได้สอน

ถ้าวันนี้ท่านเพลีย ทำเฉพาะข้อที่เสี่ยงที่สุดก่อน เช่น มือ ไหล่ และเข่า แทนการข้ามไปทั้งวัน ช่วงที่เหมาะคือหลังอาบน้ำหรือเช็ดตัว ตอนกล้ามเนื้ออุ่นและท่านผ่อนคลาย ส่วนท่านที่ยังลุกนั่งได้บ้าง อ่านแนวทางฝึกลุก ยืน และเดินเพิ่มที่ ผู้สูงอายุกลับจากโรงพยาบาลแล้วเดินไม่ได้

6. เมื่อไรห้ามขยับข้อเอง หรือต้องหยุดทันที

คำตอบสั้นคือ เมื่อการขยับอาจทำให้บาดเจ็บเพิ่ม หรือมีสัญญาณว่ามีโรคอื่นซ่อนอยู่ ให้หยุดและติดต่อพยาบาล นักกายภาพ หรือแพทย์ก่อน

ห้ามเริ่มเองจนกว่าแพทย์หรือนักกายภาพอนุญาต

  • เพิ่งผ่าตัด กระดูกหัก หรือใส่เฝือก
  • ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกหรือข้อเข่า ที่แพทย์ห้ามบางท่า
  • แพทย์บอกว่ากระดูกบางมาก หรือเคยกระดูกหักง่าย
  • ข้อไหล่ข้างที่อ่อนแรงหลวมหรือเจ็บอยู่แล้ว
  • อาการโดยรวมยังไม่คงที่ หรือสงสัยลิ่มเลือดที่ขา

หยุดทันทีระหว่างทำ

  • ท่านปวดมากขึ้น ร้องเจ็บ หรือสีหน้าเจ็บชัดเจน
  • รู้สึกหรือได้ยินเสียงผิดปกติในข้อ พร้อมกับท่านเจ็บ
  • อาการเกร็งมากขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างทำ

ขาข้างเดียวบวม ปวด แดง: หยุด แล้วพบแพทย์ภายในวันนี้

ถ้าน่องหรือขาข้างเดียวบวม ปวด แดง หรืออุ่นกว่าอีกข้าง อาจเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ ซึ่งคนที่นอนนานเสี่ยงอยู่แล้ว ให้หยุดขยับและหยุดนวดขาข้างนั้นทันที แล้วพาไปพบแพทย์ภายในวันนี้ ถ้ามีหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หน้ามืด หรือเป็นลม ให้โทร 1669 ทันที

แจ้งพยาบาลหรือพบแพทย์โดยเร็ว

  • ข้อบวม แดง ร้อน หรือปวดข้อขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะถ้ามีไข้ร่วม
  • ขยับข้อเดิมได้น้อยลงชัดเจนภายในไม่กี่วัน
  • อ่อนแรงซีกเดียว หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัดขึ้นมาทันที ให้โทร 1669

7. เมื่อไรให้นักกายภาพบำบัดประเมิน

ควรให้นักกายภาพบำบัดประเมินอย่างน้อยหนึ่งครั้งตั้งแต่เริ่มดูแลท่านบนเตียง และประเมินซ้ำเมื่อพบสัญญาณต่อไปนี้ เพราะข้อที่ติดไปแล้วมักต้องใช้มากกว่าการขยับธรรมดา เช่น การจัดท่าเฉพาะ อุปกรณ์พยุงข้อ หรือการปรับยาและดูแลความปวดร่วมกับแพทย์

  • ข้อใดข้อหนึ่งเหยียดหรืองอได้ไม่สุดเหมือนเดิม หรือแย่ลงต่อเนื่อง
  • มือกำแน่น ศอกงอค้าง หรือเข่างอค้าง จนทำความสะอาดหรือใส่เสื้อผ้ายาก
  • ท่านปวดทุกครั้งที่ขยับ หรือต่อต้านทุกครั้งที่มีคนช่วยขยับ
  • มีอาการเกร็งจากโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคทางสมองและไขสันหลัง
  • เพิ่งผ่าตัด กระดูกหัก หรือเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลหลังนอนนาน
  • ครอบครัวไม่มั่นใจว่าทำถูกท่าหรือแรงพอดีหรือไม่

นักกายภาพจะดูว่าเป็นข้อติด เกร็ง หรือปวด วางท่าขยับและจำนวนครั้งที่เหมาะ สอนมือจับให้ครอบครัวทีละขั้น และบอกว่าข้อไหนห้ามทำ แนวทางสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ได้เป็นโรคหลอดเลือดสมองอ่านเพิ่มได้ที่ กายภาพบำบัดที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุ

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • ดัดแรงให้ข้อตรง เพราะคิดว่ายิ่งเจ็บยิ่งได้ผล การฝืนผ่านแรงต้านเสี่ยงทำให้ข้อหรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บ และทำให้ท่านกลัวจนต่อต้านครั้งต่อไป ให้ไปแค่จุดตึงเบา ๆ แล้วหยุด
  • ดึงแขนท่านเวลาพลิกตัวหรือพยุงลุก โดยเฉพาะแขนข้างที่อ่อนแรง ทำให้ไหล่บาดเจ็บและปวดได้ ให้ประคองที่สะบัก เอว หรือใช้ผ้ารองช่วยยกแทน
  • รอให้ข้อติดก่อนค่อยเริ่ม ป้องกันง่ายกว่าแก้มาก ถ้าอาการท่านคงที่และแพทย์ไม่ได้ห้าม ให้เริ่มจัดท่าและขยับข้อตั้งแต่วันแรกที่ท่านต้องนอนนาน (ดูข้อห้ามในหัวข้อ 6 ก่อน)
  • ขยับข้อทุกวันแต่ปล่อยให้นอนขดท่าเดิมทั้งคืน ท่าระหว่างวันมีผลพอ ๆ กับการขยับ ต้องทำทั้งสองอย่างคู่กัน
  • ทำแทนทุกอย่าง ถ้าท่านยังขยับเองได้บ้าง ให้ท่านทำเองก่อน แล้วช่วยเฉพาะส่วนที่ไม่ไหว
  • ไม่บอกใครเมื่อท่านปวด ความปวดทำให้ท่านไม่อยากขยับ ซึ่งเร่งให้ข้อติดเร็วขึ้น ควรแจ้งพยาบาลหรือแพทย์ให้ดูแลเรื่องปวดด้วย

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

ถ้าข้อเริ่มติดแล้ว ท่านปวดเวลาขยับ หรือครอบครัวทำงานจนไม่มีใครขยับข้อให้ท่านได้ทุกวัน การมีมืออาชีพเข้ามาวางแผนช่วยให้ครอบครัวไม่ต้องเดาเอง ผลของการฟื้นฟูแต่ละท่านไม่เท่ากัน ขึ้นกับโรค ระยะเวลาที่ข้อติด และสภาพร่างกายเดิม

  • กายภาพบำบัดที่บ้าน นักกายภาพบำบัดไปประเมินข้อทีละส่วน แยกข้อติด เกร็ง และปวด วางท่าขยับและท่านอนที่เหมาะ แล้วสอนครอบครัวหรือผู้ดูแลให้ทำต่อได้ทุกวัน ค่าบริการ 1,800 บาทต่อครั้ง ครั้งแรก 1,500 บาท ถึง 31 ธันวาคม 2569 แพ็กเกจ 10 ครั้ง 15,000 บาท 20 ครั้ง 29,000 บาท 30 ครั้ง 42,000 บาท ให้บริการเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล โทร 095-767-6307 ดูรายละเอียดที่ กายภาพบำบัดที่บ้าน
  • นักบริบาลช่วยดูแลประจำวัน ช่วยพลิกตัว จัดท่า และขยับข้อเบื้องต้นตามแผนที่นักกายภาพวางไว้ทุกวัน (เป็นการช่วยทำตามแผน ไม่ใช่การทำกายภาพบำบัดแทนนักกายภาพ) กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน ขั้นต่ำ 3 วัน หรือรายเดือน 30,000 บาท ให้บริการถึงบ้านทั่วประเทศ ดูที่ ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
  • เตียงผู้ป่วยไฟฟ้า ช่วยให้จัดท่าและปรับความสูงเวลาดูแลได้ง่ายขึ้น มีพร้อมที่นอน เริ่ม 4,500 บาทต่อเดือน จัดส่ง ติดตั้ง และสาธิตการใช้งานถึงบ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

หลายครอบครัวใช้ทั้งสองอย่างคู่กัน คือนักกายภาพมาประเมินและปรับแผนเป็นระยะ ส่วนนักบริบาลหรือคนในบ้านช่วยขยับข้อเบื้องต้นตามแผนทุกวัน ถ้ากำลังเตรียมรับท่านกลับมาดูแลบนเตียงที่บ้าน อ่านเช็กลิสต์ภาพรวมได้ที่ ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน ต้องดูแลอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

ข้อติดผู้ป่วยติดเตียงเกิดจากอะไร

เกิดจากข้อที่ไม่ได้ขยับและค้างอยู่ท่าเดิมนาน จนกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่อรอบข้อหดสั้นและแข็งขึ้น โรคที่ทำให้อ่อนแรงหรือเกร็ง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ทำให้เสี่ยงมากขึ้น และความปวดที่ทำให้ท่านไม่อยากขยับก็เร่งให้เกิดเร็วขึ้น

ข้อติดแข็งแล้ว ดัดให้กลับมาตรงได้ไหม

ไม่ควรดัดเอง ข้อที่ติดแล้วมักกลับมาได้ไม่เต็มด้วยการขยับธรรมดา และการดัดแรงเสี่ยงบาดเจ็บ ให้นักกายภาพบำบัดประเมิน ซึ่งอาจใช้การจัดท่าเฉพาะ อุปกรณ์พยุงข้อ หรือส่งต่อแพทย์ เป้าหมายคือไม่ให้แย่ลงและให้ท่านสบายขึ้น

ท่าบริหารผู้ป่วยติดเตียง ควรทำวันละกี่ครั้ง

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เอกสารของ NHS ฉบับหนึ่งให้ตัวอย่างประมาณ 5–10 ครั้งต่อท่าทุกวันสำหรับคนที่ขยับเองไม่ได้ แต่จำนวนที่เหมาะขึ้นกับโรคและสภาพข้อ ควรให้นักกายภาพกำหนดให้

ขยับข้อให้คุณพ่อแล้วท่านร้องเจ็บ ต้องทำต่อไหม

ไม่ต้องทำต่อ ให้หยุดทันทีแล้วลดช่วงลงในครั้งถัดไป ถ้าเจ็บทุกครั้ง ข้อบวมแดง หรือปวดขึ้นมาใหม่ ให้แจ้งพยาบาลหรือนักกายภาพก่อนทำต่อ เพราะอาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องตรวจ

นักบริบาลทำกายภาพให้ได้ไหม

นักบริบาลไม่ได้ทำกายภาพบำบัดแทนนักกายภาพ แต่ช่วยจัดท่า พลิกตัว และขยับข้อเบื้องต้นตามแผนที่นักกายภาพบำบัดวางไว้ได้ทุกวัน ส่วนการประเมินข้อ แยกข้อติดกับเกร็ง และออกแบบโปรแกรม เป็นงานของนักกายภาพบำบัด

ประคบร้อนก่อนขยับข้อได้ไหม

ได้ในบางท่าน แต่ควรถามนักกายภาพก่อน ความอุ่นช่วยให้กล้ามเนื้อคลายและขยับได้สบายขึ้น แต่ท่านที่รับความรู้สึกได้น้อย หรือบอกไม่ได้ว่าร้อนเกินไป เสี่ยงผิวไหม้โดยไม่รู้ตัว และไม่ควรประคบบนข้อที่บวม แดง ร้อน ผิวที่มีแผล หรือขาที่สงสัยลิ่มเลือด ถ้าไม่แน่ใจ ใช้ช่วงหลังอาบน้ำหรือเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นแทน

ใส่เฝือกหรืออุปกรณ์พยุงข้อเองได้ไหม

ไม่ควรหาซื้อมาใส่เอง อุปกรณ์พยุงข้อมือหรือข้ออื่นต้องเลือกขนาดและตั้งมุมให้ตรงกับข้อของท่าน ถ้าใส่ผิดอาจกดผิวจนเป็นแผล ให้ใช้เมื่อแพทย์หรือนักกายภาพแนะนำ และให้เขาสอนวิธีใส่และตรวจผิว

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้าเริ่มเห็นว่าแขนขาของคุณพ่อคุณแม่ขยับได้น้อยลง หรือไม่แน่ใจว่าควรช่วยขยับข้ออย่างไร โทรมาเล่าอาการได้เลย ถ้าถ่ายคลิปสั้น ๆ ตอนท่านนอนในท่าปกติ และตอนที่ช่วยยกแขนหรืองอขา ส่งมาทาง LINE ทีมจะแนะนำได้ตรงขึ้น

  • กายภาพบำบัดที่บ้าน (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) โทร 095-767-6307 (สำรอง 061-881-9399)
  • นักบริบาลและเช่าอุปกรณ์ โทร 061-881-9399
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าท่านควรเริ่มด้วยบริการแบบไหน

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เขียนโดย พว.อรฤทัย บุญตวง (ว.5311192883) · ตรวจทานโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ (ว.40854) · ราคาอ้างอิงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ