ป้องกันแผลกดทับที่บ้าน เริ่มจากสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดและสำคัญที่สุด คือดูผิวคุณพ่อคุณแม่ให้ทั่วตัวทุกวัน โดยเฉพาะตรงปุ่มกระดูกที่ต้องรับน้ำหนักเวลานอนหรือนั่ง สัญญาณแรกที่ควรจับให้ได้คือรอยแดงที่กดด้วยนิ้วแล้วไม่จางหายไป เพราะเป็นสัญญาณเตือนว่าผิวตรงนั้นเริ่มเสียหายจากแรงกดแล้ว ยิ่งเห็นเร็ว ยิ่งเปลี่ยนท่าและลดแรงกดได้ทันก่อนผิวจะลึกลงเป็นแผลเปิด และเมื่อเห็นรอยแดงแบบนี้ให้แจ้งพยาบาลทันที ไม่ต้องรอดูอาการหลายวัน

หลายบ้านเจอเหมือนกัน คือดูแลท่านอย่างตั้งใจทุกวัน อาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม ป้อนข้าว แต่ไม่ได้เปิดดูผิวหลังหรือส้นเท้า เพราะท่านนอนหงายอยู่ตลอด จนวันหนึ่งตอนเช็ดตัวเห็นรอยแดงที่ก้นกบ หรือส้นเท้าเป็นสีคล้ำ แล้วรู้สึกว่าทำไมไม่เห็นเร็วกว่านี้ บทความนี้ไม่ได้เน้นเรื่องการรักษาแผล แต่เน้น การตรวจผิวและจับสัญญาณเร็วที่บ้าน ว่าต้องดูตอนไหน ดูตรงไหน คลำอะไร แยกรอยแดงธรรมดากับรอยแดงที่ต้องระวังอย่างไร และเมื่อไรควรเรียกพยาบาลหรือไปโรงพยาบาล

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แผลกดทับเกิดจากแรงกดที่อยู่ที่จุดเดิมนาน ๆ ร่วมกับแรงเฉือนจากการลากหรือเลื่อนตัว ความเปียกชื้น และผิวที่บอบบางหรือได้รับอาหารและน้ำไม่พอ
  • จุดเสี่ยงคือตำแหน่งที่กระดูกอยู่ใกล้ผิว เช่น ก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ตาตุ่ม ศอก หลังศีรษะ และใบหู ตำแหน่งที่เสี่ยงจะเปลี่ยนไปตามท่านอน
  • ตรวจผิวทั้งตัวอย่างน้อยวันละครั้ง และดูซ้ำทุกครั้งที่เปลี่ยนท่า สัญญาณสำคัญคือรอยแดงที่กดแล้วไม่จาง ผิวร้อน แข็ง บวม หรือคล้ำกว่าผิวรอบข้าง
  • การพลิกตัวยังเป็นหัวใจของการป้องกัน แนวปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไปคือประมาณทุก 2 ชั่วโมง แต่ต้องปรับตามการประเมินของพยาบาลสำหรับแต่ละท่าน ที่นอนทุกชนิดไม่ได้แทนการพลิกตัว
  • ยกตัวท่านด้วยผ้ารอง ไม่ลาก รักษาผิวให้แห้งและสะอาด และห้ามนวดตรงรอยแดงหรือปุ่มกระดูก
  • เรียกพยาบาลเมื่อพบรอยแดงที่ไม่จาง และไปโรงพยาบาลเมื่อผิวเปิดเป็นแผล มีหนอง มีกลิ่น มีไข้ หรือผิวเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มหรือสีดำ

1. แผลกดทับเกิดจากอะไร

แผลกดทับเกิดเมื่อผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวถูกกดจนเลือดไปเลี้ยงไม่พอ ไม่ได้เกิดจากความสกปรกหรือการดูแลไม่ดีอย่างเดียว คนที่ดูแลดีมากก็เกิดได้ถ้าท่านขยับตัวเองไม่ได้ ปัจจัยหลักมี 4 อย่าง และมักเกิดร่วมกัน

  • แรงกดต่อเนื่อง น้ำหนักตัวกดลงบนปุ่มกระดูกจุดเดิมนาน ๆ ตรงที่มีเนื้อและไขมันรองน้อย เลือดผ่านไม่สะดวก ผิวจึงเริ่มขาดเลือดหล่อเลี้ยง
  • แรงเฉือน เกิดเมื่อผิวถูกดึงรั้งขณะที่กระดูกด้านในเลื่อนไปอีกทางหนึ่ง เช่น เวลายกหัวเตียงสูงแล้วท่านไถลลงมาปลายเตียง หรือเวลาลากตัวท่านขึ้นหัวเตียงบนที่นอน
  • ความเปียกชื้น จากเหงื่อ ปัสสาวะ หรืออุจจาระ ทำให้ผิวอ่อนแอและทนแรงกดหรือแรงเสียดสีได้น้อยลง
  • สภาพผิวและร่างกายของท่านเอง ผิวบางแห้งตามวัย ผอมมาก กินและดื่มได้น้อย ระบายความรู้สึกไม่ได้ หรือรับความรู้สึกที่ผิวได้น้อยลง ทำให้ท่านไม่รู้ตัวและไม่ขยับหนีเองเมื่อผิวถูกกดนาน

ข้อดีคือ ปัจจัยส่วนใหญ่เหล่านี้ครอบครัวช่วยป้องกันและจัดการได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องใช้เครื่องมือแพงหรือทักษะทางการแพทย์ ขอแค่ทำสม่ำเสมอและมีคนจับสังเกตให้เร็ว

2. จุดเสี่ยงอยู่ตรงไหน ต้องดูตามท่านอน

จุดเสี่ยงคือตำแหน่งที่กระดูกอยู่ใกล้ผิวหนังและรับน้ำหนักในท่านั้น จึงเปลี่ยนไปตามว่าท่านนอนหรือนั่งท่าไหนอยู่บ่อย ให้ดูให้ครบตามท่าที่ท่านอยู่จริง

  • ท่านอนหงาย หลังศีรษะ สะบัก ข้อศอก ก้นกบ และส้นเท้า
  • ท่านอนตะแคง ใบหู หัวไหล่ สันสะโพกด้านข้าง เข่าและตาตุ่มด้านใน
  • ท่านั่งบนเตียงหรือรถเข็น ก้นกบ กระดูกก้นทั้งสองข้าง (ที่รับน้ำหนักตอนนั่ง) และส้นเท้า
  • ท่านอนคว่ำ ถ้าท่านนอนท่านี้ ให้ดูหน้าอก สะโพกด้านหน้า เข่า และหลังเท้า

จุดที่ครอบครัวมักมองข้ามคือ ส้นเท้า ที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่ม หลังศีรษะและใบหู ที่อยู่ใต้หมอน และ ผิวใต้สายหรืออุปกรณ์ เช่น สายออกซิเจนที่พาดผ่านใบหู หรือสายยางที่กดทับผิวโดยไม่รู้ตัว ถ้าท่านใส่เฝือก ผ้ารัด หรืออุปกรณ์พยุงใด ๆ ให้ดูผิวรอบขอบอุปกรณ์เหล่านั้นด้วย

3. ตรวจผิวหนังทุกวัน ทำอย่างไรให้ไม่พลาด

การตรวจผิวที่ดีคือการตรวจ ทั้งตัวอย่างน้อยวันละครั้ง และ ดูซ้ำตรงจุดที่เพิ่งนอนทับทุกครั้งที่เปลี่ยนท่า ไม่ต้องรอให้ท่านบ่นเจ็บ เพราะท่านหลายคนบอกไม่ได้หรือไม่รู้สึกเลย

นักบริบาลชุดฟ้าตรวจผิวหลังของคุณแม่ที่นอนตะแคงบนเตียง โดยผ้าห่มคลุมส่วนอื่นของร่างกาย
ตรวจผิวทีละส่วนโดยเปิดเฉพาะบริเวณที่ตรวจ ใช้ฝ่ามือคลำสัมผัสเบา ๆ และคลุมผ้าส่วนอื่นเพื่อความสุภาพและไม่ให้ท่านหนาว

ตรวจตอนไหนดี

จังหวะที่สะดวกคือตอนอาบน้ำหรือเช็ดตัวตอนเช้า เพราะผิวเปิดให้เห็นทั้งตัวอยู่แล้ว (อ่านวิธีที่ คู่มืออาบน้ำบนเตียง) ตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมทุกครั้ง และก่อนเข้านอนตอนกลางคืน ถ้ามีผู้ดูแลหลายคนผลัดเวรกัน ให้ตกลงกันว่าเวรไหนดูช่วงไหน และจดไว้ทุกครั้ง

ขั้นตอนตรวจ 5 ข้อ

  1. เตรียมแสงและมือ ใช้แสงสว่างพอ ไม่ใช่ไฟสลัว มือสะอาดและอุ่น เล็บสั้น แล้วบอกท่านก่อนว่ากำลังจะดูผิว เปิดผ้าเฉพาะส่วนที่ตรวจ ที่เหลือคลุมไว้เพื่อความสุภาพและไม่ให้หนาว
  2. ดูสี เทียบผิวตรงปุ่มกระดูกกับผิวรอบข้าง สังเกตรอยแดง รอยช้ำ สีม่วง หรือสีคล้ำ ในคนผิวคล้ำรอยแดงอาจเห็นยาก ให้สังเกตว่าสีตรงนั้นเข้มหรือคล้ำกว่าผิวรอบข้างหรือไม่
  3. คลำอุณหภูมิและความแข็ง ใช้หลังมือหรือฝ่ามือแตะเบา ๆ เทียบกับผิวรอบข้าง ตรงที่ร้อนกว่า บวมนูน แข็งกว่า หรือนิ่มยวบผิดปกติ ถือเป็นสัญญาณเตือน
  4. กดทดสอบรอยแดง ถ้าเห็นรอยแดง ใช้ปลายนิ้วกดด้วยน้ำหนักพอประมาณ ค้างสักครู่แล้วปล่อย ถ้าผิวซีดลงแล้วกลับเป็นสีเดิมเมื่อปล่อย แปลว่าเป็นรอยแดงจากการถูกกดชั่วคราว ให้เปลี่ยนท่าไม่ให้นอนทับจุดนั้นแล้วดูซ้ำ แต่ถ้ากดแล้วสีไม่จาง ให้ถือว่าเป็นสัญญาณแรกของแผลกดทับ ให้เลี่ยงไม่ให้ท่านนอนหรือนั่งทับจุดนั้นและแจ้งพยาบาล ในคนผิวคล้ำ การซีดจางดูได้ยาก ให้ดูสี ความร้อน และความแข็งของจุดนั้นเทียบกับผิวรอบข้างด้วย
  5. ถามและดูสีหน้า ถามท่านว่าเจ็บ แสบ หรือชาตรงไหนหรือไม่ ถ้าท่านตอบไม่ได้ ให้ดูสีหน้าและท่าทางว่ากระตุกหรือเกร็งเมื่อแตะจุดไหน แล้วจดตำแหน่งไว้
เคล็ดลับสำคัญ ห้ามนวดหรือคลึงตรงรอยแดงและตรงปุ่มกระดูก แม้จะเชื่อกันว่าช่วยให้เลือดไหลเวียน การนวดเพิ่มแรงกดและแรงเสียดสีให้เนื้อเยื่อที่กำลังบาดเจ็บอยู่ ให้เลี่ยงการนอนทับจุดนั้นแล้วแจ้งพยาบาลแทน

จดอะไรลงใบบันทึก

ไม่ต้องซับซ้อน กระดาษแผ่นเดียวแปะข้างเตียงพอ ให้มีวันเวลา ตำแหน่งที่พบ สีของรอยเทียบกับผิวรอบข้าง กดแล้วจางหรือไม่ ขนาดคร่าว ๆ (เทียบกับเหรียญก็ได้) และชื่อคนตรวจ

4. ใครเสี่ยงสูง ต้องเข้มกว่าปกติ

ทุกคนที่ต้องนอนหรือนั่งอยู่กับที่นานเสี่ยงได้ แต่คนกลุ่มนี้ต้องตรวจถี่และปรึกษาพยาบาลตั้งแต่ต้น

  • ท่านที่ขยับตัวเองไม่ได้เลย หรือขยับได้น้อยมาก
  • ท่านที่ผอมมาก กินและดื่มได้น้อย หรือซีดอ่อนแรงมาก
  • ท่านที่ใส่ผ้าอ้อมหรือมีปัสสาวะและอุจจาระเล็ดบ่อย ผิวจึงชื้นบ่อย
  • ท่านที่รับความรู้สึกที่ผิวได้น้อย เช่น หลังโรคหลอดเลือดสมองบางราย หรือมีโรคที่ทำให้ปลายประสาทเสื่อม
  • ท่านที่มีโรคที่ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี หรือผิวบวมน้ำ
  • ท่านที่เคยมีแผลกดทับมาก่อน หรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาลหลังนอนนาน
  • ท่านที่สับสนหรือซึมมากจนบอกความไม่สบายไม่ได้

ถ้าคุณพ่อคุณแม่เข้ากลุ่มเหล่านี้ตั้งแต่ข้อเดียว ให้ขอให้พยาบาลประเมินความเสี่ยงที่ข้างเตียงจริงตั้งแต่ต้น พยาบาลจะแนะนำได้ว่าควรพลิกถี่แค่ไหน ควรมีอุปกรณ์อะไรช่วยบ้าง และตรวจจุดไหนเป็นพิเศษ

5. พลิกตัวและลดแรงกด: ทำอย่างไรและคุยกับพยาบาลอย่างไร

หัวใจของการป้องกันคือไม่ให้จุดเดิมรับน้ำหนักนานเกินไป การพลิกตะแคงตัวและเปลี่ยนท่าจึงเป็นงานหลักประจำวัน แนวปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไปในโรงพยาบาลและการดูแลผู้สูงอายุคือ ประมาณทุก 2 ชั่วโมง แต่ต้องปรับตามการประเมินของพยาบาลสำหรับแต่ละท่าน ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว

ควรรู้ด้วยว่า รายงานการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบของ Cochrane ในปี 2569 สรุปว่าการพลิกตัวเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป แต่หลักฐานส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อมั่นต่ำ และยังสรุปไม่ได้ว่ารอบการพลิกแบบใดเหมาะที่สุด นั่นไม่ได้แปลว่าไม่ต้องพลิก แต่แปลว่าไม่มีรอบเวลาเดียวที่เหมาะกับทุกคน ควรใช้ค่าเริ่มต้นแล้วสังเกตผิวของท่านเอง ถ้าผิวเริ่มแดง ให้ลดแรงกดที่จุดนั้น ไม่นอนทับจุดแดง และแจ้งพยาบาลให้ประเมินรอบการพลิกตัวใหม่

เรื่องวิธีพลิก จัดท่านอนตะแคง หมอนวางตรงไหน และตารางพลิกตัว 24 ชั่วโมง อ่านละเอียดได้ที่ พลิกตัวผู้ป่วยติดเตียงทุก 2 ชั่วโมง จัดท่าให้ถูก บทความนี้จะไม่เขียนซ้ำ สิ่งที่ควรจำสำหรับเรื่องป้องกันแผลกดทับมีสามข้อ คือ ทุกครั้งที่พลิกให้ดูผิวจุดที่เพิ่งนอนทับ ถ้ามีรอยแดงให้เว้นไม่ให้ทับจุดนั้นต่อ และให้ส้นเท้าลอยพ้นที่นอน

ที่นอนทุกชนิดไม่ได้แทนการพลิกตัว และคนที่เสี่ยงสูงควรให้พยาบาลประเมินเรื่องที่นอนและอุปกรณ์ให้เหมาะกับสภาพผิวและร่างกายของท่านโดยตรง

6. แรงเฉือน: ยกตัว ไม่ลากตัว

ผิวที่ก้นกบและส้นเท้าถลอกได้ง่ายมากเมื่อถูกลากไปบนผ้าปูที่นอน และผิวที่ถลอกเป็นจุดเริ่มของแผลได้ วิธีป้องกันคือ

  • ใช้ผ้าขวางเตียงหรือแผ่นเลื่อนตัวที่แข็งแรง ยกหรือเลื่อนตัวท่านด้วยผ้า ไม่ใช่ดึงแขนหรือรักแร้ ตามที่พยาบาลสอน ถ้ามีสองคนให้ช่วยกันยก
  • ระวังตอนยกหัวเตียงสูง ตัวท่านจะไถลลงปลายเตียง ทำให้ผิวก้นกบถูกดึงรั้ง ให้ยกหัวเตียงเท่าที่จำเป็น เช่น ตอนกินอาหาร แล้วปรับลงเมื่อเสร็จ
  • จัดผ้าปูที่นอนให้เรียบตึง ไม่มีรอยพับหรือเศษอาหารใต้ตัว ผ้าปูที่ย่นเป็นสันจะกดผิวเหมือนก้อนกรวดเล็ก ๆ
  • ถอดหรือเลี่ยงของแข็งใกล้ตัวท่าน เช่น กระดุม ซิป กระเป๋าเสื้อ สายรัด ที่อาจกดผิวตอนนอนทับ

ถ้าต้องย้ายท่านจากเตียงไปรถเข็น หรือรับมือกับท่านที่ตัวใหญ่ ดูวิธีปลอดภัยที่ คู่มือย้ายจากเตียงไปรถเข็น

7. ความเปียกชื้น: รักษาผิวให้แห้งและสะอาด

ผิวที่เปียกชื้นบ่อยจะอ่อนแอลง และแผลกดทับเกิดง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะบริเวณที่ใส่ผ้าอ้อม

  • ตรวจผ้าอ้อมทุกครั้งที่เปลี่ยนท่า และเปลี่ยนเมื่อเปียกหรือเปื้อน ไม่ปล่อยไว้นาน
  • ล้างและซับผิวให้แห้งก่อนสวมผ้าอ้อมใหม่ ซับเบา ๆ ไม่ถูแรง
  • เลือกผ้าอ้อมหรือแผ่นรองซับที่ขนาดพอดีตัวและซึมซับดี อ่านวิธีเลือกและใช้ที่ คู่มือผ้าอ้อมผู้ใหญ่
  • ถ้าท่านเหงื่อออกมาก ให้เปลี่ยนเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนที่ชื้น
  • ถ้าผิวบริเวณผ้าอ้อมแดง แสบ หรือลอก แจ้งพยาบาล เพราะผื่นจากความเปียกชื้นทำให้ผิวส่วนนี้เสี่ยงมากขึ้น

8. อาหารและน้ำ: ให้ร่างกายมีวัตถุดิบซ่อมผิว

ผิวที่แข็งแรงต้องอาศัยอาหารและน้ำที่เพียงพอ ท่านที่กินน้อยหรือผอมลงมักเสี่ยงมากขึ้น โดยทั่วไปควรให้ท่านได้รับโปรตีนและน้ำให้พอตามที่แพทย์หรือนักโภชนาการที่ดูแลท่านแนะนำ บทความนี้ไม่กำหนดปริมาณเพราะแต่ละท่านมีโรคประจำตัว ไต หัวใจ หรือน้ำตาลในเลือดที่ต้องพิจารณาต่างกัน

ถ้าท่านกินน้อยลง น้ำหนักลดต่อเนื่อง กลืนลำบาก หรือกินได้แต่ไม่ค่อยดื่มน้ำ ให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาลเพื่อปรับอาหาร ท่านที่ให้อาหารทางสายยางอ่านเพิ่มที่ คู่มือให้อาหารทางสายยางที่บ้าน

9. นั่งรถเข็นหรือเก้าอี้นาน ๆ ก็เสี่ยง

คนมักนึกถึงแผลกดทับเฉพาะคนนอนบนเตียง แต่ท่านที่นั่งรถเข็นหรือเก้าอี้นานก็เสี่ยงมาก เพราะน้ำหนักตัวทั้งหมดลงที่กระดูกก้นและก้นกบ ข้อที่ควรทำ

  • เปลี่ยนท่าบ่อย ไม่ให้นั่งท่าเดิมนานต่อเนื่อง ถ้าท่านทำเองได้ ชวนให้โน้มตัวไปข้างหน้า เอนซ้ายขวา หรือยกตัวเล็กน้อยเป็นระยะ ถ้าทำเองไม่ได้ ผู้ดูแลช่วยเอียงหรือพาท่านกลับไปนอนพักบนเตียง ให้พยาบาลหรือนักกายภาพแนะนำความถี่ที่เหมาะกับท่าน
  • นั่งให้ตัวตรงและวางเท้าให้มั่นคง ท่านั่งเอียงหรือไถลไปข้างหน้าเพิ่มแรงกดและแรงเฉือนที่ก้นกบ
  • ตรวจผิวหลังลุกจากเก้าอี้ทุกครั้ง ดูก้นกบและกระดูกก้นทั้งสองข้างตามขั้นตอนข้อ 3
  • ระวังของที่ทำให้แรงกดเป็นวงหรือชื้นอับ ห่วงยางรองก้นและถุงใส่น้ำ เพิ่มแรงกดรอบวงและความอับชื้น ไม่แนะนำให้ใช้

ถ้ากำลังเลือกรถเข็นให้ท่าน ดูข้อควรพิจารณาที่ คู่มือเลือกรถเข็น และควรให้นักกายภาพหรือพยาบาลช่วยประเมินท่านั่งที่เหมาะกับท่านก่อนใช้จริง

10. เมื่อไรเรียกพยาบาล และเมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

การสังเกตอาการแนะนำให้แบ่งเป็น 2 ระดับ เพื่อไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ และไม่ปล่อยจนสาย

พยาบาลชุดน้ำเงินคุยกับลูกสาวที่ข้างเตียงคุณแม่ โดยอธิบายด้วยมือ
เมื่อพบรอยแดงที่กดแล้วไม่จาง ให้ปรึกษาพยาบาลตั้งแต่ต้น พยาบาลจะประเมินผิวและแนะนำแผนดูแลที่เหมาะกับท่าน

เรียกพยาบาลมาประเมินที่บ้าน เมื่อ

  • พบรอยแดงที่กดแล้วไม่จาง แม้เปลี่ยนท่าไม่ให้ทับแล้ว
  • ผิวตรงปุ่มกระดูกร้อน บวม แข็ง หรือนิ่มผิดปกติ
  • ผิวมีรอยช้ำ หรือคล้ำกว่าผิวรอบข้างเล็กน้อย
  • ท่านบ่นเจ็บหรือแสบตรงจุดกดทับ หรือทำหน้าเจ็บเมื่อแตะ
  • ผิวถลอกหรือลอกเป็นชั้นตื้น ๆ
  • ท่านเริ่มผอมลงหรือกินได้น้อยลง ผิวเปียกชื้นบ่อยขึ้น จนรู้สึกว่าดูแลไม่ทัน

ไปโรงพยาบาลหรือพบแพทย์โดยเร็ว เมื่อ

  • ผิวเปิดเป็นแผล เป็นตุ่มน้ำ เป็นหลุม หรือเห็นเนื้อข้างใต้
  • มีหนอง น้ำเหลืองไหลมาก หรือมีกลิ่นเหม็น
  • ผิวรอบแผลแดงลามกว้างขึ้น ร้อน หรือบวมมาก
  • ท่านมีไข้ หนาวสั่น ซึมลง หรือสับสนมากขึ้นกว่าเดิม
  • ผิวตรงนั้นเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มหรือสีดำ
  • ท่านปวดมากขึ้นอย่างชัดเจน

ถ้ามีอาการรุนแรงเฉียบพลัน เช่น หายใจลำบาก ไม่รู้สึกตัว หรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ให้โทร 1669 ทันที ดูแผนรับมือที่ แผนรับมือเหตุฉุกเฉิน 1669 สำหรับผู้สูงอายุ

เมื่อผิวเปิดเป็นแผลแล้ว ไม่แนะนำให้ครอบครัวทำแผลเอง ไม่ควรลองล้าง ทายา หรือปิดแผลตามคำแนะนำที่ส่งต่อกันมา เพราะแผลกดทับที่เปิดแล้วต้องให้พยาบาลหรือแพทย์ประเมินความลึกและเลือกวิธีดูแลก่อน ระหว่างรอ ให้หลีกเลี่ยงการนอนหรือนั่งทับแผลและรอคำแนะนำของพยาบาลหรือแพทย์ก่อนใส่อะไรลงบนแผล

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • เห็นรอยแดงแล้วนวดให้เลือดไหลเวียน ทำให้เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บอยู่เสียหายเพิ่ม ให้เลี่ยงการนอนทับจุดนั้นแล้วแจ้งพยาบาลแทน
  • คิดว่ามีอุปกรณ์รองแล้วไม่ต้องพลิกตัวแล้ว ที่นอนทุกชนิดไม่ได้แทนการพลิกตัว ยังต้องเปลี่ยนท่าและตรวจผิวควบคู่ตามที่พยาบาลกำหนด
  • ลากตัวท่านขึ้นหัวเตียง ผิวก้นกบและส้นเท้าถลอกจากแรงเสียดสีได้ ให้ใช้ผ้ารองยกและมีสองคนช่วยถ้าทำได้
  • ไม่ดูผิวเพราะเกรงใจหรือท่านไม่บ่น ท่านหลายคนไม่รู้สึกหรือบอกไม่ได้ ผิวที่เสียหายแล้วบางครั้งไม่เจ็บเลย ต้องตรวจเองทุกวัน
  • รอดูอาการหลายวันแล้วค่อยแจ้ง ช่วงที่ผิวเพิ่งแดงคือโอกาสที่ดีที่จะแก้ไขได้ทัน แจ้งพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่เห็น

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

การตรวจผิวทุกวัน พลิกตัวตามรอบ เปลี่ยนผ้าอ้อม และจับสัญญาณให้ทันเป็นงานที่ต้องทำต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน ถ้าคนดูแลหลักเริ่มนอนไม่พอ ปวดหลัง พลิกคนเดียวไม่ไหว หรือเริ่มไม่แน่ใจว่ารอยที่เห็นอันตรายหรือไม่ นั่นคือสัญญาณว่าควรมีคนช่วย ไม่ใช่ความล้มเหลว อ่านเพิ่มเรื่อง สัญญาณคนดูแลหมดไฟและทางออก

  • พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้าน ประเมินผิวและจุดเสี่ยงที่ข้างเตียงจริง แนะนำรอบพลิกตัวและอุปกรณ์ที่เหมาะกับท่าน และสอนครอบครัวว่าต้องดูอะไร 1,800 บาทต่อครั้ง ถ้ามีแผลที่ต้องทำแผล พยาบาลทำแผลเริ่ม 1,200 บาทต่อครั้ง ดูรายละเอียดที่ พยาบาลดูแลที่บ้าน
  • นักบริบาลดูแลที่บ้าน ช่วยพลิกตัว จัดท่า เปลี่ยนผ้าอ้อม ดูแลความสะอาดของผิว และดูผิววันละหลายครั้งตามแผนที่ครอบครัวและพยาบาลตกลงกัน กะ 12 ชั่วโมง (กลางวัน 08:00–20:00 หรือกลางคืน 20:00–08:00) 1,800 บาทต่อวัน รายเดือน (หยุด 1 วันต่อสัปดาห์) 30,000 บาท กะ 24 ชั่วโมงอยู่ประจำ 1 ท่าน 2,500 บาทต่อวัน รายเดือน 36,000 บาท โดยผู้ดูแลพักตามช่วงที่ท่านพัก เช่น หลัง 22:00 ถ้าต้องมีคนตื่นพลิกตัวตามรอบตลอดคืน ต้องเป็นกะ 12 ชั่วโมง 2 ท่าน จ้างรายวันขั้นต่ำ 3 วัน ดูที่ ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

ถ้าอยากเห็นภาพรวมว่าการดูแลคนติดเตียงที่บ้านมีเรื่องอะไรบ้างนอกจากผิวหนัง อ่าน ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน ต้องดูแลอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

แผลกดทับเกิดจากอะไร

เกิดจากแรงกดที่จุดเดิมนาน ๆ จนเลือดไปเลี้ยงผิวไม่พอ ร่วมกับแรงเฉือนจากการลากหรือเลื่อนตัว ความเปียกชื้น และสภาพผิวหรือร่างกายที่อ่อนแอ เช่น ผอมมาก กินน้อย หรือรับความรู้สึกที่ผิวได้น้อย มักเกิดตรงปุ่มกระดูก เช่น ก้นกบ สะโพก และส้นเท้า

แผลกดทับระยะแรกหน้าตาเป็นอย่างไร

สัญญาณแรกคือผิวเป็นรอยแดงตรงปุ่มกระดูก ซึ่งกดด้วยนิ้วแล้วสีไม่จางหายไป ผิวตรงนั้นอาจร้อน แข็ง หรือบวม ในคนผิวคล้ำอาจเห็นเป็นสีคล้ำหรือม่วงกว่าผิวรอบข้างแทนที่จะเห็นเป็นสีแดง เมื่อเห็นให้เลี่ยงไม่ให้ท่านนอนทับจุดนั้น ห้ามนวด และแจ้งพยาบาล

ผิวแดงแต่กดแล้วจาง ต้องกังวลไหม

เป็นรอยแดงชั่วคราวจากการถูกกด ถือว่าเตือนว่าจุดนั้นรับน้ำหนักมากไป ให้เปลี่ยนท่าไม่ให้ทับจุดนั้นแล้วดูซ้ำในรอบถัดไป ถ้าหายไปตามปกติก็ไม่ต้องกังวล ถ้าเป็นซ้ำที่เดิมบ่อย ๆ ควรปรึกษาพยาบาลเรื่องรอบพลิกตัวและท่านอน

ต้องตรวจผิวทุกวันไหม ตรวจตอนไหนดี

ควรตรวจทั้งตัวอย่างน้อยวันละครั้ง และดูซ้ำจุดที่เพิ่งนอนทับทุกครั้งที่เปลี่ยนท่า เวลาที่สะดวกคือตอนอาบน้ำหรือเช็ดตัว ตอนเปลี่ยนผ้าอ้อม และก่อนนอน จดบันทึกไว้ให้ทุกคนที่ผลัดเวรเห็นตรงกัน

แผลกดทับเป็นแล้วครอบครัวทำแผลเองได้ไหม

ไม่แนะนำ ถ้าผิวเปิดเป็นแผลแล้ว ต้องให้พยาบาลหรือแพทย์ประเมินความลึกและเลือกวิธีดูแลก่อน การล้าง ทายา หรือปิดแผลเองตามที่ได้ยินมาอาจทำให้แผลแย่ลง ระหว่างรอให้เลี่ยงการนอนหรือนั่งทับแผล

ต้องพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงเสมอไหม

ทุก 2 ชั่วโมงเป็นแนวปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไป แต่ไม่ใช่ตัวเลขที่ตรงกับทุกคน หลักฐานทางวิชาการเองยังบอกไม่ได้ว่ารอบใดเหมาะที่สุด ให้พยาบาลช่วยปรับรอบตามสภาพผิวและความสบายของท่านแต่ละคน ดูวิธีพลิกที่ พลิกตัวผู้ป่วยติดเตียง

มีที่นอนแล้วไม่ต้องพลิกตัวได้ไหม

ไม่ได้ ที่นอนทุกชนิดไม่ได้แทนการพลิกตัวและการตรวจผิว ถ้าคุณพ่อคุณแม่เสี่ยงสูง ควรให้พยาบาลประเมินเรื่องที่นอนและอุปกรณ์ที่เหมาะกับท่านโดยตรง

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้ากำลังกังวลว่ารอยแดงที่เห็นอันตรายหรือไม่ หรืออยากให้พยาบาลมาดูผิวและสอนวิธีตรวจที่ข้างเตียงจริง เล่าสภาพของคุณพ่อคุณแม่ให้ทีมฟังได้เลย ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน และส่งโปรไฟล์ผู้ดูแลให้ดูก่อนเริ่มงาน

  • ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน พยาบาลที่บ้าน และเช่าอุปกรณ์ โทร 061-881-9399
  • กายภาพบำบัดที่บ้าน โทร 095-767-6307
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน ให้บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ เริ่มงานปกติภายใน 2–3 วัน

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เขียนโดย พว.อรฤทัย บุญตวง (ว.5311192883) · ตรวจทานโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ (ว.40854) · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ