เครื่องผลิตออกซิเจน ใช้ยังไง ให้ปลอดภัย: ตั้งเครื่องในที่โล่ง ไม่บังช่องลม ห่างเปลวไฟและห้ามสูบบุหรี่ เปิดเครื่องแล้วใช้อัตราไหลตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามปรับเอง ดูแลไส้กรองและสายตามคู่มือ และต้องมีแผนสำรองไว้ก่อนวันที่ไฟดับ เพราะเครื่องผลิตออกซิเจนต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา ต่างจากถังออกซิเจนที่ไม่ต้องใช้ไฟแต่มีออกซิเจนจำกัดตามขนาดถังและต้องเติมหรือเปลี่ยนถัง เมื่อเครื่องร้องเตือน ให้ดูอาการของคุณพ่อคุณแม่ก่อนดูเครื่องเสมอ

วันแรกที่เครื่องมาถึงบ้าน ทุกคนตั้งใจฟังเจ้าหน้าที่สาธิต แต่พอผ่านไปสองสามคืน คำถามก็เริ่มมา เสียงฟู่ ๆ เป็นจังหวะแบบนี้ปกติไหม ไฟกะพริบหมายถึงอะไร ถ้าไฟดับตอนตีสามจะทำอย่างไร และบิลค่าไฟเดือนนี้จะขึ้นเท่าไร บทความนี้รวมคำตอบที่ลูกหลานถามบ่อย ให้ทุกคนในบ้านใช้เครื่องได้มั่นใจ และรู้ว่าเมื่อไรต้องโทรหาใคร

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เครื่องผลิตออกซิเจน ดึงอากาศในห้องมากรองให้ได้ออกซิเจนเข้มข้นต่อเนื่อง ต้องใช้ไฟตลอด ถังออกซิเจน ไม่ต้องใช้ไฟ แต่หมดได้และต้องเติมหรือเปลี่ยนถัง
  • ตั้งเครื่อง ในที่โล่ง ไม่บังช่องลม ห่างเตาแก๊สและเปลวไฟ ห้ามสูบบุหรี่ ในห้องที่ใช้ออกซิเจน
  • ใช้ อัตราไหลตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามเพิ่ม ลด หรือหยุดเอง
  • เครื่อง ร้องเตือน มักเกิดจากไฟดับ สายพับ ช่องลมหรือไส้กรองอุดตัน หรือความเข้มข้นออกซิเจนต่ำ ดูอาการท่านก่อน แล้วค่อยเช็กเครื่อง
  • ไฟดับ ต้องเตรียมก่อน: ขอแผนฉุกเฉินเป็นลายลักษณ์อักษรจากแพทย์ และจัดหาแหล่งออกซิเจนสำรองที่ไม่ใช้ไฟ ถ้าไฟดับหรือเครื่องขัดข้องแล้วท่านเหนื่อย หายใจลำบาก หรือริมฝีปากเขียว ให้โทร 1669 ทันที
  • ค่าไฟ คิดได้เองจากวัตต์บนฉลาก × ชั่วโมงที่ใช้ ÷ 1,000 × ค่าไฟต่อหน่วยของบ้าน

1. เครื่องผลิตออกซิเจนกับถังออกซิเจน ต่างกันอย่างไร ใครเหมาะแบบไหน

ต่างกันที่แหล่งออกซิเจน เครื่องผลิตออกซิเจนใช้ไฟดึงอากาศในห้องมาแยกไนโตรเจนออก จึงผลิตได้ต่อเนื่องไม่มีวันหมดตราบที่มีไฟ ส่วนถังออกซิเจนบรรจุออกซิเจนอัดไว้ ไม่ต้องใช้ไฟ แต่มีปริมาณจำกัดและต้องเติมหรือเปลี่ยนถัง ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ (NHS) อธิบายว่าเครื่องผลิตออกซิเจนเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้ออกซิเจนเกือบทั้งวันรวมถึงตอนหลับ ส่วนถังมักใช้กับผู้ที่ต้องใช้เป็นช่วงสั้น ๆ

  • เครื่องผลิตออกซิเจน ใช้ต่อเนื่องได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องสั่งเติม แต่ต้องมีไฟตลอดและมีเสียงเครื่องทำงาน เหมาะกับท่านที่แพทย์สั่งให้ใช้หลายชั่วโมงต่อวันหรือใช้ตอนนอน
  • ถังออกซิเจน ไม่ต้องใช้ไฟ ถังเล็กพกออกนอกบ้านได้ แต่ต้องคอยดูเกจ สั่งเติม ตั้งให้มั่นคงไม่ล้ม และเก็บห่างความร้อน เหมาะกับใช้ช่วงสั้น ใช้ตอนเดินทาง หรือเป็นแหล่งสำรองตอนไฟดับ

ถังออกซิเจนใช้ได้กี่ชั่วโมง

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกถัง เพราะขึ้นกับขนาดถัง แรงดันที่เหลือ และอัตราไหลที่แพทย์สั่ง ถ้าจะคิดคร่าว ๆ ให้ใช้สูตรนี้

  • ปริมาณก๊าซออกซิเจนที่ถังบรรจุได้เมื่อเต็ม (ลิตร ขอตัวเลขจากผู้จำหน่าย) ÷ อัตราไหลที่แพทย์สั่ง (ลิตรต่อนาที) = จำนวนนาทีที่ใช้ได้โดยประมาณ
  • นำจำนวนนาที ÷ 60 = จำนวนชั่วโมง

ข้อควรระวังคือตัวเลขลิตรในสูตรต้องเป็น ปริมาณก๊าซออกซิเจน ไม่ใช่ความจุน้ำของถัง ซึ่งเป็นตัวเลขที่อาจพิมพ์อยู่บนตัวถังเหมือนกันแต่น้อยกว่าหลายเท่า ถ้าไม่แน่ใจว่าเลขบนถังคืออะไร ให้ถามผู้จำหน่าย ตัวเลขที่ได้คือกรณีถังเต็มเท่านั้น ถังที่ใช้ไปแล้วให้ผู้จำหน่ายช่วยคำนวณจากเกจแรงดันของถังนั้น และต้องเผื่อออกซิเจนสำรองไว้เสมอ สั่งเติมก่อนถังหมด ไม่ใช้จนถังเกลี้ยง

ส่วนคำถามว่าควรใช้เครื่องขนาด 5 หรือ 10 ลิตร ขึ้นกับอัตราไหลสูงสุดที่แพทย์สั่งเป็นหลัก ให้เลือกตามใบสั่งของแพทย์

2. เครื่องผลิตออกซิเจนใช้ยังไง ตั้งเครื่องตรงไหน และเปิดใช้ทีละขั้น

วางเครื่องในที่โล่ง ไม่มีอะไรบังช่องลม ห่างเตาแก๊สและเปลวไฟ แล้วเปิดเครื่องตามคู่มือ ใช้อัตราไหลตามที่แพทย์สั่ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) แนะนำให้วางเครื่องในที่โล่งเพื่อลดโอกาสเครื่องร้อนเกินจนทำงานผิดปกติ และห้ามบังช่องลม

เครื่องผลิตออกซิเจนสีขาวตั้งห่างผนัง คุณพ่อนั่งบนเตียงใส่สายออกซิเจนทางจมูก พยาบาลจัดสาย
ตั้งเครื่องในที่โล่ง ไม่ชิดผนังหรือผ้าม่าน แล้วจัดสายออกซิเจนไม่ให้พับหรือพาดทางเดิน

ตั้งเครื่องให้ปลอดภัย

  • ไม่วางชิดผนัง ผ้าม่าน ตู้ หรือใต้โต๊ะ
  • NHS แนะนำให้วางห่างอุปกรณ์ที่มีเปลวไฟ เช่น เตาแก๊ส อย่างน้อย 3 เมตร และห่างเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือแหล่งความร้อน เช่น โทรทัศน์ ไดร์เป่าผม อย่างน้อย 1.5 เมตร หรือตามที่คู่มือเครื่องกำหนด
  • ห้ามสูบบุหรี่ ในห้องที่ใช้ออกซิเจน และห้ามจุดเทียน ธูป หรือยากันยุงแบบจุดไฟใกล้เครื่องและสาย
  • ไม่ทาปิโตรเลียมเจลลี่หรือครีมที่มีส่วนผสมจากปิโตรเลียมบริเวณใบหน้าและลำตัวส่วนบน เว้นแต่แพทย์หรือนักบำบัดระบบหายใจแนะนำ
  • เสียบปลั๊กกับเต้ารับผนังที่มีสายดิน ดูในคู่มือว่าใช้ปลั๊กพ่วงได้หรือไม่ และไม่เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นพ่วงในปลั๊กเดียวกัน
  • จัดสายไม่ให้พาดทางเดิน กันคนในบ้านสะดุดล้ม
  • ติดเครื่องตรวจจับควันในบ้าน และมีถังดับเพลิงที่ใช้งานได้

เปิดใช้ทีละขั้น

  1. ถ้าใช้กระบอกน้ำความชื้นตามคำแนะนำ เติมน้ำให้อยู่ระหว่างขีดต่ำสุดและสูงสุด แล้วปิดฝาให้แน่น
  2. ต่อสายออกซิเจนเข้ากับช่องจ่ายของเครื่อง
  3. เปิดเครื่อง และรอตามเวลาที่คู่มือกำหนดให้เครื่องพร้อมก่อนใช้
  4. ตั้งอัตราไหลตามที่แพทย์สั่ง แล้วใส่สายเสียบจมูกให้ท่าน
  5. เช็กว่าออกซิเจนไหลจริง เช่น มีฟองในกระบอกน้ำ (ถ้าใช้) หรือรู้สึกถึงลมที่ปลายสาย

อัตราไหล: ใช้ตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น

ห้ามเพิ่ม ลด หรือหยุดออกซิเจนเอง แม้ท่านจะดูเหนื่อยขึ้นหรือค่าออกซิเจนปลายนิ้วต่ำลง FDA เตือนว่าการได้ออกซิเจนมากหรือน้อยเกินไปเป็นอันตรายได้ และเอกสารของ NHS กับหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ (MedlinePlus) ก็ย้ำว่าไม่ให้เปลี่ยนอัตราไหลเอง ถ้าคิดว่าท่านได้ออกซิเจนไม่พอ ให้โทรปรึกษาแพทย์

เขียนอัตราไหลที่แพทย์สั่ง ชั่วโมงที่ต้องใช้ต่อวัน และเบอร์ที่ต้องโทรเมื่อเครื่องมีปัญหา ไว้บนกระดาษแผ่นเดียว ติดไว้ที่เครื่อง ทุกคนในบ้านและผู้ดูแลจะใช้ค่าเดียวกันโดยไม่ต้องเดา

3. ดูแลกระบอกน้ำ ไส้กรอง และสายออกซิเจนอย่างไร

ดูแล 3 ส่วน คือ กระบอกน้ำความชื้น (ถ้าใช้) ไส้กรองอากาศ และสายเสียบจมูก ความถี่ที่แน่นอนให้ยึดคู่มือของเครื่องรุ่นนั้น

มือนักบริบาลเติมน้ำกลั่นลงกระบอกความชื้นของเครื่องผลิตออกซิเจน
เติมน้ำกลั่นในกระบอกความชื้นให้อยู่ระหว่างขีดต่ำสุดและสูงสุด แล้วปิดฝาให้แน่น

กระบอกน้ำความชื้น

  • องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าจะใช้กระบอกความชื้นหรือไม่ให้ดูตามแนวทางทางการแพทย์ บางกรณีไม่จำเป็นต้องใช้ ให้ทำตามที่แพทย์หรือผู้ติดตั้งแนะนำ
  • ถ้าใช้ ให้เติมน้ำกลั่นให้อยู่ระหว่างขีดต่ำสุดและสูงสุด ไม่เติมเกินขีด
  • เปลี่ยนน้ำและล้างกระบอกตามคู่มือ ไม่เติมน้ำใหม่ทับน้ำเก่าไปเรื่อย ๆ
  • ฝาต้องปิดแน่น ถ้าฝาหลวม ออกซิเจนอาจรั่วออกทางฝาแทนที่จะไปถึงท่าน

ไส้กรองอากาศ

ไส้กรองดักฝุ่นก่อนอากาศเข้าเครื่อง ถ้าตันเครื่องจะทำงานหนักและร้อนขึ้น เอกสารของ NHS ฉบับหนึ่งกำหนดให้ล้างทุกสัปดาห์ แต่แต่ละรุ่นต่างกัน ให้ยึดคู่มือ และผึ่งให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับ

สายออกซิเจนและสายเสียบจมูก

  • MedlinePlus แนะนำให้ล้างสายเสียบจมูกด้วยสบู่และน้ำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด ผึ่งให้แห้งสนิทก่อนใช้ และเปลี่ยนสายเสียบจมูกทุก 2–4 สัปดาห์ ส่วนสายต่อเส้นยาวไม่ควรปล่อยให้มีน้ำค้างข้างใน ให้เช็ดด้านนอกและเปลี่ยนตามรอบ หรือตามที่คู่มือและผู้ให้บริการกำหนด
  • เปลี่ยนทันทีถ้าสายแข็ง ขุ่น หรือมีรอยแตก
  • ดูผิวหลังหูและรอบจมูกทุกวัน ถ้าแดงจากสายกดทับ ให้แจ้งพยาบาล

4. เครื่องผลิตออกซิเจนเสียงดังหรือร้องเตือน เกิดจากอะไร

เสียงเครื่องทำงานเบา ๆ และเสียงปล่อยลมเป็นจังหวะเป็นเรื่องปกติของหลายรุ่น แต่เสียงร้องเตือนแปลว่ามีบางอย่างผิดปกติ ให้ดูอาการของท่านก่อน ถ้าท่านหอบ ซึม หรือปากเขียว ให้เปลี่ยนไปใช้แหล่งสำรองถ้ามี และโทร 1669 ทันที แล้วค่อยหาสาเหตุที่เครื่อง

สัญญาณเตือนที่เครื่องมาตรฐานควรมี

ข้อกำหนดทางเทคนิคของ WHO ระบุให้เครื่องเตือนเมื่อความเข้มข้นออกซิเจนต่ำ ไฟดับ เครื่องร้อนเกิน และการไหลหรือแรงดันผิดปกติ ความหมายของสัญลักษณ์แต่ละรุ่นดูได้ในคู่มือ

เช็กตามลำดับนี้

  1. ไฟฟ้า ปลั๊กหลุดไหม เบรกเกอร์ตัดไหม ไฟในบ้านดับไหม ถ้าไฟดับให้ทำตามหัวข้อที่ 5
  2. สายออกซิเจน พับ งอ ถูกทับใต้ที่นอนหรือล้อเตียงไหม ข้อต่อหลุดหรือหลวมไหม
  3. กระบอกน้ำ ฝาปิดแน่นไหม ใส่ถูกตำแหน่งไหม น้ำเกินขีดไหม
  4. ช่องลมและไส้กรอง มีอะไรบังไหม ไส้กรองสกปรกหรือตันไหม ห้องร้อนและอับเกินไปไหม
  5. ความเข้มข้นออกซิเจนต่ำ ถ้าเครื่องแจ้งแบบนี้ซ้ำหลังเช็กครบแล้ว เครื่องอาจต้องได้รับการตรวจซ่อม ให้ใช้แหล่งสำรองและโทรหาผู้ให้บริการเครื่อง

ถ้าเช็กครบแล้วยังร้องเตือน หรือเสียงดังผิดไปจากเดิมมาก มีกลิ่นไหม้ หรือเครื่องร้อนผิดปกติ ให้ปิดเครื่อง ใช้แหล่งสำรอง และโทรหาผู้ให้บริการ อย่ากดปิดเสียงเตือนแล้วปล่อยไว้โดยไม่รู้สาเหตุ

5. ไฟดับทำอย่างไร: แผนสำรองที่ต้องมีก่อนวันจริง

เครื่องผลิตออกซิเจนหยุดทำงานทันทีเมื่อไฟดับ MedlinePlus จึงแนะนำให้บ้านที่ใช้เครื่องมีถังออกซิเจนสำรองไว้ ให้เตรียมแผนตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่คิดตอนไฟดับกลางดึก

  1. ขอแผนฉุกเฉินเป็นลายลักษณ์อักษรจากแพทย์ ว่าเมื่อไฟดับหรือเครื่องขัดข้อง ต้องสลับไปใช้แหล่งออกซิเจนใดทันที ต้องมีสำรองพอใช้กี่ชั่วโมง และเมื่อไรต้องโทร 1669 บางท่านไม่ควรขาดออกซิเจนเลยแม้ช่วงสั้น ๆ จึงอย่าคิดว่ามีเวลาให้รอ
  2. จัดหาแหล่งออกซิเจนสำรองที่ไม่ใช้ไฟ เช่น ถังออกซิเจนจากผู้จำหน่ายก๊าซทางการแพทย์ ให้พอกับอัตราไหลและระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ (KIN HomeCare ไม่มีบริการถังออกซิเจน)
  3. ฝึกทุกคนที่อาจอยู่กับท่าน ให้เปิดวาล์วถังสำรอง ตั้งอัตราไหลตามที่แพทย์สั่ง และสลับสายจากเครื่องไปถังได้
  4. แจ้งการไฟฟ้าในพื้นที่ ว่าบ้านมีผู้ที่ต้องใช้ไฟเดินเครื่องมือแพทย์ การไฟฟ้ามีช่องทางลงทะเบียนสำหรับบ้านลักษณะนี้ เช่น การยกเว้นการงดจ่ายไฟกรณีค้างชำระค่าไฟ ให้สอบถามเงื่อนไขและเอกสารล่าสุดกับสำนักงานการไฟฟ้า และติดตามประกาศดับไฟเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของบ้าน
  5. เตรียมไฟฉายและโทรศัพท์ที่ชาร์จเต็ม ไว้ข้างเตียง พร้อมเบอร์ผู้ให้บริการเครื่อง
  6. ถ้าจะใช้เครื่องสำรองไฟหรือเครื่องปั่นไฟ ถามผู้จำหน่ายเครื่องก่อนว่ารองรับได้หรือไม่และนานแค่ไหน
  7. ถ้าไฟดับหรือเครื่องขัดข้องแล้วท่านเหนื่อย หายใจลำบาก หรือริมฝีปากเขียว ให้โทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอดูว่าไฟจะกลับมาเมื่อไร

สิ่งที่ต้องบอกเจ้าหน้าที่เมื่อโทรเรียกรถ อ่านได้ที่ แผนฉุกเฉินผู้สูงอายุที่บ้านและการโทร 1669

6. เครื่องผลิตออกซิเจนกินไฟเท่าไร คิดค่าไฟเองอย่างไร

คิดได้จากกำลังไฟ (วัตต์) ที่ฉลากหรือคู่มือของเครื่อง เพราะแต่ละรุ่นกินไฟต่างกัน และแต่ละบ้านจ่ายค่าไฟต่อหน่วยไม่เท่ากัน

  • หน่วยไฟต่อวัน = วัตต์บนฉลาก × จำนวนชั่วโมงที่ใช้ต่อวัน ÷ 1,000
  • หน่วยไฟต่อเดือน = หน่วยไฟต่อวัน × จำนวนวันที่ใช้
  • ค่าไฟโดยประมาณ = หน่วยไฟต่อเดือน × ค่าไฟต่อหน่วยของบ้าน (ดูได้จากบิลค่าไฟ)

ท่านที่ใช้ออกซิเจนเกือบตลอดวัน เครื่องจะเปิดเกือบ 24 ชั่วโมง ค่าไฟจึงเพิ่มขึ้นชัดเจน คิดล่วงหน้าไว้จะวางงบได้ และห้ามปิดเครื่องหรือลดชั่วโมงใช้เองเพื่อประหยัดค่าไฟ

7. เครื่องผลิตออกซิเจนยี่ห้อไหนดี: ดู 6 ข้อนี้แทนการดูยี่ห้อ

ไม่มียี่ห้อที่เหมาะกับทุกคน เครื่องที่เหมาะคือเครื่องที่จ่ายออกซิเจนได้ตามที่แพทย์สั่ง มีสัญญาณเตือนครบ และมีคนดูแลเมื่อเครื่องมีปัญหา

  1. อัตราไหลสูงสุด ต้องครอบคลุมอัตราไหลที่แพทย์สั่ง และใช้ต่อเนื่องได้ตามชั่วโมงที่ท่านต้องใช้ต่อวัน
  2. ความเข้มข้นออกซิเจน ข้อกำหนดทางเทคนิคของ WHO ระบุให้เครื่องจ่ายออกซิเจนเข้มข้นมากกว่า 82% และควรมากกว่า 90% และมีตัววัดความเข้มข้นในเครื่อง
  3. ระดับเสียง ข้อกำหนดของ WHO ระบุไว้ต่ำกว่า 60 เดซิเบล(เอ) เครื่องที่ตั้งในห้องนอน ยิ่งเงียบยิ่งช่วยให้ท่านและคนในบ้านนอนหลับ
  4. สัญญาณเตือน อย่างน้อยต้องเตือนเมื่อไฟดับ ความเข้มข้นออกซิเจนต่ำ เครื่องร้อนเกิน และการไหลผิดปกติ
  5. ศูนย์บริการและอะไหล่ มีคนรับซ่อม มีอะไหล่ และมีเครื่องสำรองให้ใช้ระหว่างซ่อม
  6. ถูกต้องตามกฎหมายเครื่องมือแพทย์ ผลิตหรือนำเข้าถูกต้องตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด ตรวจเลขที่ได้รับอนุญาตได้จากระบบค้นหาของ อย.

ถ้าต้องขึ้นเครื่องบินพร้อมเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา ต้องให้แพทย์กรอกแบบฟอร์มทางการแพทย์ของสายการบินและรอการอนุมัติก่อน อ่านต่อที่ พาผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบินพร้อมรถเข็น

8. อาการที่ต้องไปโรงพยาบาล แม้ใช้เครื่องผลิตออกซิเจนอยู่

ถ้าอาการเปลี่ยนไปแม้ใช้ออกซิเจนตามสั่ง ให้ติดต่อแพทย์ และถ้ามีอาการรุนแรง ให้โทร 1669 ทันที

  • โทร 1669 ทันที ถ้าหอบจนพูดไม่เป็นประโยค ริมฝีปากหรือปลายเล็บเขียว ซึมลง ปลุกยาก หรือสับสนกะทันหัน
  • ติดต่อแพทย์ ถ้าหายใจช้า ตื้น ลำบาก หรือไม่สม่ำเสมอ ปวดศีรษะบ่อย หรือเหนื่อยง่ายกว่าที่เคย
  • ค่าออกซิเจนปลายนิ้วต่ำกว่า 94% ร่วมกับเหนื่อยหอบ ให้ติดต่อแพทย์ วัดซ้ำได้ 92% หรือต่ำกว่า ให้โทร 1669 (ท่านที่มีโรคปอดเรื้อรัง ให้ยึดค่าเป้าหมายที่แพทย์กำหนด) วิธีวัดให้แม่นอ่านได้ที่ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว อ่านค่าอย่างไร

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • ปรับอัตราไหลเองเมื่อท่านดูเหนื่อย การเพิ่มหรือลดออกซิเจนเองอาจเป็นอันตราย แก้ด้วยการใช้ตามที่แพทย์สั่ง แล้วโทรปรึกษาแพทย์
  • ตั้งเครื่องชิดผนังหรือหลังผ้าม่าน ให้ห้องดูเรียบร้อย เครื่องร้อนและทำงานผิดปกติ แก้ด้วยการตั้งในที่โล่ง
  • ไม่มีแผนไฟดับ มารู้ตัวตอนเครื่องดับกลางดึก แก้ด้วยการขอแผนฉุกเฉินเป็นลายลักษณ์อักษรจากแพทย์และจัดหาแหล่งสำรองตั้งแต่วันแรก
  • กดปิดเสียงเตือนแล้วปล่อยไว้ โดยไม่รู้สาเหตุ แก้ด้วยการดูอาการท่านก่อน แล้วเช็กตามลำดับในหัวข้อที่ 4
  • สูบบุหรี่หรือจุดไฟใกล้เครื่อง เพราะคิดว่าเครื่องไม่ใช่ถัง ออกซิเจนจากเครื่องก็ทำให้ไฟลุกง่ายเช่นกัน แก้ด้วยการห้ามเด็ดขาดในห้องนั้น

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

ถ้าเพิ่งเริ่มใช้ออกซิเจนที่บ้าน ท่านมีโรคปอดหรือโรคหัวใจที่อาการเปลี่ยนเร็ว หรือกลางวันไม่มีใครอยู่ดู การมีคนที่ใช้เครื่องเป็นและรู้ว่าต้องแจ้งใครเมื่อไร ช่วยให้ครอบครัวไม่ต้องลุ้นทุกครั้งที่เครื่องร้อง

  • เช่าเครื่องผลิตออกซิเจน เครื่อง 5 ลิตร ระดับเสียง 45 เดซิเบล 2,200 บาทต่อเดือน (มัดจำ 5,700 บาท) และเครื่อง 10 ลิตร ใช้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง 4,000 บาทต่อเดือน (มัดจำ 11,600 บาท) จัดส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าจัดส่ง 1,200 บาทต่อเที่ยว ฟรีเมื่อเช่า 3 เดือนขึ้นไป ทีมส่ง ติดตั้ง และสาธิตการใช้งานถึงบ้าน เครื่องฆ่าเชื้อก่อนส่งมอบ มีทั้งให้เช่าและจำหน่าย ราคาจำหน่ายสอบถาม 061-881-9399 ดูที่ เช่าอุปกรณ์การแพทย์
  • พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้าน ช่วยประเมินอาการ ดูการใช้ออกซิเจนตามแผนของแพทย์ และสอนครอบครัวใช้และดูแลเครื่อง 1,800 บาทต่อครั้ง ดูที่ พยาบาลดูแลที่บ้าน
  • นักบริบาล (ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน) วัดสัญญาณชีพ จดบันทึก ดูสายและเครื่องให้พร้อมใช้ และแจ้งครอบครัวเมื่อเครื่องร้องเตือนหรืออาการเปลี่ยน กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน (ขั้นต่ำ 3 วัน) กะ 24 ชั่วโมงอยู่ประจำ 2,500 บาทต่อวัน ดูที่ บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องผลิตออกซิเจนใช้ยังไงครั้งแรก

ตั้งเครื่องในที่โล่ง ต่อกระบอกน้ำ (ถ้าแนะนำให้ใช้) ต่อสาย เปิดเครื่องและรอให้พร้อมตามคู่มือ ตั้งอัตราไหลตามที่แพทย์สั่ง แล้วใส่สายเสียบจมูกให้ท่าน ครั้งแรกควรให้ผู้ติดตั้งสาธิตให้ทุกคนในบ้านดู

เครื่องผลิตออกซิเจนร้องเตือนต้องทำอย่างไร

ดูอาการของท่านก่อน ถ้าหอบ ซึม หรือปากเขียว ให้ใช้แหล่งสำรองและโทร 1669 ถ้าท่านอาการปกติ ให้เช็กไฟ สาย กระบอกน้ำ ช่องลม และไส้กรองตามลำดับ ถ้ายังร้องให้โทรหาผู้ให้บริการเครื่อง

ไฟดับใช้เครื่องผลิตออกซิเจนได้ไหม

ไม่ได้ ยกเว้นเครื่องแบบพกพาที่มีแบตเตอรี่ ซึ่งใช้ได้ตามระยะเวลาของแบตเตอรี่ บ้านที่ใช้เครื่องผลิตออกซิเจนจึงควรมีแหล่งออกซิเจนสำรองที่ไม่ใช้ไฟ และขอแผนฉุกเฉินเป็นลายลักษณ์อักษรจากแพทย์ไว้ก่อน บางท่านไม่ควรขาดออกซิเจนเลย ถ้าไฟดับหรือเครื่องขัดข้องแล้วท่านเหนื่อย หายใจลำบาก หรือริมฝีปากเขียว ให้โทร 1669 ทันที

เครื่องผลิตออกซิเจนกินไฟเดือนละเท่าไร

ขึ้นกับวัตต์ของเครื่อง ชั่วโมงที่ใช้ และค่าไฟต่อหน่วยของบ้าน คิดได้จากวัตต์บนฉลาก × ชั่วโมงต่อวัน ÷ 1,000 × จำนวนวัน × ค่าไฟต่อหน่วยในบิล เครื่องที่เปิดเกือบ 24 ชั่วโมงจะทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นชัดเจน

ถังออกซิเจนใช้ได้กี่ชั่วโมง

ขึ้นกับขนาดถังและอัตราไหลที่แพทย์สั่ง คิดคร่าว ๆ จากปริมาณก๊าซออกซิเจนที่ถังบรรจุได้ (ลิตร ไม่ใช่ความจุน้ำของถัง) ÷ อัตราไหล (ลิตรต่อนาที) ได้เป็นนาที แล้วหาร 60 เป็นชั่วโมง ตัวเลขนี้คือกรณีถังเต็ม ถังที่ใช้ไปแล้วให้ผู้จำหน่ายช่วยคำนวณจากเกจ และเผื่อสำรองไว้เสมอ

เครื่องผลิตออกซิเจนยี่ห้อไหนดี

ไม่ควรยึดยี่ห้อ ให้ดูว่าเครื่องจ่ายอัตราไหลได้ตามที่แพทย์สั่ง ความเข้มข้นออกซิเจนได้ตามเกณฑ์ เสียงเบา มีสัญญาณเตือนครบ มีศูนย์บริการและอะไหล่ และถูกต้องตามกฎหมายเครื่องมือแพทย์ของ อย.

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้าแพทย์เพิ่งสั่งให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ออกซิเจนที่บ้าน หรือครอบครัวยังไม่มั่นใจเรื่องการใช้เครื่องและการเตรียมรับไฟดับ เล่าให้ทีมฟังได้ว่าแพทย์สั่งอัตราไหลเท่าไร ใช้วันละกี่ชั่วโมง และบ้านมีใครอยู่กับท่านบ้าง ทีมช่วยดูว่าควรเริ่มจากเช่าเครื่อง ให้พยาบาลมาดู หรือจัดผู้ดูแล

  • โทร 061-881-9399 (ดูแลผู้สูงอายุ พยาบาล และเช่าอุปกรณ์)
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน ก่อนตัดสินใจ
  • ให้บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เรียบเรียงโดยทีม KIN HomeCare · ราคาอ้างอิงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ