ขาบวมข้างเดียว ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงต้องระวังมากกว่าขาบวมทั้งสองข้าง เพราะสาเหตุที่พบได้และอันตรายคือ ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำที่ขา และ ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ ซึ่งทั้งสองอย่างต้องให้แพทย์ตรวจ ถ้าขาข้างหนึ่งบวมขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ โดยเฉพาะถ้าปวด แดง หรืออุ่นกว่าอีกข้าง อย่านวด อย่าบีบ แล้วพาไปพบแพทย์ภายในวันนี้ ถ้ามีหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หน้ามืด หรือเป็นลม โทร 1669 ทันที เพราะอาจเป็นลิ่มเลือดที่หลุดไปอุดหลอดเลือดในปอด

หลายบ้านสังเกตเห็นตอนเช็ดตัวให้คุณพ่อ น่องข้างซ้ายดูใหญ่กว่าข้างขวา กดแล้วท่านทำหน้าเจ็บ ญาติบางคนแนะนำให้เอายาหม่องมานวดหรือยกขาสูงแล้วรอดูอีกสองสามวัน บทความนี้จะช่วยแยกว่าขาบวมแบบไหนรอได้ แบบไหนรอไม่ได้ ทำไมคนที่นอนนานจึงเสี่ยงลิ่มเลือด สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างรอพบแพทย์ และวิธีป้องกันในชีวิตประจำวันสำหรับท่านที่ต้องอยู่บนเตียงเป็นส่วนใหญ่

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ขาบวมข้างเดียวโดยไม่มีสาเหตุชัด เช่น ไม่ได้หกล้มหรือกระแทก ไม่ใช่เรื่องรอดูเอง แนวทางของ NHS ให้ขอพบแพทย์แบบเร่งด่วน
  • สาเหตุที่ต้องคิดถึงก่อนคือ ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำที่ขา และผิวหนังอักเสบติดเชื้อ ส่วนโรคหัวใจ ไต ตับ หรือยาบางชนิด มักทำให้บวมทั้งสองขาหรือบวมหลายบริเวณ
  • คนที่นอนบนเตียงนาน เพิ่งผ่าตัด เพิ่งออกจากโรงพยาบาล หรืออายุเกิน 60 ปี มีความเสี่ยงลิ่มเลือดมากขึ้น
  • ห้ามนวด บีบ หรือประคบร้อนขาข้างที่สงสัยลิ่มเลือด และอย่าแก้ด้วยการยกขาแล้วรอดูเองหลายวัน
  • หอบเหนื่อยขึ้นมาทันที เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด ใจสั่น หน้ามืดหรือเป็นลม ให้โทร 1669 ทันที แม้ไม่เห็นขาบวม เพราะลิ่มเลือดที่ปอดเกิดได้โดยไม่มีอาการที่ขาก่อน
  • ป้องกันในคนนอนนาน ได้แก่ ขยับข้อเท้าและขาทุกวัน เปลี่ยนท่า ลุกนั่งเท่าที่แพทย์อนุญาต และดื่มน้ำตามที่แพทย์กำหนด ส่วนถุงน่องป้องกันลิ่มเลือดใช้เมื่อแพทย์สั่งและวัดขนาดให้เท่านั้น

1. ขาบวมข้างเดียวกับขาบวมสองข้าง ต่างกันอย่างไร

ขาบวมสองข้างเท่า ๆ กันมักเกิดจากสาเหตุที่กระทบทั้งร่างกาย ส่วนขาบวมข้างเดียวมักบอกว่ามีปัญหาเฉพาะที่ขาข้างนั้น จึงต้องหาสาเหตุให้เร็วกว่า

เอกสารของ NHS เวลส์อธิบายว่าอาการบวมจากน้ำคั่งเกิดได้จากหลายเรื่อง ตั้งแต่นั่งหรือยืนท่าเดิมนาน กินเค็มมาก ยาบางกลุ่ม เช่น ยาความดันบางชนิดหรือยาสเตียรอยด์ ไปจนถึงปัญหาของไต ตับ หรือหัวใจ ลิ่มเลือด การบาดเจ็บ และการติดเชื้อ สาเหตุที่มาจากทั้งร่างกายมักทำให้บวมทั้งสองขาหรือบวมหลายบริเวณ ขณะที่ลิ่มเลือด การติดเชื้อ หรือการบาดเจ็บ มักบวมเฉพาะจุด

คำแนะนำของ NHS เวลส์ระบุชัดว่า ถ้าข้อเท้า เท้า หรือขาบวมข้างเดียวและไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ให้ขอคำปรึกษาแพทย์แบบเร่งด่วน ไม่ใช่ดูแลเองที่บ้านก่อน ส่วนบวมสองข้างที่ไม่ดีขึ้นหลังดูแลเองไม่กี่วัน หรือแย่ลง ก็ควรพบแพทย์เช่นกัน

วิธีเทียบสองข้างที่บ้าน โดยไม่ต้องกดหรือนวด

  • จัดให้ขาทั้งสองข้างอยู่ในท่าเดียวกัน แล้วมองเทียบน่อง ข้อเท้า และหลังเท้า ไม่จำเป็นต้องให้ท่านนอนราบ ถ้าท่านหายใจอึดอัดเวลานอนราบ หรือแพทย์ให้นอนหัวสูง ให้คงหัวเตียงไว้ตามเดิม
  • ใช้หลังมือแตะผิวเบา ๆ เพื่อเทียบความอุ่นสองข้างเท่านั้น ไม่บีบ และไม่ใช้นิ้วกดลงไปทดสอบรอยบุ๋ม
  • ดูสีผิวว่ามีแดง ม่วงคล้ำ หรือเป็นมันตึงข้างเดียวหรือไม่
  • ถามท่านว่าปวดตรงไหน ถ้าท่านพูดไม่ได้ ให้สังเกตสีหน้าตอนขยับหรือแตะขาข้างนั้น
  • ถ่ายรูปขาทั้งสองข้างในมุมเดียวกัน และจดเวลาที่เริ่มเห็นบวม เก็บไว้ให้แพทย์ดู

การเทียบแบบนี้มีไว้เล่าให้แพทย์ฟัง ไม่ใช่การวินิจฉัย ขาที่ดูไม่บวมมากก็ยังมีลิ่มเลือดได้

2. สาเหตุที่พบบ่อยของขาบวมข้างเดียวในผู้สูงอายุ

ขาบวมข้างเดียวมีได้หลายสาเหตุ แต่ครอบครัวไม่จำเป็นต้องเดาว่าเป็นอะไร หน้าที่ของครอบครัวคือรู้ว่าสาเหตุไหนอันตราย แล้วพาไปพบแพทย์ให้ทันเวลา

ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำที่ขา (DVT)

คือการที่เลือดจับตัวเป็นก้อนในหลอดเลือดดำส่วนลึก มักเป็นที่น่องหรือต้นขา NHS อธิบายอาการว่า ปวดตุบ ๆ ที่ขาข้างหนึ่ง มักเป็นที่น่องหรือต้นขา และขาบวมข้างเดียว Cleveland Clinic ระบุเพิ่มว่าบริเวณที่บวมอาจอุ่น ผิวแดงหรือสีเปลี่ยน และบางครั้งบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว จุดที่หลายบ้านไม่รู้คือ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่าคนที่เป็นลิ่มเลือดที่ขาประมาณครึ่งหนึ่งไม่มีอาการเลย การดูปัจจัยเสี่ยงจึงสำคัญไม่แพ้การสังเกตอาการ

ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ (เซลลูไลติส)

เป็นการติดเชื้อของผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิว NHS อธิบายว่าผิวจะเจ็บ ร้อน และบวม มักแดง อาจมีตุ่มพอง และบางคนรู้สึกไม่สบายคล้ายไข้หวัด คนที่เสี่ยงคือคนที่ขยับตัวลำบาก มีแผล มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เป็นเบาหวาน หรือมีปัญหาการไหลเวียนที่ขา ผู้สูงอายุติดเตียงจึงอยู่ในกลุ่มนี้ หลายครั้งเริ่มจากแผลเล็ก ๆ ที่เท้า รอยเกา หรือผิวแตกที่ส้นเท้า NHS ระบุว่าการได้ยาปฏิชีวนะเร็วช่วยไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น ซึ่งแพทย์ต้องเป็นผู้ตรวจและสั่ง

บาดเจ็บ หกล้ม หรือตกเตียง

ข้อเท้าแพลง กล้ามเนื้อฉีก หรือกระดูกหักทำให้บวมข้างเดียวได้ ผู้สูงอายุบางท่านล้มแล้วไม่ได้บอกใคร หรือจำไม่ได้ว่าล้ม ถ้าบวมร่วมกับท่านเจ็บมากเวลาขยับหรือแตะขาข้างนั้น ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน หรือบิดผิดรูป ให้สงสัยกระดูกหักและพาไปโรงพยาบาล ห้ามพยุงท่านลุกยืนเพื่อทดสอบว่าลงน้ำหนักได้ไหม

ท่านอนและการห้อยขา

ขาที่ห้อยลงจากเตียงหรือรถเข็นนาน ๆ หรือขาข้างที่อ่อนแรงซึ่งท่านขยับเองไม่ได้ อาจบวมกว่าอีกข้างได้ แต่ขาข้างที่ขยับไม่ได้ก็เป็นข้างที่เสี่ยงลิ่มเลือดด้วย อย่าสรุปเองว่าบวมเพราะห้อยขา จนกว่าแพทย์จะตรวจแยกลิ่มเลือดแล้ว

โรคหัวใจ ไต ตับ และยา

กลุ่มนี้มักทำให้บวมทั้งสองขา แต่ถ้าเดิมท่านบวมสองข้างอยู่แล้ว แล้ววันนี้ข้างหนึ่งบวมมากกว่าเดิมชัดเจน ปวด หรือแดงขึ้นมา ให้ถือเป็นอาการใหม่ที่ต้องให้แพทย์ดู ส่วนยาที่ท่านกินอยู่ห้ามหยุดเองเพราะสงสัยว่าทำให้บวม ให้ถามแพทย์ผู้สั่งยา

พยาบาลมองเทียบน่องทั้งสองข้างของคุณพ่อที่นอนหงายบนเตียง โดยไม่จับหรือนวด
เทียบขนาด สี และความอุ่นของขาสองข้างด้วยตา แล้วจดไว้เล่าให้แพทย์ฟัง ไม่ต้องบีบหรือนวด

3. ทำไมผู้ป่วยติดเตียงและคนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเสี่ยงลิ่มเลือด

กล้ามเนื้อน่องทำหน้าที่เหมือนปั๊มที่บีบเลือดดำกลับขึ้นสู่หัวใจทุกครั้งที่เราเดินหรือขยับข้อเท้า เมื่อท่านนอนนิ่งเป็นเวลานาน ปั๊มนี้แทบไม่ทำงาน เลือดในขาไหลช้าลง CDC ระบุว่าเลือดที่ไหลช้าจากการขยับตัวน้อยเป็นปัจจัยเสี่ยงของลิ่มเลือด และ Cleveland Clinic ระบุว่าลิ่มเลือดที่ขามักตามมาหลังการบาดเจ็บ การผ่าตัด หรือการนอนโรงพยาบาล

NHS ระบุปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงไว้ชัด ซึ่งตรงกับผู้สูงอายุหลายท่านที่บ้าน

  • อายุมากกว่า 60 ปี
  • ต้องอยู่บนเตียงตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป
  • กำลังนอนโรงพยาบาลหรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาล โดยเฉพาะถ้ายังขยับตัวได้น้อย
  • กำลังจะผ่าตัดหรือเพิ่งผ่าตัด

นอกจากนี้ CDC ระบุว่าโรคเรื้อรังบางชนิด อายุที่มากขึ้น และประวัติครอบครัว ก็เพิ่มความเสี่ยง ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษจึงเป็นช่วงหลังกลับจากโรงพยาบาล หลังผ่าตัดสะโพกหรือเข่า หลังใส่เฝือกที่ขา และหลังเจ็บป่วยจนต้องนอนติดเตียงนานกว่าปกติ ถ้ากำลังเตรียมรับท่านกลับบ้าน ให้ถามแพทย์ก่อนออกจากโรงพยาบาลว่าท่านเสี่ยงลิ่มเลือดมากแค่ไหน และต้องทำอะไรต่อที่บ้าน ดูรายการคำถามที่ควรถามได้ใน คำถามที่ต้องถามก่อนพาผู้สูงอายุออกจากโรงพยาบาล

4. ห้ามนวด ห้ามบีบ: สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อขาบวมข้างเดียว

คำตอบสั้นคือ อย่าทำอะไรที่เป็นการกด บีบ หรือขยำขาข้างที่บวมโดยยังไม่รู้สาเหตุ แล้วพาไปพบแพทย์

ขาบวมข้างเดียว ยังไม่รู้สาเหตุ = ห้ามนวด ห้ามบีบ ห้ามทายาแล้วถู เพราะถ้าเป็นลิ่มเลือด แรงนวดอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดในปอด

ความกังวลนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตีพิมพ์รายงานทางการแพทย์ในปี 2563 กรณีหญิงไทยที่หมดสติและหัวใจหยุดเต้นไม่นานหลังนวดขา แล้วตรวจพบลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดปอดขนาดใหญ่ ผู้เขียนสรุปว่าการนวดขาในคนที่มีลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดจนเป็นอันตรายถึงชีวิต และควรถือเป็นข้อห้าม เรื่องนี้สำคัญกับบ้านคนไทยเพราะการนวดขาให้พ่อแม่เป็นความเคยชินที่ทำด้วยความรัก

สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างรอพบแพทย์

  • นวด บีบ ขยำ หรือกดแรง ที่ขาข้างนั้น รวมถึงการให้หมอนวดหรือเครื่องนวดขา
  • ประคบร้อน หรือทายาร้อนแล้วถู ถ้าเป็นการติดเชื้อหรือลิ่มเลือด ความร้อนไม่ได้แก้สาเหตุ และผิวผู้สูงอายุไหม้ง่าย
  • ใส่ถุงน่องรัดหรือพันผ้ายืดเอง ก่อนแพทย์ตรวจ
  • ให้ยาเอง เช่น แอสไพริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาแก้อักเสบที่มีอยู่ในบ้าน หรือยืมยาของคนอื่น และห้ามเพิ่ม ลด หรือหยุดยาประจำเอง ยากลุ่มนี้แพทย์ต้องตรวจก่อนสั่ง
  • ยกขาสูงแล้วรอดูหลายวัน การยกขาช่วยบวมสองข้างที่รู้สาเหตุแล้ว แต่ไม่ใช่วิธีจัดการขาบวมข้างเดียวที่ยังไม่ได้ตรวจ
  • ทดสอบเองโดยดัดข้อเท้าหรือบีบน่องแรง ๆ เพื่อดูว่าเจ็บไหม การตรวจแบบนี้ไม่ใช่งานของครอบครัว

ระหว่างรอ ให้ท่านพักในท่าที่สบาย ไม่ฝืนให้ลุกเดิน และงดท่าบริหารกับการนวดขาข้างที่บวมไว้ก่อนจนกว่าแพทย์อนุญาต แต่ไม่จำเป็นต้องตรึงขาไว้นิ่ง การพลิกตัวและเปลี่ยนท่าตามปกติยังทำได้อย่างนุ่มนวล ส่วนขาข้างดีและแขนบริหารได้ตามปกติ ถ้าบ้านของท่านใช้ท่าขยับข้อประจำวัน อ่านข้อควรระวังเพิ่มได้ที่ ข้อติดแข็งในผู้ป่วยติดเตียง

5. แผนตัดสินใจ 3 ระดับ เมื่อเห็นขาบวม

ใช้หัวข้อนี้เป็นแผนตัดสินใจ เริ่มอ่านจากระดับฉุกเฉินก่อนเสมอ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งในระดับสูงกว่า ให้ทำตามระดับนั้นทันที

ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที

ถ้ามีอาการต่อไปนี้ร่วมกับขาบวม หรือแม้แต่ไม่มีขาบวมให้เห็น อาจเป็นลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดในปอด ซึ่ง NHS ระบุว่าอันตรายถึงชีวิตและต้องได้รับการดูแลทันที

  • หายใจลำบาก หอบเหนื่อยขึ้นมาทันที
  • เจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเจ็บมากขึ้นเวลาหายใจเข้าลึกหรือไอ
  • ไอเป็นเลือด
  • ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ
  • หน้ามืด เป็นลม ซึม สับสน หรือตัวเย็นชื้น
  • ขาบวมแดงร้อน ร่วมกับไข้สูง หนาวสั่น สับสน หรือมีผื่นม่วงคล้ำ ซึ่ง NHS จัดเป็นอาการฉุกเฉินของการติดเชื้อที่ผิวหนัง

NHS แนะนำว่าอย่าขับรถพาไปห้องฉุกเฉินเองในภาวะนี้ ให้โทรเรียกรถพยาบาล ในไทยโทร 1669 แผนเตรียมข้อมูลก่อนโทรอยู่ใน แผนรับมือเหตุฉุกเฉินผู้สูงอายุ โทร 1669

พบแพทย์ภายในวันนี้

ไม่มีอาการทางปอดข้างต้น แต่มีข้อใดข้อหนึ่งนี้ ให้พาไปพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน ไม่รอนัดตามปกติ

  • ขาหรือน่องข้างเดียวบวม ปวด แดง หรืออุ่นกว่าอีกข้าง
  • ขาข้างเดียวบวมโดยไม่มีสาเหตุชัด แม้ไม่ปวด
  • บวมขึ้นเร็ว บวมมาก หรือปวดมาก
  • ผิวแดง ร้อน เจ็บ มีตุ่มพอง หรือมีแผลที่เท้าหรือขาข้างที่บวม
  • ท่านเป็นเบาหวานและเท้าหรือขาบวม
  • เดิมบวมสองข้าง แต่ตอนนี้ข้างหนึ่งบวมมากกว่าชัดเจน

ถ้าไม่แน่ใจว่าเข้าระดับไหน โทรปรึกษาพยาบาลได้ แต่การคุยทางโทรศัพท์ไม่แทนการตรวจ แพทย์มักประเมินความเสี่ยงก่อน แล้วอาจเจาะเลือดตรวจ หรือทำอัลตราซาวด์หลอดเลือดดำที่ขาเพื่อยืนยัน อัลตราซาวด์เป็นการตรวจด้วยคลื่นเสียงที่ไม่ต้องเจาะผิว รูปถ่ายหรือการดูด้วยตาวินิจฉัยลิ่มเลือดไม่ได้

ดูแลต่อที่บ้านได้ · เฝ้าดูใกล้ชิด

กรณีที่แพทย์ตรวจแล้วและบอกสาเหตุชัดเจน เช่น บวมสองข้างจากโรคเดิมหรือจากยา หรือบวมจากการกระแทกที่แพทย์ประเมินแล้ว ให้ดูแลตามคำแนะนำของแพทย์ จดขนาดและสีขาทุกวัน และกลับไปพบแพทย์ทันทีถ้าบวมมากขึ้น ปวดมากขึ้น ผิวแดงลามขึ้น มีไข้ หรือเกิดอาการในระดับฉุกเฉิน สำหรับขาบวมสองข้างที่แพทย์อนุญาต NHS เวลส์แนะนำให้ยกขาวางบนหมอนหรือเก้าอี้เมื่อทำได้ ขยับตัวเบา ๆ เท่าที่ไหว ดูแลผิวเท้าให้สะอาดและชุ่มชื้น และเลี่ยงเสื้อผ้าหรือรองเท้าที่รัดแน่น

6. ป้องกันลิ่มเลือดในผู้สูงอายุที่ต้องนอนนาน ทำอะไรได้ทุกวัน

หลักการคือทำให้ปั๊มกล้ามเนื้อน่องได้ทำงาน และไม่ให้ท่านขาดน้ำ ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ในขอบเขตที่แพทย์ประจำตัวของท่านอนุญาต

นักกายภาพบำบัดช่วยคุณแม่กระดกข้อเท้าขึ้นลงบนเตียง โดยมีลูกสาวนั่งดูอยู่ข้างเตียง
กระดกข้อเท้าขึ้นลงและหมุนข้อเท้าช้า ๆ ช่วยให้กล้ามเนื้อน่องทำงาน ทำเมื่อแพทย์อนุญาตและขายังไม่มีอาการบวมข้างเดียว
  • ขยับข้อเท้าและขาทุกวัน CDC แนะนำให้ยกส้นเท้าและปลายเท้าขึ้นลง และเกร็งแล้วคลายกล้ามเนื้อขาเวลาต้องนั่งนาน สำหรับผู้สูงอายุบนเตียง ท่าที่ใช้บ่อยคือกระดกข้อเท้าขึ้นลงและหมุนข้อเท้า ถ้าท่านทำเองได้ให้ทำเอง ถ้าทำเองไม่ได้ คนดูแลช่วยพาทำเบา ๆ ตามที่นักกายภาพสอน จำนวนครั้งและความถี่ให้นักกายภาพกำหนดตามสภาพของท่าน
  • ลุกขยับให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ CDC แนะนำให้ขยับตัวโดยเร็วหลังต้องนอนบนเตียงจากการผ่าตัด เจ็บป่วย หรือบาดเจ็บ สำหรับคนติดเตียง อาจหมายถึงการลุกนั่งข้างเตียง ย้ายไปนั่งรถเข็นช่วงมื้ออาหาร หรือยืนพร้อมคนช่วย ตามที่แพทย์และนักกายภาพเห็นว่าปลอดภัย
  • เปลี่ยนท่าระหว่างวัน ไม่ปล่อยให้นอนหรือนั่งท่าเดียวทั้งวัน รอบการพลิกตัวและการจัดท่าที่ถูกต้องอยู่ใน พลิกตัวและจัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียง
  • ดื่มน้ำให้พอตามที่แพทย์กำหนด NHS ระบุว่าการขาดน้ำทำให้เกิดลิ่มเลือดได้ง่ายขึ้น แต่ท่านที่เป็นโรคหัวใจหรือไตอาจถูกจำกัดน้ำ ให้ถามแพทย์ว่าวันหนึ่งดื่มได้เท่าไร
  • ถุงน่องป้องกันลิ่มเลือดใช้เมื่อแพทย์สั่งเท่านั้น เอกสารของโรงพยาบาลในระบบ NHS ระบุว่าไม่ควรใช้ถุงน่องชนิดนี้ในบางคน เช่น โรคหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ ปลายประสาทเสื่อม เพิ่งเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ผิวขาบางหรือมีผื่น ขาบวมมาก หรือใส่ให้พอดีไม่ได้ และต้องวัดขนาดโดยบุคลากรทางการแพทย์ ถ้าแพทย์สั่งให้ใส่ ให้ตรวจผิวใต้ถุงน่องทุกวัน และแจ้งทีมเมื่อมีรอยกดแดง ตุ่มพอง ผิวเปลี่ยนสี หรือท่านปวด
  • ยาป้องกันลิ่มเลือด เป็นการตัดสินใจของแพทย์ ถ้าท่านได้รับยาอยู่ ให้ใช้ตรงเวลาตามที่สั่ง ห้ามเพิ่ม ลด หรือหยุดเอง

สิ่งที่อยู่ในหัวข้อนี้เป็นการป้องกันสำหรับขาที่ยังไม่มีอาการบวมข้างเดียว ถ้าขาข้างหนึ่งเริ่มบวมระหว่างที่ทำ ให้หยุดท่าบริหารและการนวดขาข้างนั้น แล้วกลับไปใช้แผนในหัวข้อ 5

7. เตรียมข้อมูลอะไรไปให้แพทย์

ข้อมูลที่ครบช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงได้เร็วขึ้น

  • เริ่มบวมเมื่อไร บวมเร็วหรือค่อย ๆ บวม ข้างไหน พร้อมรูปขาทั้งสองข้าง
  • มีปวด แดง ร้อน แผล ไข้ หอบเหนื่อย หรือเจ็บหน้าอกร่วมด้วยหรือไม่
  • นอนติดเตียงมากี่วัน เพิ่งผ่าตัด เพิ่งออกจากโรงพยาบาล หรือเคยหกล้มไหม
  • รายการยาทั้งหมด รวมยาที่ซื้อเองและสมุนไพร
  • ประวัติลิ่มเลือดของท่านหรือคนในครอบครัว และโรคประจำตัว

วางแผนเรื่องรถและคนช่วยไว้ล่วงหน้า ถ้าท่านมีสายให้อาหารหรือสายสวนปัสสาวะ ระวังสายตึงหรือหลุดตอนย้ายตัว ส่วนเฝือกหรืออุปกรณ์ที่แพทย์ใส่ไว้ ไม่ต้องถอดเอง ให้บอกแพทย์ว่าใส่มาตั้งแต่เมื่อไร ถ้าอาการเข้าระดับฉุกเฉิน ไม่ต้องพาไปเอง ให้โทร 1669

ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ

  • นวดหรือบีบขาให้หายบวม ถ้าเป็นลิ่มเลือด การนวดเสี่ยงทำให้ลิ่มเลือดหลุด
  • รอดูเพราะท่านไม่บ่นปวด ผู้สูงอายุหลายท่านบอกอาการไม่ได้ และลิ่มเลือดบางรายไม่มีอาการเลย
  • คิดว่าบวมเพราะห้อยขา โดยเฉพาะขาข้างที่อ่อนแรง ซึ่งเป็นข้างที่เสี่ยงลิ่มเลือดเช่นกัน
  • ซื้อถุงน่องมาใส่เอง ผิดขนาดหรือใส่ในคนที่ห้ามใส่ อาจกดผิวเป็นแผลหรือทำให้เลือดไปเลี้ยงเท้าน้อยลง
  • ให้น้ำน้อยเพราะกลัวท่านปัสสาวะบ่อย การขาดน้ำเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือด ให้ถามแพทย์ว่าดื่มได้เท่าไร
  • ขับรถพาไปเองทั้งที่ท่านหอบ ให้โทร 1669 เพื่อให้ทีมฉุกเฉินดูแลระหว่างทาง

เมื่อไรควรให้ทีมมืออาชีพช่วย

เรื่องขาบวมข้างเดียว แพทย์ต้องเป็นผู้ตรวจและตัดสินใจ ทีม KIN HomeCare ไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจวินิจฉัยลิ่มเลือดที่บ้าน แต่ช่วยครอบครัวได้ในสองช่วง คือช่วยพาไปพบแพทย์ให้ทันเวลา และช่วยลดความเสี่ยงในวันธรรมดาของท่านที่ต้องอยู่บนเตียง

  • พาไปโรงพยาบาล ผู้ดูแลไปรับที่บ้าน อยู่ด้วยตลอด และพากลับ 1,800 บาท ระยะเวลา 8 ชั่วโมง เกินคิดชั่วโมงละ 200 บาท ค่ารถคิดแยก ถ้าใช้รถพยาบาลของ KIN เริ่ม 2,000 บาทตามระยะทาง ไม่รวมค่ารักษาและค่ายา ดูที่ พาไปโรงพยาบาล (อาการระดับฉุกเฉินให้โทร 1669 ก่อนเสมอ)
  • กายภาพบำบัดที่บ้าน นักกายภาพประเมินว่าท่านขยับได้แค่ไหน วางท่าขยับข้อเท้าและขา แผนลุกนั่งและย้ายตัวที่ปลอดภัย แล้วสอนครอบครัวให้ทำต่อทุกวัน 1,800 บาทต่อครั้ง ครั้งแรก 1,500 บาท ถึง 31 ธันวาคม 2569 แพ็กเกจ 10 ครั้ง 15,000 บาท ให้บริการเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล โทร 095-767-6307 ดูที่ กายภาพบำบัดที่บ้าน
  • พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้าน ดูผิว แผลที่เท้า สภาพขา และทบทวนการใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง พร้อมสอนครอบครัวสังเกตอาการ ค่าเยี่ยมบ้าน 1,800 บาทต่อครั้ง ดูที่ พยาบาลถึงบ้าน
  • นักบริบาล ช่วยพลิกตัว ลุกนั่ง พาขยับตามแผนของนักกายภาพ ดูแลการดื่มน้ำและจดอาการทุกวัน กะ 12 ชั่วโมง 1,800 บาทต่อวัน ขั้นต่ำ 3 วัน หรือรายเดือน 30,000 บาท

คำถามที่พบบ่อย

ขาบวมข้างเดียว อันตรายไหม

อาจอันตราย ขาบวมข้างเดียวโดยไม่รู้สาเหตุควรพบแพทย์ภายในวันนี้ เพราะอาจเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำที่ขาหรือผิวหนังอักเสบติดเชื้อ ถ้ามีหอบ เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือหน้ามืด ให้โทร 1669 ทันที

ผู้สูงอายุขาบวม เกิดจากอะไร

ถ้าบวมทั้งสองขา มักเกิดจากนั่งหรือนอนท่าเดิมนาน ยาบางชนิด หรือโรคหัวใจ ไต ตับ ถ้าบวมข้างเดียว ต้องคิดถึงลิ่มเลือด การติดเชื้อที่ผิวหนัง และการบาดเจ็บก่อน แพทย์เป็นผู้ตรวจแยกสาเหตุ

ลิ่มเลือดอุดตันที่ขา อาการเป็นอย่างไร

อาการที่พบบ่อยคือ ขาหรือน่องข้างเดียวบวม ปวดตุบ ๆ ผิวอุ่นและแดงหรือสีเปลี่ยน แต่ CDC ระบุว่าประมาณครึ่งหนึ่งของคนที่เป็นไม่มีอาการ ผู้สูงอายุที่นอนนานหรือเพิ่งผ่าตัดจึงต้องเฝ้าระวังแม้อาการไม่ชัด

ผู้ป่วยติดเตียงขาบวม นวดได้ไหม

ไม่ควรนวดขาข้างที่บวมโดยยังไม่รู้สาเหตุ โดยเฉพาะบวมข้างเดียว เพราะถ้าเป็นลิ่มเลือด การนวดอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดไปอุดที่ปอด ให้พบแพทย์ก่อน แล้วถามแพทย์ว่าหลังรู้สาเหตุแล้วดูแลแบบไหนได้

ขาบวมแดงร้อน ข้างเดียว เป็นอะไร

อาจเป็นผิวหนังอักเสบติดเชื้อ หรือลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ ซึ่งดูด้วยตาแยกกันไม่ได้แน่นอน ควรพบแพทย์ภายในวันนี้ ถ้ามีไข้สูง หนาวสั่น สับสน หรือหายใจเร็วร่วมด้วย ให้ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที

ยกขาสูงช่วยได้ไหม

ช่วยได้ในขาบวมสองข้างที่แพทย์รู้สาเหตุแล้ว แต่สำหรับขาบวมข้างเดียวที่ยังไม่ได้ตรวจ การยกขาไม่ใช่วิธีแก้ และไม่ควรใช้เป็นเหตุผลให้รอดูอาการ ให้พบแพทย์ก่อน

ถุงน่องป้องกันลิ่มเลือด ซื้อมาใส่เองได้ไหม

ไม่ควรซื้อมาใส่เอง ถุงน่องชนิดนี้ต้องวัดขนาดโดยบุคลากรทางการแพทย์ และไม่เหมาะกับบางคน เช่น ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดแดงที่ขา ปลายประสาทเสื่อม หรือผิวขาบาง ให้ใช้เมื่อแพทย์สั่ง และตรวจผิวใต้ถุงน่องทุกวัน

ปรึกษาทีม KIN HomeCare

ถ้าเห็นขาบวมพร้อมหอบ เจ็บหน้าอก หรือหน้ามืด โทร 1669 ก่อนเลย ไม่ต้องโทรหาเรา แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ต้องนอนอยู่บนเตียงเป็นส่วนใหญ่ และครอบครัวอยากวางแผนป้องกัน หรือต้องการคนช่วยพาไปพบแพทย์ โทรมาเล่าได้ ส่งรูปขาทั้งสองข้างทาง LINE ประกอบได้ ทีมจะช่วยดูว่าควรเริ่มจากบริการแบบไหน การคุยทางโทรศัพท์ไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์

  • กายภาพบำบัดที่บ้าน (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) โทร 095-767-6307 (สำรอง 061-881-9399)
  • พาไปโรงพยาบาล พยาบาลเยี่ยมบ้าน และนักบริบาล โทร 061-881-9399
  • LINE @KINHOMECARE
  • ปรึกษาฟรี ทีมช่วยประเมินว่าควรใช้บริการแบบไหน

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่

เขียนโดย พว.อรฤทัย บุญตวง (ว.5311192883) · ตรวจทานโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ (ว.40854) · ราคาอ้างอิงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 โปรดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ